posttoday
Credit Rating เวอร์ชันจีนกับการจัดระเบียบการเงินโลก

Credit Rating เวอร์ชันจีนกับการจัดระเบียบการเงินโลก

13 กรกฎาคม 2553

หากในอนาคตจีนสามารถก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจอันดับ 2 และอันดับ 1 ของโลกในที่สุด การวางมาตรฐานทางการเงินในขณะนี้ย่อมเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

หากในอนาคตจีนสามารถก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจอันดับ 2 และอันดับ 1 ของโลกในที่สุด การวางมาตรฐานทางการเงินในขณะนี้ย่อมเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

เมื่อวันที่ 11 ก.ค. มีข่าวเล็กๆ ที่น่าสนใจข่าวหนึ่ง คือการที่บริษัท ต้ากง โกลบัล เครดิต เรทติ้ง (Dagong Global Credit RatingCo., Ltd) เปิดเผยรายงานการจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินทั่วโลกเป็นครั้งแรก ความสำคัญของบริษัทนี้ คือ เป็นบริษัทแรกของจีนที่ทำธุรกิจจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงิน ซึ่งเป็นธุรกิจที่เคยผูกขาดโดยยักษ์ใหญ่ในวงการอย่าง มูดี้ส์, สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ หรือฟิทช์ เรทติ้งส์

Credit Rating เวอร์ชันจีนกับการจัดระเบียบการเงินโลก

แต่นัยที่ซ่อนอยู่ในการก่อตั้งบริษัท ต้ากง มีความสำคัญมากกว่าการบุกเบิกธุรกิจด้านนี้ในจีน เพราะอาจกล่าวได้ว่าเป็นอีกหนึ่งครั้งที่จีนสบช่องตอบโต้ชาติตะวันตกที่ไม่ยอมรามือกับการกดดันจีนเสียที ด้วยวิธีการที่แนบเนียนพอๆ กับการประกาศปล่อยให้เงินหยวนยืดหยุ่น โดยที่ชาติตะวันตกเถียงแทบไม่ออก!

ท่าทีของจีนในครั้งนี้ ถือเป็นการสวนกลับที่เหมาะเหม็ง ในช่วงเวลาที่ประเทศตะวันตกกำลังตกเป็นเป้าเล่นงานโดยธุรกิจจัดอันดับความน่าเชื่อถือ จนยังผลให้ความเชื่อมั่นต่อระบบการเงินในประเทศเหล่านั้นสั่นคลอนอย่างรุนแรง

ดังเช่นกรณีที่หลายบริษัทปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของหลายประเทศในยุโรป ที่ประสบกับวิกฤตการณ์หนี้สาธารณะ ซึ่งการปรับลดความน่าเชื่อถือทางการเงินอย่างฉับพลัน ตามมาด้วยเสียงโอดครวญและข่มขู่ของยุโรปและสหรัฐที่ไม่พอใจต่อการกระทำที่เหมือนการซ้ำเติมของธุรกิจเหล่านี้

ทั้งๆ ที่ในอดีตบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงิน เคยถูกมองว่าเป็นหัวหอกของประเทศตะวันตกในการโจมตีฝ่ายตรงข้าม ด้วยการ “ดิสเครดิต” ทางการเงิน ซึ่งแม้จะไม่มีหลักฐานมัดตัวจังๆ แต่จากการที่ยุโรปแสดงความไม่พอใจบริษัทจัดอันดับทางการเงินโดยกล่าวกระทบไปถึงสหรัฐนั้น แสดงให้เห็นถึงสมมติฐานของเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี

ขณะที่สหรัฐในช่วงที่เผชิญกับวิกฤตการเงิน ก็เคยกล่าวกระทบไปยังบางประเทศในยุโรปที่บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือเป็นฐานที่ตั้ง ด้วยทัศนะที่คล้ายคลึงกัน นั่นคือ มองว่าระบบการเงินของสหรัฐตกเป็นเป้าทำลายความน่าเชื่อถือของบริษัทเหล่านี้

ด้วยความหวาดระแวงกันเอง และความหวาดระแวงต่อธุรกิจจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงิน ยังผลให้สหรัฐและยุโรปต้องหันมาสามัคคีกันในเรื่องการจัดระเบียบธุรกิจนี้ให้เข้มงวดขึ้น โดยอ้างว่าบริษัทเหล่านี้ปรับลดระดับความน่าเชื่อถือโดยปราศจากความโปร่งใส และยิ่งทำให้วิกฤตการเงินทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น

ด้วยข้ออ้างเพื่อจัดระเบียบธุรกิจความน่าเชื่อถือทางการเงิน ทำให้จีนสบโอกาสที่จะจัดระเบียบธุรกิจนี้บ้าง

แต่จีนมีจุดประสงค์เบื้องลึกที่ซับซ้อนกว่าการตอบโต้ธุรกิจจัดอันดับความน่าเชื่อถือ เพราะจีนมุ่งเป้าที่จะสร้างมาตรฐานการจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินขึ้นใหม่ พร้อมๆ กับใช้การจัดอันดับโจมตีประเทศที่เคยใช้บริษัทประเภทเดียวกันนี้โจมตีฝ่ายตรงข้าม

บริษัท ต้ากง ประเดิมด้วยการเปิดเผยรายงานการจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินของ 50 ประเทศ ซึ่งมีสัดส่วนเศรษฐกิจรวมกันถึง 90% ของทั้งโลก

ทว่ามีกว่าครึ่งหนึ่ง หรือ 27 ประเทศที่ได้รับการจัดอันดับที่แตกต่างอย่างสุดขั้วจากบริษัทชั้นนำอย่าง มูดี้ส์, สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ หรือฟิทช์ เรทติ้งส์

ที่เห็นได้ชัดคือการจัดอันดับตลาดเกิดใหม่ เช่น บราซิล ในระดับที่สูงมาก โดยอ้างอิงเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเมือง ขณะที่ความน่าเชื่อถือของสหรัฐ ฝรั่งเศส และประเทศพัฒนาแล้วหลายประเทศกลับต่ำอย่างเหลือเชื่อ เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจซบเซาและหนี้สาธารณะมูลค่ามหาศาล

ที่ชัดเจนยิ่งกว่า คือระดับของจีนอยู่ที่ AA+ ขณะที่ระดับของสหรัฐกลับอยู่ที่ AA พร้อมด้วยแนวโน้มด้านลบ (Negative Outlook) ซึ่งหมายความว่า ตราสารหนี้ของจีนมีความน่าเชื่อถือกว่าของสหรัฐ

ขณะที่การจัดอันดับของมูดี้ส์ จีนอยู่ที่A1 ส่วนสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ ให้จีนที่ระดับ A+

แม้จะมีความแตกต่างในจุดใหญ่ๆ แต่มาตรฐานของจีนไม่ใช่กำหนดขึ้นอย่างเลื่อนลอยหรือเอาใจตัวเองมากเกินไป หากพิจารณาระดับของประเทศเศรษฐกิจหลักๆ จะพบว่ายังมีบางประเทศมีระดับใกล้เคียงกับที่จัดโดยบริษัทตะวันตก

เช่น ออสเตรเลียและสวิตเซอร์แลนด์ซึ่งเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงทางการเงินน้อยที่สุด ในระดับ AAA ที่จัดโดยต้ากง ซึ่งสอดคล้องกับการจัดอันดับโดย Euromoney Country Risk

กวนเจี้ยนจง ประธานของต้ากง เปิดเผยว่า สาเหตุที่จีนต้องลุกขึ้นมาจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินด้วยตัวเอง ก็เพราะมาตรการของประเทศตะวันตกต่ำกว่าความเป็นจริง และให้ข้อมูลที่ผิดพลาด ซึ่งเป็นมูลเหตุให้เกิดวิกฤตการเงินซ้ำแล้วซ้ำเล่าในประเทศตะวันตก

แต่มูลเหตุที่สำคัญกว่านั้น คือบริษัทจัดอันดับกำหนดตำแหน่งของจีนไว้ต่ำเกินไป หากพิจารณาจากการขยายตัวที่คึกคักและภาวะหนี้ในระดับค่อนข้างต่ำ

ต้ากง (หรือนัยหนึ่งคือปากเสียงของรัฐบาลจีน) ชี้ว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องยุติการผูกขาดของบริษัทจัดอันดับในประเทศตะวันตก พร้อมชี้ชวนให้เห็นด้วยว่า ไม่เฉพาะจีนเท่านั้น แต่ยังมีบางประเทศที่เริ่มจัดตั้งบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือของตนเอง เพื่อตอบโต้กับการจัดอันดับที่ไม่เป็นธรรมของชาติตะวันตก

ว่ากันตามสภาพความเป็นจริงแล้ว ต้ากง หรือไม่ว่าบริษัทจัดอันดับในประเทศใดๆ ที่จีนอ้าง มีการจัดตั้งขึ้นเพื่อตอบโต้ประเทศตะวันตก จะยังไม่มีน้ำหนักในการชี้ชวนให้นักลงทุนคล้อยตามมากนัก เมื่อเทียบกับชื่อชั้นที่สั่งสมมานานของบริษัทจัดอันดับชั้นนำของโลก

ที่สำคัญก็คือ มาตรฐานของจีนและประเทศตะวันตกต่างกันอย่างมาก จนก่อให้เกิดข้อกังขาได้ง่ายว่า ฝ่ายใดกันแน่ที่มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือมากกว่ากัน

แต่หากมองในเชิงสัญลักษณ์แล้ว การที่จีนก่อตั้งบริษัท หรือวางมาตรฐานการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่เป็นของตนเอง ถือเป็นการประกาศความเป็นอิสระจากการถูกบงการและกดดันโดยชาติตะวันตก หลังจากที่จีนพยายามเก็บอาการทั้งๆ ที่ต้องเผชิญกับแรงอัดอย่างรุนแรงและต่อเนื่องจากฝ่ายตรงข้าม

ประการต่อมา หากในอนาคตจีนสามารถก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจอันดับ 2 และอันดับ 1 ของโลกในที่สุด (ในระยะเวลาอีกไม่ต่ำกว่า 3 ทศวรรษข้างหน้า) การวางมาตรฐานทางการเงินในขณะนี้ย่อมเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง หากจีนไม่ต้องการกลืนคำกล่าวโจมตีของตนต่อมาตรฐานทางการเงินที่ปราศจากความโปร่งใสของชาติตะวันตก

ไม่ว่าจีนจะมีเจตนาใดก็ตาม แต่ในการริเริ่มบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือของตนเอง สิ่งที่จีนจะลืมไม่ได้คือ บริษัทของจีนจะต้องไม่ซ่อนในเงามืดและเผยแพร่ข้อมูลผิด จนกลายเป็นอีกหนึ่งตัวการที่ก่อให้เกิดหายนะทางการเงิน เหมือนที่บริษัทในตะวันตกกำลังตกเป็นจำเลยของข้อกล่าวหานี้

 

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว