
พฤติกรรมการใช้จ่าย ของผู้สูงอายุ
โดย...ดร.สุทธาภา อมรวิวัฒน์
โดย...ดร.สุทธาภา อมรวิวัฒน์
การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุนอกจากจะส่งผลต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภคแล้ว ยังส่งผลต่อ Lifestyle ที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย จากผลสำรวจ Lifestyle ของผู้บริโภคในยามเกษียณของอีไอซี พบว่า ผู้บริโภคในวัยเกษียณมีแนวโน้มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหลายอย่างที่น่าสนใจ
อินเทอร์เน็ตจะยิ่งมีบทบาทในการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้ที่เกษียณอายุจะต้องระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น
ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของผู้บริโภคไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในกลุ่มผู้บริโภคสูงอายุ ถ้าดูจากจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในกลุ่มผู้บริโภคที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป เพิ่มขึ้นถึงราว 30% ต่อปีในช่วงปี 2009-2013 เทียบกับผู้บริโภคในกลุ่มอายุอื่นๆ ที่เติบโตราว 10% ต่อปี
นอกจากนี้ ถ้าดูในแง่ของพัฒนาการด้านความต้องการเทคโนโลยีใหม่ๆ พบว่า แม้กลุ่มผู้สูงอายุในปัจจุบันมีเพียงราว 30% ที่ใช้สมาร์ทโฟน แต่หากมองไปในอนาคตกลุ่มผู้บริโภควัยกลางคนที่มีอายุ 40-50 ปีที่จะเข้าสู่วัยเกษียณในอีก 10-20 ปีข้างหน้า มีสัดส่วนของการใช้สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตสูงมาก ส่งผลให้เทคโนโลยีอุปกรณ์สื่อสารไร้สาย จะเข้ามามีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคและการใช้ชีวิตประจำวันของสังคมผู้สูงอายุในอนาคต โดยเฉพาะโซเชียลมีเดียที่จะเข้ามามีอิทธิพลเป็นอย่างมาก
ทั้งนี้ จากผลสำรวจพฤติกรรมการใช้แอพพลิเคชั่นของผู้บริโภคในช่วงอายุต่างๆ พบว่า กลุ่มผู้สูงอายุราว 30% มีการใช้โซเชียลมีเดีย สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของโซเชียลมีเดียที่จะเป็นหนึ่งในช่องทางในการเข้าถึงการติดต่อสื่อสารกับผู้บริโภคกลุ่มผู้สูงอายุได้ในอนาคต
นอกจากนี้ ผู้สูงอายุยังมีแนวโน้มใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อค้นหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการมากขึ้น
ดังนั้น ช่องทางออนไลน์จึงน่าจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยเสริมให้สามารถเจาะกลุ่มผู้สูงอายุได้มากขึ้นในอนาคต แม้ว่าการซื้อสินค้าออนไลน์ยังไม่แพร่หลายมากนักในปัจจุบัน
แม้ว่าผู้สูงอายุจะมีการบริโภคโดยรวมลดลง แต่ยินดีที่จะจ่ายเงินเพิ่มขึ้นหากสินค้าและบริการที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการได้ อีกทั้งมีความพร้อมในการเรียนรู้และยอมรับเทคโนโลยีใหม่ๆ
จากผลสำรวจความเห็นพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าและบริการของผู้บริโภคหลังวัยเกษียณพบว่า กว่า 60% ยินดีที่จะจ่ายเงินเพิ่มขึ้น หากได้สินค้าและบริการที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้สูงอายุ
ทั้งนี้ แม้ว่ากลุ่มผู้สูงอายุแต่เดิมมักจะถูกมองว่าเป็นกลุ่มที่ไม่ค่อยยอมรับการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีใหม่ๆ มากนัก แต่แนวโน้มการใช้เทคโนโลยีของผู้สูงอายุในอนาคตจะมีความแตกต่างจากผู้สูงอายุในปัจจุบัน
โดยจากผลสำรวจพบว่า ผู้สูงอายุราว 55% ตอบว่ายินดีที่จะเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ ขณะที่ราว 20% เห็นด้วยกับการซื้ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่ออำนวยความสะดวก
ดังนั้น การพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ และการออกแบบผลิตภัณฑ์มาเพื่อตอบโจทย์อำนวยความสะดวกและคำนึงถึงรูปแบบการใช้งานเฉพาะกลุ่มจะเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่จะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าสูงอายุที่ไม่ควรมองข้าม
อย่างไรก็ตาม โปรโมชั่นลดราคามีอิทธิพลน้อยลงสำหรับตลาดผู้สูงอายุ เนื่องจากผู้สูงอายุให้ความสำคัญกับคุณภาพและความทนทานมากกว่า
จากผลสำรวจของอีไอซีเกี่ยวกับปัจจัยในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภคในกลุ่มต่างๆ พบว่า กลุ่มผู้บริโภคสูงอายุให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินค้ามากเป็นอันดับหนึ่งถึง 67% รองลงมา คือ ความทนทานและราคาที่สมเหตุสมผล
ต่างจากผู้บริโภคกลุ่มวัย 40-60 ปี ที่ยังให้ความสำคัญกับราคาสินค้าเป็นอันดับหนึ่ง
ดังนั้น การทำการตลาดโปรโมชั่นลดราคาเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะดึงดูดให้ผู้บริโภคสูงอายุซื้อสินค้า แต่การมุ่งเน้นทำการตลาดในแง่คุณภาพสินค้าอาจเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจได้มากกว่า
นอกจากนี้ สินค้าแบรนด์ดั้งเดิมมีแนวโน้มได้เปรียบมากกว่า เพราะผู้สูงอายุจะพิจารณาสินค้าและบริการที่คุ้นเคยเป็นปัจจัยอันดับต้นๆ ในการเลือกบริโภค
ทั้งนี้ กลุ่มผู้บริโภคสูงอายุมีแนวโน้มที่จะจงรักภักดีต่อแบรนด์สินค้าค่อนข้างมาก โดย 24% ของผู้บริโภคสูงอายุ เลือกสินค้าโดยดูจากแบรนด์ที่รู้จัก
ดังนั้น ธุรกิจที่มีแบรนด์สินค้ามายาวนานจนเป็นที่รู้จัก จึงมีความได้เปรียบและหากสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปได้ ก็จะสามารถเติบโตได้ดีต่อเนื่อง ในยุคของสังคมผู้สูงอายุได้อย่างไม่ยากนัก







