
บึ้มซ้ำสาทรโยงราชประสงค์ ผบ.ตร.ยันคนไทยทำกันเอง
คดีระเบิดราชประสงค์มีความคืบหน้ามากขึ้น เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ภาพคนร้ายจากกล้องวงจรปิด
คดีระเบิดราชประสงค์มีความคืบหน้ามากขึ้น เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ภาพคนร้ายจากกล้องวงจรปิด พบว่าเป็นชายใส่เสื้อสีเหลืองเดินมาที่ศาลพระพรหม ก่อนจะนำระเบิดที่ซุกไว้ในเป้วางไว้ที่เก้าอี้ภายในศาลพระพรหม ขณะที่ช่วงบ่ายวานนี้เกิดเหตุระเบิดอีกจุดย่านสาทร โดยคนร้ายปาระเบิดมาจากสะพานตากสินลงในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณท่าเรือสาทร ทั้งสองเหตุการณ์ตำรวจยืนยันว่ามีความเชื่อมโยงกัน
พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวว่า เหตุระเบิดที่ราชประสงค์ยังไม่พบความเชื่อมโยงว่าเป็นฝีมือของชาวต่างชาติ หรือชาวอุยกูร์ที่ไม่พอใจรัฐบาลไทยที่ส่งชาวอุยกูร์ให้จีน เพราะผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บไม่ได้มีเฉพาะชาวจีน และพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ในจุดเกิดเหตุ ยังไม่มีอะไรบ่งบอกได้ว่าเป็นชาวต่างชาติ
“จากการตรวจสอบพบว่าเหตุระเบิดครั้งนี้มีทั้งชาวไทย มาเลเซีย บรูไน และชาวจีน หลายเชื้อชาติ จึงคาดการณ์ได้ว่าคนร้ายต้องการหวังผลให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตผู้คน เพราะเป็นช่วงเวลาที่มีประชาชนจำนวนมากเดินผ่านไปมา” ผบ.ตร. กล่าว
อย่างไรก็ตาม จากภาพที่ปรากฏยังไม่ปักใจเชื่อว่าเป็นใคร เนื่องจากภาพที่ปรากฏชายต้องสงสัยนั้น อาจปลอมใบหน้าหรือตกแต่งเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าใจผิด
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า การตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่าก่อนเกิดเหตุประมาณเกือบ 1 ชั่วโมง พบชายในชุดเสื้อเหลืองต้องสงสัย 1 ราย ใส่แว่นตาสีเหลือง รองเท้าผ้าใบ สะพายกระเป๋าเป้ นั่งรถสามล้อเครื่องมาลงที่หน้าโรงแรมแกรนด์ไฮแอท เอราวัณ จากนั้นเดินเข้าไปที่จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณม้าหินริมรั้วด้านในศาลพระพรหม ก่อนจะยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปพระพรหมก่อนที่จะเข้าไปนั่งเก้าอี้ หลังจากมีคนลุกออก จากนั้นคนร้ายวางกระเป๋าแล้วเดินออกจากบริเวณดังกล่าวโดยขึ้นมอเตอร์ไซค์หลบหนี ประมาณ 5 นาทีต่อมาจึงเกิดเหตุระเบิด
การตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดขากลับ คนร้ายเดินเท้าไปทางแยกสารสินมุ่งหน้าสีลมจากนั้นภาพจากกล้องวงจรปิดไม่สามารถบันทึกภาพได้
ขณะเดียวกัน ชุดสืบสวนยังได้หาข้อมูลกลุ่มชาวต่างชาติต้องสงสัย โดยเฉพาะชาวตะวันออกกลาง เนื่องจากภาพชายต้องสงสัยมีลักษณะคล้ายคลึงกันกับคนสัญชาติดังกล่าว โดยพุ่งเป้าไปที่ชาวอุยกูร์ที่มักพักอาศัยบริเวณย่านนานา
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลา 13.20 น. เกิดเหตุระเบิดบริเวณท่าเรือสาทร โดยระเบิดกระทบกับตอม่อสะพานก่อนถึงสถานีรถไฟฟ้าตากสิน แล้วตกลงน้ำทำให้น้ำกระจายพุ่งขึ้นสูง 20 เมตร แต่โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่จึงได้นำนักประดาน้ำมาค้นหาหลักฐานใต้แม่น้ำเจ้าพระยา
พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผู้กำกับกลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด หรืออีโอดี กล่าวหลังตรวจสอบหลักฐานระเบิดที่ท่าเรือสาทร พบว่าลูกปราย เศษโลหะ มีลักษณะคล้ายกับหลักฐานที่พบในเหตุการณ์แยกราชประสงค์ เป็นระเบิดชนิดทีเอ็นที หรือซีโฟร์ มีรัศมีทำลายล้าง 30-50 เมตร เป็นการระเบิดที่ใช้การจุดชนวน หวังผลเอาชีวิต เนื่องจากท่าเรือดังกล่าวมักมีกลุ่มนักท่องเที่ยวและคนไทยสัญจรเป็นจำนวนมาก จึงเชื่อว่าการก่อเหตุของคนร้ายในครั้งนี้จะมีความเชื่อมโยงกันทั้งสองเหตุการณ์
พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวว่า เหตุระเบิดที่ท่าเรือสาทรกับราชประสงค์เชื่อมโยงกัน คาดว่าคนร้ายหวังเอาชีวิต แต่โยนพลาดเป้า และเชื่อว่าคนร้ายประกอบระเบิดจากในประเทศ ส่วนคนร้ายที่วางระเบิดราชประสงค์ พบว่ามีการพันผ้าที่แขนสองข้าง คนร้ายอาจเล่นกีฬาแล้วได้รับบาดเจ็บ
ขณะที่ พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ลักษณะระเบิดที่ท่าเรือสาทรเป็นไปป์บอมบ์จุดชนวนด้วยไฟ แล้วโยนลงมาจากสะพานคล้ายกับที่แยกราชประสงค์ คือ เป็นระเบิดที่บรรจุในท่อเหล็ก แรงระเบิดใกล้เคียงกัน สันนิษฐานกลุ่มที่ก่อเหตุเป็นกลุ่มเดียวกัน โดยคาดว่ามีผู้ก่อเหตุมากกว่า 1 คน ทำเป็นขบวนการ ซึ่งใช้จักรยานยนต์เป็นยานพาหนะ
“ทั้งสองเหตุการณ์น่าจะเป็นการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอนแบบมืออาชีพ นอกจากนี้ยังพบว่าอาจจะมีคนไทยเข้าไปเกี่ยวข้อง ทำกันเอง หรือร่วมขบวนการอยู่ด้วย โดยต้องมีคนขับจักรยานยนต์มีคนซ้อนเป็นผู้โยนลงมา” ผบ.ตร. กล่าว
สำหรับตัวเลขผู้เสียชีวิตเหตุระเบิดราชประสงค์อยู่ที่ 20 คน ผู้บาดเจ็บทั้งหมด 134 คน โดยผู้เสียชีวิตแยกเป็นคนไทย 4 ฮ่องกง 2 มาเลเซีย 2 จีน 2 สิงคโปร์ 1 ที่เหลือรอการพิสูจน์
ทั้งนี้ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพจะจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหาย กรณีบาดเจ็บได้รับค่ารักษาเท่าที่จ่ายจริง ไม่เกิน 3 หมื่นบาท ค่าฟื้นฟูร่างกายและจิตใจเท่าที่จ่ายจริง ไม่เกิน 2 หมื่นบาท ค่าขาดประโยชน์ทำมาหากิน วันละ 200 บาท/1 ปี







