
ชาวบ้านไม่รัก-โจรไม่กลัว โจทย์ยากผบ.ตร.คนใหม่
โดย...พล.ต.ต.เกษียร วรศิริ
โดย...พล.ต.ต.เกษียร วรศิริ
เมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2558 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ซึ่งในที่ประชุม พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นผู้เสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสมได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้แก่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ 6 ต่อ 0 จึงทำให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา เป็น ผบ.ตร. คนใหม่ (คนที่ 11)
การแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ของ ก.ต.ช.ในครั้งนี้ ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มีการแต่งตั้งหัวหน้าหน่วยจากผู้ที่มีอาวุโสน้อยที่สุด จากรอง ผบ.ตร.ซึ่งมีสิทธิทั้งหมด 5 คน
หากเป็นหน่วยของทหาร เช่น กองทัพบก กองทัพเรือ หรือกองทัพอากาศ จะมีการแต่งตั้งผู้ที่มีอาวุโสมากกว่าในหน่วยซึ่งถูกข้าม ย้ายไปอยู่ที่กองบัญชาการทหารสูงสุด หรือ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาของหน่วยงาน
แต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหน่วยงานขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี จะผลักดันผู้ที่อาวุโสกว่าโดยเฉพาะผู้ที่มีอาวุโสอันดับหนึ่งและสองไปไว้ที่หน่วยงานไหน???
แต่ฟังเสียงจากประชาชนและข้าราชการตำรวจแล้ว ส่วนใหญ่ยอมรับการตัดสินใจของ ก.ต.ช.ในครั้งนี้ เพราะ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ถือได้ว่าเป็นตำรวจสายนักบู๊ หรือเป็นตำรวจมืออาชีพอย่างแท้จริง
มีโจทย์ใหญ่ของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ ซึ่งรอการแก้ไขมากกว่าคำถามที่ว่าจะแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเพื่อใคร??? เพื่อประชาชน เพื่อตำรวจ หรือเพื่อคนแต่งตั้ง
โจทย์ใหญ่นั้นคือ
1.ประชาชนไม่รักตำรวจ
2.โจรไม่กลัวตำรวจ
3.ตำรวจบางคน บางหน่วย มีภาพพจน์ทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา อาทิ ตำรวจเป็นโจรเสียเอง หรือทำลับๆ ล่อๆ อยู่ข้างถนน เป็นต้น
ในสมัยโบราณเมื่อเอ่ยคำว่าผู้รักษากฎหมาย ทุกคนก็จะมองมาที่ตำรวจ จึงทำให้มองเห็นว่างานของตำรวจนั้นมีหลายหน้าที่เกินไป ในแนวความคิดของการปฏิรูปตำรวจ จึงมีข้อเสนอให้มีการคืนหน้าที่และมอบอำนาจไปให้หน่วยงานหลักเจ้าของกฎหมายนั้นไป อาทิ ตำรวจรถไฟ คืนให้การรถไฟแห่งประเทศไทย ตำรวจจราจร มอบให้องค์กรส่วนท้องถิ่น ตำรวจป่าไม้หรือตำรวจทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็คืนให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
แต่ปัจจุบันนี้กฎหมายที่ออกมาแต่ละฉบับ ก็จะมีหน่วยงานระดับกระทรวงที่เป็นผู้รักษากฎหมายฉบับนั้นๆ ปัญหาของการเป็นผู้บังคับใช้กฎหมายเมืองไทย นอกจากหน่วยงานของตำรวจแล้ว ยังมีหน่วยราชการอีกหลายหน่วยที่ปล่อยปละละเลยให้ปัญหาที่สั่งสมมาเป็นสิบๆ ปี จนบางปัญหากลายเป็นปัญหาระดับโลก อาทิ ปัญหาการค้ามนุษย์ การแก้ไขปัญหาเรือประมงทําการประมงผิดกฎหมาย เป็นต้น จนกระทั่งต้องถูกต่างชาติบีบให้ประเทศไทยทำตามกฏหมายสากล
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่จึงต้องเตรียมตัวแก้ปัญหาที่สังคมเป็นโจทก์และมุ่งหวังให้มีการปฏิรูปตำรวจ แล้วเร่งรีบแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน มิเช่นนั้นภาพลักษณ์ขององค์กรตำรวจจะถูกประชาชนเสื่อมศรัทธาลงไปเรื่อยๆ สังคมในอนาคตประชาชนจะเป็นผู้ตรวจสอบการทำงานของข้าราชการทุกหน่วย เพราะประชาชนเป็นผู้มีส่วนร่วมในการบริหารบ้านเมือง คำว่าผู้ปกครองในอนาคตจะหายไป เหลือแต่คำว่าผู้ให้บริการ
องค์กรธุรกิจและองค์กรราชการในอนาคตระบบการบริหารจะกลืนกันจนเป็นเนื้อเดียว ภาพที่ประชาชนไปติดต่อราชการต้องถอดรองเท้าทิ้งไว้ด้านหน้า แล้วเดินตัวลีบเข้าไปหาข้าราชการนั้น ภาพนี้คงจะไม่ได้เห็นในอนาคต แต่คงจะเห็นภาพที่เวลาตำรวจตั้งด่านแล้วมีคลิปที่ประชาชนถกเถียงถึงสิทธิเสรีภาพมากยิ่งขึ้น และมากยิ่งขึ้น
นโยบายชุมชนเข้มแข็งของรัฐบาลนี้ ปรากฏอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญหลายจุดด้วยกัน ดังนั้นผู้ที่จะเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนต่อไป ควรจะต้องรู้ซึ้งถึงนโยบายชุมชนเข้มแข็ง คำนึงถึงสิทธิและเสรีภาพของประชาชนให้มากยิ่งขึ้นตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
ข้อสำคัญประการสุดท้าย หัวของหัวหน้าตำรวจต้องไม่ส่ายครับ เมื่อหัวไม่ส่าย ท้ายก็ไม่กล้ากระดิก ประชาชนก็ไม่เดือดร้อน อยู่เย็นเป็นสุข เมื่อประชาชนหันมารักตำรวจมากขึ้น เป็นพวกเดียวกัน เป็นพันธมิตรกับตำรวจ โจรก็ย่อมจะเดือดร้อนนอนเป็นทุกข์ (ในคุก) มากยิ่งขึ้น







