
คนขับแท็กซี่ให้การยันมือระเบิดไม่ใช่คนไทย
ตำรวจ สอบ คนขับแท็กซี่ เขียว เหลือง รับผู้ต้องสงสัยระเบิดราชประสงค์ จาก หน้าอาคารชาญอิสระ ไปส่งหัวลำโพง ยืนยัน ไม่ใช่คนไทย
ตำรวจ สอบ คนขับแท็กซี่ เขียว เหลือง รับผู้ต้องสงสัยระเบิดราชประสงค์ จาก หน้าอาคารชาญอิสระ ไปส่งหัวลำโพง ยืนยัน ไม่ใช่คนไทย
เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ชุดสืบสวนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้เชิญตัว ผู้ขับขี่รถยนต์แท็กซี่สีเขียวเหลือง ซึ่งกล้องวงจรปิดละแวกสถานีรถไฟหัวลำโพงสามารถบันทึกภาพไว้ได้ขณะรถแท็กซี่คันนี้เป็นผู้นำชายสวมเสื้อเหลืองซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์มาส่งที่สถานีรถไฟหัวลำโพงก่อนที่ผู้ต้องสงสัยรายนี้จะขึ้นรถตุ๊กตุ๊กต่v
ทั้งนี้ คนขับรถแท็กซี่ ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ได้รับชายชาวต่างชาติใส่เสื้อสีเหลือง ซึ่งตรงตามกล้องวงจรปิดและภาพสเก็ตซ์ จากบริเวณหน้าอาคารชาญอิสระ ถ.พระราม 4 เวลาประมาณ 16.00 - 17.00 น. วันที่ 17 ส.ค. ซึ่งชายดังกล่าวบอกกับคนขับแท็กซี่เป็นสำเนียงคนต่างชาติว่า “หัวลำโพง หัวลำโพง” จากนั้นคนขับรถแท็กซี่ก็ใช้เส้นทาง ถ.พระราม4 ขาเข้า เลี้ยวขวาเข้าสถานีรถไฟหัวลำโพง ก่อนจะมาจอดรถให้ชายชาวต่างชาติคนนี้ลงเลียบคลองผดุงกรุงเกษมใกล้กับสถานีรถไฟหัวลำโพง ซึ่งตลอดการเดินทางชายดังกล่าวนั่งเงียบไม่พูดจาอะไร นั่งเงียบๆ
อย่างไรก็ตามคนขับแท็กซี่ไม่สามารถจดจำหรือยืนยันได้ว่ากระเป๋าเป้ที่ชายดังกล่าวสะพายขึ้นรถเป็นใบใหญ่ขนาดไหน แต่มั่นใจว่าใบที่สะพายขึ้นรถไม่ใช่กระเป๋าเป้ใบที่สะพายอยู่บริเวณศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ ซึ่งปรากฏในภาพจากกล้องวงจรปิดที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเอาให้ดู และไม่ได้ถือถุงสีขาว จึงทำให้ชุดสืบสวนมั่นใจว่าคนร้ายที่โดยสารแท็กซี่คันนี้มาลงที่สถานีรถไฟหัวลำโพงนั้น มาสับเปลี่ยนกระเป๋าเป้กับอีกคนที่น่าจะมีการนัดหมายไว้ ก่อนไปใช้บริการรถตุ๊กตุ๊กให้ไปส่งที่แยกราชประสงค์เพื่อก่อเหตุวางระเบิด
ด้านเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบในย่านที่คนร้ายขึ้นรถแท็กซี่ รวมถึงละแวกใกล้เคียงเพื่อค้นหาแหล่งที่พักอาศัย รวมถึงพยานเพิ่มเติม ส่วนรถแท็กซี่จะได้ประสานกองพิสูจน์หลักฐานมาตรวจเก็บหลักฐานต่างๆ เพื่อนำไปตรวจหาดีเอ็นเอตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อหาความเชื่อโยงตัวบุคคลคนร้ายรายนี้ต่อไป
พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผบ.ตร. กล่าวภายหลังจากประชุมชุดคลี่คลายคดีระเบิดราชประสงค์และท่าน้ำสาทรว่า สั่งการให้ชุดสืบสวนหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมโดยเฉพาะกล้องวงจรปิด และสั่งการให้จำลองทำระเบิดจริงๆ ทั้ง 2 จุด ที่ศาลท้าวมหาพรหมและท่าน้ำสาทร ไปทดลอง จำลองเหตุการณ์ทั้งบนบกและในน้ำ เทียบเคียงดูอานุภาพของระเบิดเพื่อความรอบคอบทางคดี
เบื้องต้นมีรายงานการตรวจสอบระเบิดทั้ง 2 จุด น่าจะเป็นระเบิดทีเอ็นที แต่ยังไม่ยืนยันชัดเจนจึงต้องหาวัสดุลักษณะเดียวกันไปทดลองดังกล่าว โดยจะมีการลองทดสอบที่สนามหุบสบู่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ส่วนคนร้ายชายเสื้อฟ้าที่ก่อเหตุวางระเบิดที่ท่าน้ำสาทร ก็มั่นใจว่าน่าจะออกหมายจับได้ แต่ต้องรอการรวบรวมพยานหลักฐาน คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ รวมถึงต้องรอผลการหารือจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) สำหรับภาพสเก็ตซ์คนร้ายชายเสื้อฟ้าก็อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการ
ภาพประกอบข่าว







