
ล่าบึ้มราชประสงค์ เดิมพันอนาคต กู้ความเชื่อมั่น คสช.
เหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา นับเป็นความเสียหายที่รุนแรงมากที่สุดนับตั้งแต่หลังการรัฐประหาร 22 พ.ค. 2557
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
เหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา นับเป็นความเสียหายที่รุนแรงมากที่สุดนับตั้งแต่หลังการรัฐประหาร 22 พ.ค. 2557
นอกจากจะมีผู้เสียชีวิตร่วม 20 คน และบาดเจ็บอีกร่วมร้อย ความรุนแรงที่เกิดยังส่งผลสร้างความเสียหายต่อการท่องเที่ยว และธุรกิจอย่างรุนแรงกว่าทุกครั้ง
เมื่อรอบนี้คนร้ายตั้งเป้าก่อเหตุในพื้นที่ราชประสงค์ไม่ว่าจะมีนัยสำคัญทางการเมืองหรือไม่ก็ตาม แต่การเลือกย่านธุรกิจกลางเมืองก่อเหตุย่อมต้องส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ สั่นคลอนเศรษฐกิจและความเชื่อมั่น ซ้ำเติมปัญหาให้ทุกอย่างกลับไปย่ำแย่เหมือนเดิม ทั้งที่สัญญาณหลายอย่างสะท้อนให้เห็นว่าทิศทางในอนาคตกำลังดีขึ้น
ที่สำคัญ เหตุบึ้มครั้งนี้ยังถือเป็นการซ้ำเติมและฉุดความเชื่อมั่นของรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ควบตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ที่ไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้
ไม่ว่าจะด้วยบทบาทหน้าที่และอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในมือ การควบคุมสถานการณ์ให้อยู่ในความสงบเรียบร้อยจึงถือเป็นภารกิจลำดับแรกๆ ที่ต้องให้ความสำคัญก่อนเรื่องอื่น
ความรุนแรงที่เกิดขึ้นย่อมถือเป็นความล้มเหลวในการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งในแง่การข่าวที่ควรจะมีข้อมูลแม้จะไม่สามารถหาทางตั้งรับได้หมด แต่ควรจะมีการออกมาแจ้งเตือนให้ประชาชนได้รับรู้รับทราบข้อมูลเพื่อหาทางป้องกันผ่อนหนักให้เป็นเบา
และยังเป็นความล้มเหลวในการสกัดกั้น ป้องกันไม่ให้ผู้ก่อเหตุความรุนแรงออกมาสร้างสถานการณ์ รวมทั้งล้มเหลวในการกวาดล้างติดตามตัวผู้ก่อเหตุบึ้มหลายครั้งก่อนหน้ามาดำเนินคดี
เหตุระเบิดที่ราชประสงค์นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น ก่อนหน้านี้ วันที่ 1 ก.พ. 2558 เกิดเหตุระเบิดบริเวณทางเดินเชื่อมระหว่างสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยาม เจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายจับบุคคล 2 คนตามภาพวงจรปิดที่จับภาพได้ เป็นชายไทย อายุประมาณ 30 ปี แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้า
ต่อมาวันที่ 7 มี.ค. 2558 เกิดเหตุปาระเบิดถล่มศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก สามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้และขยายผลไปสู่การติดตามตัวผู้ร่วมกระบวนการ
