posttoday
จับตาดูสถานการณ์นักท่องเที่ยวจีน ปี 2559 ท้าทายอุตสาหกรรมเที่ยวไทย

จับตาดูสถานการณ์นักท่องเที่ยวจีน ปี 2559 ท้าทายอุตสาหกรรมเที่ยวไทย

21 สิงหาคม 2558

รวดเร็วในแบบพญามังกรขนานแท้และดั้งเดิมจริงๆ นะครับ ในการตัดสินใจของทางการจีนที่ประกาศลดค่าเงินหยวน

โดย...ม.ล.สุรวุฒิ ทองแถม

รวดเร็วในแบบพญามังกรขนานแท้และดั้งเดิมจริงๆ นะครับ ในการตัดสินใจของทางการจีนที่ประกาศลดค่าเงินหยวน

จนถึงในวันนี้ที่ผมเขียนบทความนี้ค่าเงินหยวนลดลงไป 3 วันติดต่อกัน เริ่มตั้งแต่ 1.9% ในวันแรก 1.6% ในวันที่สองและวันนี้ ลดลงอีก 1.1% ถ้านับรวมกันก็เป็นตัวเลขประมาณ 4% เศษแล้วครับ

ผมคงไม่สามารถเขียนถึงภาพรวมของผลกระทบทางเศรษฐกิจที่จะกระทบต่อประเทศไทยได้ครบทุกด้านครับ เพราะเป็นที่ทราบกันอยู่ทั่วไปแล้วว่าในระยะนี้ ประเทศจีนมีปัญหาทางเศรษฐกิจภายในประเทศ อัตราค่าเงินหยวนแข็งตัวขึ้นมาเป็นเวลานานพอสมควร ทำให้สินค้าส่งออกของจีนมีราคาสูงขึ้นในตลาดโลก เกิดสภาวะฟองสบู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์และตลาดทุน

นอกจากนี้ ยังมีสาเหตุอื่นๆ ทางการเมืองทั้งภายในและภายนอกประเทศมาผสมผสานกัน จนเป็นเหตุให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนมีทิศทางที่ไม่ดีนัก จึงทำให้ภาครัฐมีความจำเป็นที่จะต้องลดค่าเงินหยวนลงมาอย่างที่ได้เห็นและเป็นอยู่ในวันนี้ และอาจจะมีวันต่อๆ ไปอีกก็ได้ครับ เพื่อพิทักษ์ประโยชน์ของประเทศจีนทั้งในปัจจุบันและอนาคต

ผมอยากจะเพียงคาดการณ์หรือแสดงความเห็นถึงผลกระทบทางด้านการท่องเที่ยวเพียงประเด็นเดียว ซึ่งก็อาจจะหนักหนาพอสมควรสำหรับบ้านเราแล้ว เนื่องจากจีนเป็นตลาดคู่ค้าทางการท่องเที่ยวที่มีจำนวนทั้งนักท่องเที่ยวในเชิงปริมาณและคุณภาพมากเป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทยมานานต่อเนื่องกันหลายปี

อีกทั้งหลากหลายธุรกิจในบ้านเราก็พึ่งพิงตลาดจีนเป็นเสาหลักในด้านรายได้นานกว่าสิบปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ โรงแรม ร้านจิวเวลรี่ สวนสนุก ภัตตาคาร รถทัศนาจร บริษัทผู้ประกอบการท่องเที่ยว มัคคุเทศก์ ไม่เว้นแม้แต่สายการบินต่างๆ ที่รวมไปถึงสายการบินของไทย จีน โลว์คอสต์และเครื่องบินเช่าเหมาลำตามฤดูกาลต่างๆ ที่เดินทางจากเมืองต่างๆ ของจีนเข้ามาประเทศไทย

ภาครัฐของไทยเราเองก็เพิ่งแถลงตัวเลขแห่งความภาคภูมิใจในความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนในช่วงหกเดือนแรกของปี 2558 ที่มีจำนวนถึง 4,006,584 คน สูงเกินเป้าหมาย หรือพูดกันง่ายๆ ก็คือ จำนวนนักท่องเที่ยวจีนในหกเดือนแรกนี้มีปริมาณเกือบเท่าจำนวนนักท่องเที่ยวของจีนที่เดินทางเข้าประเทศไทยเมื่อปีที่แล้วทั้งปีครับ ต่างกันเพียงแค่หกแสนคนเศษเท่านั้นเอง รวมไปถึงมีการคาดการณ์ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนจะขยายตัวไปในระดับ 7.24 ล้านคนภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งจะเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดถึงกว่า 56% ทีเดียวครับ

เนื่องจากสภาวะทางเศรษฐกิจที่จีนประสบในปัจจุบันนี้ ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่มีผลกระทบในระดับโลกเลยทีเดียว ดังนั้นผมคิดว่าทั้งภาครัฐและภาคเอกชนไทยควรจะรีบตื่นตัว และเริ่มจับตาดูกระแสและทิศทางความเป็นไปของสถิติตัวเลขของนักท่องเที่ยวจีนที่จะเดินทางภายในและออกนอกประเทศของเขานับตั้งแต่ต้นเดือน ต.ค.ปีนี้อย่างใกล้ชิดแล้วละครับ

ตามปกติแล้วในช่วงวันเวลาดังกล่าวนักท่องเที่ยวจีนจะเดินทางท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศเป็นจำนวนมาก เนื่องด้วยมีวันหยุดฉลองวันชาติอย่างต่อเนื่องที่ยาวนาน

อย่าลืมนะครับนับแต่โบราณกาลกลยุทธ์และกลวิธีลีลาพญามังกรในเชิงกระบี่ของชาวยุทธ์จีนนั้นมิได้มีแค่เพลงดาบเดียวจบนะครับ การบังคับใช้ระเบียบที่เข้มข้นในตลาดทุน การปราบปรามคอร์รัปชั่น การลดค่าเงินหยวน ที่เราเห็นอาจเป็นเพียงกระบวนการเตรียมการเบื้องต้นในการเข้าสู่ความเป็นผู้นำอันดับหนึ่งทางเศรษฐกิจโลกในอนาคตครับ

สำหรับการลดค่าเงินหยวนในครั้งนี้ จะไม่มีผลเสียหายทางด้านรายได้กับผู้ประกอบการบ้านเรามาก เพราะสัญญาค่าบริการในด้านนี้เป็นเงินสกุลบาทไทยเกือบทั้งหมด แต่จะมีผลกระทบในจีนที่ภาคธุรกิจของเขา รวมถึงตัวนักท่องเที่ยวที่จะต้องใช้เงินหยวนมากขึ้นในการชำระค่าบริการให้เรา

ดังนั้น ประการแรก ตามวิธีการดำเนินธุรกิจของจีน ซึ่งไม่น่าที่จะหลีกเลี่ยงได้คือ การต่อรองขอลดราคาค่าบริการต่างๆ ในบ้านเรา ทั้งราคาทัวร์ ค่าที่พักโรงแรม ค่าอาหาร ลงไปเพื่อชดเชยกำไรที่สูญเสียไปของภาคธุรกิจเอกชนท่องเที่ยวของจีน โดยใช้ปริมาณของนักท่องเที่ยวเป็นกลไกและเครื่องมือในการต่อรอง หนีไม่พ้นหรอกครับ ผมรับรอง

ประการที่สอง ถ้าสถานการณ์เศรษฐกิจของจีนยังไม่ดีขึ้น สถาบันธุรกิจชั้นนำต่างๆ ภายในประเทศจีนอาจจะมีการเลิกจ้างพนักงานทำให้อัตราการว่างงานของคนชั้นกลางในจีนมีมากขึ้น ดังนั้นกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวจีนประเภทนักเดินทางอิสระไม่ใช่หมู่คณะ เช่น ครอบครัว คู่ฮันนีมูน ช็อปปิ้ง ตรวจสุขภาพ เข้ามาประเทศไทยที่มีสัดส่วนมากกว่า 55% รวมไปถึงตลาด MICE ที่มีคุณภาพและ มีค่าใช้จ่ายต่อคนในการเดินทางสูงที่มีสัดส่วนประมาณเกือบ 3% ของนักท่องเที่ยวจีนทั้งหมดจะลดลงไปอย่างแน่นอน

แต่หากจะมองภาพรวมตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนในเชิงปริมาณ ผมคิดว่าไม่น่าจะลดลงมากนัก เพราะกรุ๊ปทัวร์ประเภทศูนย์เหรียญจะเข้ามาแทนที่ แถมด้วยกรุปทัวร์ประเภท Kick Back ครับ

ประการที่สาม ที่ผมมีความกังวลมากกว่าคือ หากมีการรณรงค์โดยภาครัฐบาลจีนให้มีการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศให้มากขึ้น ใช้นโยบาย ทั้งลด แลก แจก และแถมด้วยการบังคับอย่างอ่อนๆ ในรูปแบบของการขอความร่วมมือให้บริษัทท่องเที่ยว สายการบินต่างๆ ของจีนช่วยกันคนละไม้คนละมือ อันนี้ล่ะของจริงครับ นักท่องเที่ยวจีนที่ออกต่างประเทศจะลดลงทันที แล้วจะหันมาท่องเที่ยวภายในประเทศแทน เป็นผลให้เศรษฐกิจของจีนมีความคล่องตัวขึ้น มีการใช้จ่าย มีเงินหยวนหมุนเวียนภายในประเทศมากขึ้น ซึ่งก็ไม่แปลกเพราะยามยากลำบากหลายต่อหลายประเทศก็ปฏิบัติกันทั้งนั้น รวมทั้งประเทศไทยเราเองด้วย

ดังนั้น ปี 2559 จะเป็นปีที่ท้าทายการท่องเที่ยวของไทยอีกปีหนึ่งครับ

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก