
เขมรตรึงกำลังพลตลอดแนวชายแดน
มทภ.2 ยันสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงปกติ แต่ยังเตรียมพร้อมกำลังพลและอาวุธยุทโธปกรณ์ตลอดแนวชายแดน
มทภ.2 ยันสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงปกติ แต่ยังเตรียมพร้อมกำลังพลและอาวุธยุทโธปกรณ์ตลอดแนวชายแดน
พล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา โดยรวมยังคงอยู่ในภาวะที่เป็นปกติ ทางด้านฝั่งกัมพูชาเอง อาจจะมีการเตรียมกำลังตามยุทธศาสตร์ทางทหารที่ได้กำหนดไว้ คือ การจัดกองกำลังหน่วยประจำพื้นที่ตลอดแนวชายแดน รวมถึงการสร้างความพร้อมที่พักอาศัยของกำลังพล และการจัดเตรียมอาวุธยุทธโธปกรณ์
นอกจากนี้ยังมีการอพยพครอบครัวของทหารเข้ามาประชิดแนวชายแดนด้วย ส่วนเรื่องการเตรียมการที่จะพยายามขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชานั้นยังคงเป็นเพียงการเรียกร้องฝ่ายเดียวของกัมพูชา ตามขั้นตอนที่ได้เตรียมการไว้ โดยความคืบหน้าขณะนี้ทางคณะกรรมการมรดกโลกได้แจ้งเงื่อนไขการขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกออกมาว่า บริเวณโดยรอบตัวปราสาทเขาพระวิหารในรัศมี 10 กม. จะต้องไม่มีสิ่งปลูกสร้าง หรือที่พักอาศัยใดๆอยู่ในพื้นที่
อย่างไรก็ตามทางฝั่งกัมพูชาก็ได้มีการเคลื่อนย้ายกลุ่มมวลชนที่มาจัดตั้งถิ่นฐานอยู่ในพื้นที่เขตรัศมีที่กำหนดออกไปแล้วบางส่วน ยังคงเหลืออยู่เฉพาะในส่วนของตลาดชุมชน และวัด เท่านั้น ซึ่งสถานการณ์และความคืบหน้าในเรื่องนี้ทางฝ่ายทหารก็ได้ติดตามอย่างใกล้ชิด และยังคงยืนยันที่จะคัดค้านการขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเพียงฝ่ายเดียวของกัมพูชาอย่างเต็มที่
ทั้งนี้เรื่องการคัดค้านหรือขั้นตอนการดำเนินการต่างๆ เป็นเรื่องที่ทางรัฐบาลจะต้องเป็นผู้ดำเนินการ ฝ่ายทหารมีหน้าที่เพียงปฏิบัติตามคำสั่งเท่านั้น และถึงแม้ว่าจะมีความขัดแย้งกันในเรื่องดังกล่าวอยู่บ้างแต่ความสัมพันธ์ทางทหารทั้งฝ่ายไทย และกัมพูชาเอง ยังมีความสงัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ไม่ได้มีการสร้างเงื่อนไขซึ่งจะนำไปสู่การเกิดการกระทบกระทั่งหรือเป็นชนวนเหตุให้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้นมาอีก
พล.ท.วีร์วลิต กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่ทางกัมพูชาจะจัดกิจกรรมวันแห่งความโกรธแค้นในวันที่ 15 ก.ค.นี้จะส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนทั้ง 2 ประเทศที่อยู่ติดกับแนวชายแดน รวมถึงความสัมพันธ์ของทหารหรือไม่นั้น แม่ทัพภาคที่ 2 ระบุว่า จากการติดตามหาข่าวในข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ ก็ยังไม่พบมีความชัดเจนที่จะจัดกิจกรรมในพื้นที่แต่อย่างใด ยังเป็นเพียงข่าวที่เกิดขึ้นมาเพื่อปลุกกระแสความรักชาติของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น คล้ายคลึงกับในประเทศไทย ที่มีการจัดตั้งกลุ่มเรียกร้องทวงคืนแผ่นดินแม่ ขึ้นมาเพื่อเรียกร้องสิทธิและปลุกกระแสความรักชาติ
ทางกองทัพภาคที่ 2 เองก็ได้ชี้แจงทำความเข้าใจในข้อเท็จจนหยุดการเคลื่อนไหวไปเรียบร้อยแล้ว ในส่วนของทางฝั่งกัมพูชาเองก็สามารถกระทำได้ตามสิทธิเนื่องจากเป็นการจัดกิจกรรมในเขตประเทศกัมพูชา แต่ทางกองทัพภาคที่ 2 ก็ได้ประสานชี้แจงและเรียกร้องไปยังฝ่ายกัมพูชาว่า อย่าให้การจัดกิจกรรมดังกล่าวมาเป็นสิ่งที่ที่สร้างผลกระทบต่อความสัมพัธ์ระหว่างประชาชนตามแนวชายแดน และอย่าให้มาอยู่ใกล้แนวชายแดนมากนัก ซึ่งฝ่ายกัมพูชาก็มีบการยืนยันออกมาแล้วว่าจะไม่มีการจัดกิจกรรมบริเวณแนวชายแดน และจะไม่เกิดผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศอย่างแน่นอน