ถัดมาวันที่ 10 เม.ย. 2558 เกิดเหตุคาร์บอมบ์ที่ลานจอดรถชั้นใต้ดินศูนย์การค้า เซ็นทรัลเฟสติวัล สมุย มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 6 คน ไม่มีผู้เสียชีวิต แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้า
ปัญหาอยู่ตรงที่หากยังไม่สามารถติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี หรือขยายผลสืบหาตัวไปถึงผู้ร่วมกระบวนการคนอื่นๆ ได้ ต่อให้พยายามหามาตรการมาสกัดเหตุรุนแรงมากแค่ไหนก็ย่อมมีโอกาสที่จะเกิดเหตุรุนแรงได้อยู่ดี
ต่อให้ใช้กฎหรืออำนาจพิเศษกดเอาไว้ ก็ทำได้เพียงแค่ชั่วครู่ชั่วคราว สุดท้ายหากเอาแต่เป็นฝ่ายตั้งรับอย่างเดียวย่อมเกิดช่องโหว่ให้ผู้ที่จ้องจะก่อเหตุเข้ามาสร้างสถานการณ์ความรุนแรง
ดังจะเห็นจากครั้งนี้ เหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นทิ้งช่วงจากก่อนหน้านี้นานหลายเดือน จนชวนให้ประเมินสถานการณ์ไปว่าทุกอย่างน่าจะเข้าสู่ความสงบ หลังจาก คสช.งัดมาตรการต่างๆ มาดูแลเหตุการณ์
แต่สุดท้ายเหตุระเบิดล่าสุดยังตอกย้ำให้เห็นว่ากลุ่มก่อความไม่สงบยังมีอยู่ และรอเวลาออกมาเคลื่อนไหวในจังหวะที่เหมาะ ส่วนกลุ่มเหล่านี้จะเป็นใคร เชื่อมโยงกับใครบ้าง และมีใครอยู่เบื้องหลัง เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ และ คสช.ต้องเร่งทำความจริงให้ปรากฏก่อนทุกอย่างจะแย่ไปกว่านี้
ไม่ใช่แค่ใช้ “สูตรเดิม” โบ้ยให้เป็นแค่เรื่องของกลุ่มการเมืองบางกลุ่ม กลุ่มผู้ไม่หวังดีคอยสร้างสถานการณ์ กลุ่มอำนาจเก่าที่เสียประโยชน์ เชื่อมโยงกับประเด็นการถอดยศ
หรือประเด็นใหม่ที่เพิ่มเข้ามาในรอบนี้ คือการเชื่อมโยงไปถึงขบวนการก่อเหตุจากต่างชาติ ซึ่งวิเคราะห์ว่าเป็นการตอบโต้ท่าทีของทางการไทยต่อกรณีอุยกูร์
อีกทั้งยังปรากฏหลักฐานผู้ต้องสงสัยก่อเหตุในกล้องวงจรปิดที่นำเสนอออกมาว่าเป็นชาวต่างชาติ ที่เกิดความสับสนในข้อมูลจนถึงปัจจุบัน
แน่นอนว่าเรื่องนี้คงต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ในการสืบสวนสอบสวน แต่ด้วยความได้เปรียบในเรื่องอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในมือ ย่อมสามารถเร่งการสืบสวนให้เกิดความชัดเจนได้เร็วขึ้น
ที่สำคัญจะสกัดกั้นไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายขึ้นกว่าเดิม
ดังจะเห็นว่า หลังเหตุระเบิดที่ราชประสงค์ไม่ถึง 24 ชม. กลับเกิดเหตุป่วนมือดีใช้ระเบิดชนิดเดียวกันที่ท่าน้ำสาทร ซึ่งหากไม่พลาดเป้าอย่างที่เจ้าหน้าที่ระบุย่อมเกิดความเสียหายรุนแรงกว่านี้ และจะฉุดให้ความเชื่อมั่นย่ำแย่ไปกว่านี้
ภารกิจเร่งด่วนเวลานี้ของ คสช. นอกจากจะสกัดไม่ให้เกิดความรุนแรงเพิ่มเติมแล้ว ยังจะต้องเร่งหาตัวคนผิดมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด
นอกจากจะสร้างความมั่นใจว่ากลุ่มป่วนเหล่านี้จะไม่ย้อนกลับมาก่อเหตุรุนแรงซ้ำแล้วซ้ำเล่าในอนาคตแล้ว อีกด้านยังช่วยกู้ความเชื่อมั่นของ คสช. และรักษาเสถียรภาพรัฐบาลในช่วงโค้งสุดท้ายนับจากนี้ต่อไป







