
ค่าบาทป่วนดันซื้อขายเงินพุ่ง
ธปท.ชี้ไตรมาส 2 ซื้อขายเงินตราต่างประเทศพุ่ง 5 หมื่นล้านเหรียญ คาดป้องกันความเสี่ยง
ธปท.ชี้ไตรมาส 2 ซื้อขายเงินตราต่างประเทศพุ่ง 5 หมื่นล้านเหรียญ คาดป้องกันความเสี่ยง
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานปริมาณการซื้อขายเงินตราต่างประเทศระหว่างธนาคารพาณิชย์กับลูกค้าในประเทศ และสถาบันการเงินในต่างประเทศ ล่าสุด ณ สิ้นไตรมาส 2 ที่ผ่านมา พบว่า ภาพรวมทั้งระบบธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศ (รวมธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือเอ็กซิมแบงก์) และสาขาธนาคารต่างประเทศ มีปริมาณการซื้อขายเงินตราต่างประเทศรวม (เทิร์นโอเวอร์) เพิ่มขึ้น 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 16.7% จาก 2.95 แสนล้านเหรียญสหรัฐในไตรมาสแรกปีนี้ เป็น 3.44 แสนล้านเหรียญสหรัฐในไตรมาส 2 ปีนี้
ทั้งนี้ รายละเอียดปริมาณการซื้อขายดังกล่าว ประกอบด้วย การซื้อขายเพื่อค่าสินค้า 7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 756 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1.1% จาก 7.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในไตรมาสก่อนหน้า และซื้อขายเพื่อเหตุผลอื่นๆ จำนวน 2.74 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 22.3% จาก 2.24 แสนล้านเหรียญสหรัฐในไตรมาสก่อนหน้า โดยปริมาณการซื้อและการขายเงินตราต่างประเทศเพิ่มขึ้นทั้งธนาคารพาณิชย์ในประเทศและสาขาธนาคารต่างประเทศ
ด้านเจ้าหน้าที่จากสายตลาดการเงิน ธปท. เปิดเผยว่า ธุรกรรมการซื้อขายเงินตราที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวเป็นระดับปกติ อย่างไรก็ดีในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ไม่ได้มียอดเงินทุนไหลเข้าก้อนใหญ่จากต่างประเทศเข้ามาไทย
ขณะที่นักค้าเงินธนาคารพาณิชย์ เปิดเผยว่า การที่ปริมาณการซื้อขายเงินตราต่างประเทศเพิ่มสูงขึ้นมาก น่าจะสะท้อนภาวะที่ผู้ประกอบการมีการบริหารเงินตราต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเพื่อดูแลอัตราแลกเปลี่ยน และตลาดการเงินมีความผันผวนมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
ภาวะดังกล่าวยังสอดคล้องกับปริมาณและมูลค่าการส่งออกและนำเข้าที่ไม่ค่อยดีมากนัก เห็นได้จากปริมาณการซื้อขายเงินตราต่างประเทศเพื่อค่าสินค้าเพิ่มไม่มาก สอดคล้องกับรายได้จากการส่งออกในแต่ละเดือน เพียงแต่ในส่วนของการซื้อขายอื่นๆ ที่มีปริมาณค่อนข้างสูง ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะผู้ประกอบการมีการบริหารเงินตราต่างประเทศที่มีอยู่น้อยกันมากขึ้น เนื่องจากเมื่อได้เงินค่าสินค้ามาน้อย ก็ไม่มีการซื้อค่าธรรมเนียมเพื่อป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนไว้ก่อน ประกอบกับก่อนหน้านี้มีเงินทุนเคลื่อนย้ายไหลออกไปพอสมควร ทำให้การบริหารหรือการซื้อขายเงินตราต่างประเทศเพิ่มมากขึ้นในช่วงไตรมาสนี้







