posttoday
ล้วงตับ

ล้วงตับ

06 กันยายน 2558

คำตัดสินคดีประวัติศาสตร์ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่พิพากษาจำคุก

โดย...มดงาน

คำตัดสินคดีประวัติศาสตร์ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่พิพากษาจำคุกผู้บริหารธนาคารกรุงไทยแบบยกชุด ไล่จาก ร.ท.สุชาย เชาว์วิศิษฐ อดีตประธานกรรมการบริหาร วิโรจน์ นวลแข อดีตกรรมการผู้จัดการ มัชฌิมา กุญชร ณ อยุธยา กรรมการบริหาร พงศธร สิริโยธิน สุวิทย์ อุดมทรัพย์ โสมนัส ชุติมา ไพโรจน์ รัตนะโสภา วันชัย ธนิตติราภรณ์ บุญเลิศ ศรีเจริญ

กลุ่มผู้บริหารบริษัทในเครือกฤษดามหานคร ประกอบด้วย บัญชา ยินดี สุบิน แสงสุวรรณเมฆา รัชฎา กฤษดาธานนท์ วิชัย กฤษดาธานนท์ ไมตรี เหลืองนิมิตรมาศ

และสั่งให้บริษัท กฤษดามหานคร วิชัยและรัชฎา ร่วมกันคืนเงิน 10,004 ล้านบาท ชดใช้ธนาคารกรุงไทย

หากตามไม่ได้ให้เรียกจากวิโรจน์ บริษัท แกรนด์ คอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมูนิเคชั่น และไมตรี วงเงินชดใช้ 9,554 ล้านบาท หากไม่ครบให้เรียกจากไพโรจน์ และคณะกรรมการสินเชื่อธนาคารกรุงไทย

ทำให้สปอตไลต์ฉายวับลงไปที่ บริษัท กฤษดามหานคร (KMC) ที่ถูกมือดีแปลงสภาพมาเป็น บริษัท เอคิว เอสเตท (AQ) มี ยงยุทธ ชัยพรหมประสิทธิ์ อดีตกรรมการบริหารธนาคารกรุงไทย ในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และมี พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ถือหุ้น 2,500 ล้านหุ้น คิดเป็นเงินกว่า 855 ล้านบาท นิรันดร์ เหตระกูล จำนวน 550 ล้านหุ้น มูลค่า 488 ล้านบาท ปิยวัฒน์ ยงสวัสดิ์วาณิชย์ 226 ล้านหุ้น ทวีป เรืองหร่าย 200 ล้านหุ้น เกียรติ ศรีจอมขวัญ 143 ล้านหุ้น ชวัลลักษณ์ เอี้ยวศิวิกูล 140 ล้านหุ้น ยงยุทธ 121 ล้านหุ้น มาโนช คงคาทิพย์ 112 ล้านหุ้น อรกานต์ มนัสเอื้อศิริ 100 ล้านหุ้น วัฒนชัย มงคลศรีสวัสดิ์ 100 ล้านหุ้น จนราคาปัจจุบันร่วงเหลือหุ้นละ 0.27 บาท และมีแนวโน้มว่า ยังมีโอกาสหัวทิ่มหัวตำ

มดงานมีโอกาสพูดคุยกับผู้บริหารธนาคารกรุงไทย ได้ความว่า ที่ “ยงยุทธ” คนใกล้ชิด เศรษฐา ทวีสิน ซึ่งเป็นผู้บริหาร AQ ยืนยันว่า ไม่ต้องห่วงมีที่ดิน 4,000 ไร่ ค้ำประกันนั้น ความจริงอาจไม่เกี่ยวกันแม้แต่น้อย

เนื่องเพราะที่ดินแปลงดังกล่าวในย่านสุวรรณภูมินั้น เจ้าของคือ บริษัท โกลเด้น เทคโนโลยี อินดัสเทรียล พาร์ค และเมื่อตรวจสอบในรายการถือครองหุ้น พบว่า เป็นคนละนิติบุคคลกับบริษัท กฤษดามหานคร หรือ AQ ในปัจจุบัน ไม่ได้เป็นบริษัทลูก บริษัทร่วม ไม่มีแม้แต่ชื่อของ วิชัย เข้าไปเกี่ยวข้อง

และคำสั่งศาลนั้นตัดสินชัดหากเรียกจากบริษัท AQ วิชัย รัชฎา ก่อน หากได้ไม่ครบ 1 หมื่นล้านบาท จึงจะเรียกจาก วิโรจน์ บริษัท แกรนด์ฯ และไมตรี ส่วนบริษัท โกลเด้นฯ จำเลยที่ 19 ร่วมรับผิดชอบในวงเงินไม่เกิน 8,368 ล้านบาท

ดังนั้น ในทางปฏิบัติ ฝ่ายกฎหมายธนาคารกรุงไทยจึงต้องตั้งเรื่องประสานกับกรมบังคับคดี เพื่อเรียกเงินค่าเสียหายจาก บริษัท AQ-วิโรจน์-บริษัท แกรนด์ฯ ก่อน ส่วนบริษัท AQ จะไปหามาจากไหนไม่รู้...หากยังไม่ได้ก็ต้องยึดทรัพย์ตามกฎหมาย และไล่เรียงไปตามคำสั่งศาล...ยุ่งมั้ยครับพี่น้อง

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน