posttoday
ท่องเที่ยวตามแม่น้ำเจ้าพระยาดั้งเดิม

ท่องเที่ยวตามแม่น้ำเจ้าพระยาดั้งเดิม

30 สิงหาคม 2558

สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ จัดทริปพิเศษพาสมาชิกในวัยต่างๆ ประมาณ 25 ชีวิต ทั้งหญิงชายล่องแม่น้ำเจ้าพระยา

โดย...ส.สต

สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ จัดทริปพิเศษพาสมาชิกในวัยต่างๆ ประมาณ 25 ชีวิต ทั้งหญิงชายล่องแม่น้ำเจ้าพระยาชมวัด ตลาด และชุมชน ตามแม่น้ำเจ้าพระยาดั้งเดิมสมัยกรุงศรีอยุธยา หรือปัจจุบัน ได้แก่ คลองบางกอกน้อย คลองชักพระ และคลองภาษีเจริญ

แต่เดิมก่อนมีคลองลัดที่ผ่านหน้าวัดอรุณฯ หรือที่เป็นแม่น้ำในขณะนี้ ทุกคนไม่ว่าใครก็ตามที่ต้องไปกรุงศรีอยุธยาเมืองหลวง หรือจากเมืองหลวงออกปากอ่าวต้องผ่านแม่น้ำที่โค้งคดเคี้ยวกว่าจะโผล่ได้ใช้เวลาเป็นวัน จนถึงสมัยสมเด็จพระไชยราชาธิราช ทรงให้ขุดคลองลัด ระหว่างปี พ.ศ. 2077-2089 จึงเกิดแม่น้ำเจ้าพระยาที่เห็นทุกวันนี้

ส่วนแม่น้ำเจ้าพระยาเดิมกลายเป็นคลอง ที่พวกเราชาวสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจจะไปชมนั้นเอง

สมาคมนัดสมาชิกพร้อมกันที่ยอดพิมาน คอนเซ็ปต์มอลล์ แห่งใหม่ ปากคลองตลาด ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อลงเรือไปพร้อมกับ เฉลียว ปรีกราน ประธานกรรมการ บริษัท ตลาดยอดพิมาน ที่เป็นเจ้าของยอดพิมาน และตลาดปากคลองตลาด อันเป็นตลาดดอกไม้ใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของโลก เนื่องจากเป็นตลาดที่ไม่เคยหลับ เปิด 24 ชั่วโมง 365 วัน

เมื่อสมาชิกพร้อม ก็ออกเดินทางในเวลา 13.30 น.เศษ ผ่านหน้าวัดกัลยาณ์ ที่กำลังอยู่ในสภาพถูกกรมศิลป์ย่ำยีหัวใจ ทุบศาลาราย 2 หลัง และมีแผนทุบกุฏิ ศาลา อีกหลายหลัง ถ้ารัฐบาลไม่ยอมรับบิณฑบาตที่พระขอมา

ผ่านวัดอรุณราชวราราม พระอารามหลวงชั้นเอกอุ ที่พระปรางค์อยู่ในระหว่างบูรณปฏิสังขรณ์ จึงเห็นนั่งร้านรอบองค์ ตั้งแต่ฐานบั้นเอวถึงยอดปรางค์ แต่คงรื้อลงเร็วๆ นี้ ทั้งๆ ที่บูรณะยังไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากกรมศิลป์ไม่มีงบประมาณให้ จากนี้ไปพระปรางค์วัดอรุณฯ จะมี 2 สี คือ ขาวกับดำ หรือดำๆ ด่างๆ นั่นเอง

ท่องเที่ยวตามแม่น้ำเจ้าพระยาดั้งเดิม คลองชักพระ ที่มุ่งหน้าไปคลองภาษีเจริญที่เป็นแม่น้ำเจ้าพระยาดั้งเดิม คดเคี้ยวยิ่งนัก

 

ผ่านโรงพยาบาลศิริราช ที่เป็นโรงพยาบาลแห่งแรก (พ.ศ. 2430) สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 ส่วนชื่อโรงพยาบาลเป็นพระนามสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์ ไกด์ประจำทริปคุยให้ฟังถึงการรักษาพยาบาลที่ศิริราชปิยมหาราชการุณย์ที่สร้างใหม่ ว่า ชาวบ้านเรียกว่าโรบินฮู้ด คือรีดคนรวยช่วยคนจน เพราะเก็บค่าจอดรถชั่วโมงละ 100 บาท (ถ้าจอดแล้วแจวไปที่อื่น ไม่ได้ใช้บริการที่สถานพยาบาลเลอเลิศแห่งนี้)

ผ่านบ้านบุ ที่มีชื่อในการทำเครื่องลงหิน ยังพอได้ยินเสียงค้อนกระทบเหล็กอยู่บ้าง แม้ว่าธุรกิจนี้จะเหลือเพียงบ้านเดียวก็ตาม ไกด์บอกว่าให้รีบหางานแฮนด์เมดมาเก็บ ต่อไปจะหายาก

จากนั้นแวะขึ้นวัดสุวรรณาราม หรือวัดทอง เข้าไปในพระอุโบสถที่สร้างสมัยกรุงศรีอยุธยา กราบพระศาสดาที่เป็นองค์พระประธาน เป็นพระพุทธรูปศิลปะสุโขทัย ความงามสุดพรรณนา ไกด์บอกว่าหลวงพ่อชอบม้า จึงมีคนที่อธิษฐานได้ตามต้องการแล้วแก้บนด้วยการวิ่งม้าถวาย ถ้าวิ่งไม่ไหวก็มีเด็กมารับจ้างวิ่งแทน (วิ่ง 3 รอบ)

ฝีมือภาพจิตรกรรมฝาผนังที่พระอุโบสถแห่งนี้ กล่าวกันว่าเป็นฝีมือครูสมัยรัชกาลที่ 3 ครูท่านหนึ่งชื่อ ทองอยู่ อีกท่านชื่อ คงแป๊ะ ทั้งสองมีกองเชียร์ จึงต้องกั้นม่านเมื่อเขียนภาพ ซึ่งเป็นเรื่องทศชาติชาดก และไกด์ชี้ให้ชมภาพผจญมาร หรือธรณีบีบมวยผม ที่งามชดช้อย สุดอัศจรรย์ ถือว่าเป็นต้นแบบภาพเขียนแม่พระธรณีบีบมวยผม หรือผจญมารในแผ่นดินนี้ทีเดียว

มีเกร็ดเล่าว่า ครูคงแป๊ะนั้นเป็นนักโทษประหาร แต่รัชกาลที่ 3 ทรงพระเมตตา พระราชทานอภัยโทษ เพราะเสียดายฝีมือชั้นเทพ จึงมีโอกาสมาประชันกับครูทองอยู่ ที่มีฝีมือระดับเทพเช่นกัน ไม่มีบันทึกว่าใครแพ้ ใครชนะ แต่ฝากผลงานระดับมาสเตอร์พีซให้คนรุ่นหลังได้ชื่นชมและศึกษาเอาเอง

ใช้เวลาที่พระอุโบสถพอสมควร กราบลาพระประธานเดินทางต่อเข้าคลองชักพระ เพื่อไปชิมอาหาร จับจ่ายใช้สอยที่ตลาดน้ำตลิ่งชัน ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเมิน ด้วยไม่มีงบประมาณสนับสนุน แต่ประชาชนและนักท่องเที่ยวมากันแน่นทุกวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เพื่อหาบรรยากาศแบบไทยๆ แม่ค้าขายของในเรือและแพริมน้ำ ทั้งนี้เพราะชุมชนทำงานแข็งขัน ร่วมกับกรุงเทพมหานครมานาน 30 ปีแล้วครับ

อ่านต่อสัปดาห์หน้า

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก