posttoday
เดิมพันครั้งสุดท้าย คสช.ฝากความหวัง ‘สมคิด’

เดิมพันครั้งสุดท้าย คสช.ฝากความหวัง ‘สมคิด’

26 สิงหาคม 2558

ผ่านมาร่วมๆ ปี ในที่สุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ผ่านมาร่วมๆ ปี ในที่สุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องตัดสินใจปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) มากกว่า 10 ตำแหน่ง หนึ่งในตำแหน่งสำคัญที่เกิดการเปลี่ยนแปลง คือ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล

การเปลี่ยนตัวหัวหน้าทีมจาก ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล มาเป็น “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” นับว่ามีนัยสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะมีไม่บ่อยนักที่รัฐบาลไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลทหารหรือพลเรือนจะเปลี่ยนตัวหัวหน้าทีมเศรษฐกิจระหว่างอายุของรัฐบาล

ขึ้นชื่อว่า “สมคิด” แล้ว ชั่วโมงนี้ไม่ใช่คนอื่นคนไกลของ คสช.เท่าไหร่ นับตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ ตัดสินใจรัฐประหารล้มรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ก็ได้เชิญกูรูเศรษฐกิจรายนี้มาเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ

ในช่วงแรกของการตั้งรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่ได้ดึงสมคิดเข้ามานั่งเป็นรัฐมนตรี ส่วนหนึ่งอาจไม่ต้องการให้ถูกมองว่า คสช.ชักศึกเข้าบ้าน เนื่องจากสมคิดเป็นอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยมาก่อน จึงต้องให้สมคิดทำงานอยู่เบื้องหลังไปพลางก่อน

เมื่อสถานการณ์มาถึงภาวะคับขัน ทำให้สมคิดกลายเป็นตัวเลือกแรกของ พล.อ.ประยุทธ์ ในทันที

พลิกปูมประวัติการทำงานของสมคิดนับว่าเป็นหนึ่งในผู้สันทัดเรื่องเศรษฐกิจที่หาตัวจับยากคนหนึ่ง

อย่างที่ทราบกันเป็นอย่างดีว่า สมคิดเป็นอดีตรองนายกฯ และขุนพลด้านเศรษฐกิจคู่กายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อครั้งเป็นนายกฯ อยู่ในฐานะทีมงานผู้คิดค้นนโยบายด้านเศรษฐกิจของพรรคไทยรักไทย ส่งผลให้ชื่อของสมคิดถูกยกให้เป็นปรมาจารย์ด้านนี้นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

พ.ต.ท.ทักษิณ เคยพูดถึงสมคิดในระหว่างการประชุมกรอบยุทธศาสตร์กระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 12 ก.พ. 2546 ว่า “รองนายกฯ (สมคิด) อาจารย์พันศักดิ์ และผมเป็นคนที่คิดเรื่องเศรษฐกิจร่วมกันมาโดยตลอด คิดกันตั้งแต่ไม่ตั้งพรรคการเมือง คิดกันคุยกันในมิตินั้นมิตินี้ ฉะนั้นเรามีแนวคิดเดียวกันในเรื่องของเศรษฐกิจ ผมจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องขับเคลื่อน ซึ่งผมไม่มีเวลาขับเคลื่อนเองทุกเรื่อง เพราะมีปัญหาร้อยแปด จึงต้องดึงรองนายกฯ เข้ามา”

จากถ้อยคำของ พ.ต.ท.ทักษิณ ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าสมคิดมีความเป็นนักคิดและนักปฏิบัติสูง และมีความเชี่ยวชาญมากพอที่ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ สามารถวางใจให้มาคุมนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลพรรคไทยรักไทย

แต่หลังจากรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกรัฐประหารเมื่อปี 2549 พรรคไทยรักไทยก็อยู่ในสภาพแตกฉานซ่านเซ็น สมคิดเองเลือกที่จะออกมาจากพรรคไทยรักไทยและมุ่งหน้าทำงานด้านวิชาการอยู่พักใหญ่ จนกระทั่งได้กลับมามีตำแหน่งในทางการเมืองอย่างเป็นทางการในปัจจุบัน

การมาของสมคิดครั้งนี้ ถ้าจะเรียกได้ว่าเป็นความหวังครั้งใหญ่ของ พล.อ.ประยุทธ์ คงไม่แปลกนัก เพราะอย่างที่เห็นกันอยู่ว่าสถานการณ์ของรัฐบาลในระยะนี้ไม่ค่อยสู้ดีนัก ไม่ใช่แค่เรื่องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอย่างเดียว แต่มีปัญหาอื่นๆ สะสมอยู่ด้วย

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมืองที่ยังไม่รู้ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านการทำประชามติหรือไม่ ถ้าเกิดร่างรัฐธรรมนูญถูกฉีกโดยประชาชนขึ้นมา เป็นเรื่องที่ คสช.จะอยู่ในอำนาจต่อไปได้ง่ายๆ หรือการทำงานด้านความมั่นคง ซึ่งผ่านมาหนึ่งสัปดาห์แล้วแต่ยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุระเบิดบริเวณสี่แยกราชประสงค์ได้

ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จึงตั้งความคาดหวังกับรองนายกฯ สมคิดไว้ค่อนข้างสูง และยอมให้สมคิดมีอำนาจเด็ดขาดในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ โดยให้คุมงานนโยบายถึง 7 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงการคลัง กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกระทรวงอุตสาหกรรม

“ยินดีกับรัฐมนตรีใหม่ โดยทำความเข้าใจว่าเป็นการเปลี่ยนผ่าน ครม.ชุดที่ 2 ให้การทำงานเกิดเป็นรูปธรรมและให้ได้ข้อยุติในปี 2559 เพราะที่ผ่านมามีเพียงการดำเนินงานในรูปแบบนโยบายเท่านั้น จึงต้องเร่งขับเคลื่อนโดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจที่จะต้องมีความชัดเจน ให้เกิดการลงทุนทั้งรถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ ซึ่งรองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจได้รับทราบในเรื่องดังกล่าวแล้ว” ความคาดหวังที่ออกมาจาก พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา

การให้สมคิดเข้ามาคุมงานด้านเศรษฐกิจแบบเบ็ดเสร็จ ไม่ต่างอะไรกับการเดิมพันครั้งสุดท้ายของ คสช. ถ้าสมคิดทำผลงานได้ดี คสช.จะได้อานิสงส์ไปด้วย และอาจกลบความผิดพลาดของ คสช.ในเรื่องอื่นๆ ลงได้บ้าง ในทางกลับกัน หากทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ทำงานไม่เข้าตา แทบจะนึกไม่ออกเลยว่าในวันที่ คสช.ต้องลงจากอำนาจจะได้ก้อนอิฐเยอะขนาดไหน

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน