posttoday
กลุ่มได้-กลุ่มเสีย บึ้มกรุงเขย่าคสช.

กลุ่มได้-กลุ่มเสีย บึ้มกรุงเขย่าคสช.

18 สิงหาคม 2558

เผย 6 กลุ่มเสี่ยง ก่อเหตุระเบิดราชประสงค์เขย่า คสช.

โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์

เสียงระเบิดที่ดังก้องกลางแยกราชประสงค์ ใจกลางกรุงเทพมหานคร จุดที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวพลุกพล่านแห่งหนึ่งของประเทศ เมื่อค่ำวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา ความรุนแรงทำให้คร่าชีวิตทั้งชาวไทยและต่างชาตินับสิบคน บาดเจ็บอีกกว่า 100 ราย นับเป็นเหตุที่รุนแรงที่สุดอย่างไม่เคยมีมาก่อนตามที่พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ว่าเอาไว้

สถานการณ์ที่ใช้ความรุนแรง หากมองปัจจัยสาเหตุที่ทำให้เกิดขึ้นในห้วงเวลาปัจจุบัน กลุ่มใดเข้ามาก่อเหตุ หรือหวังผลต้องการสิ่งใดหากให้มีความรุนแรงขึ้นมา จากองค์ประกอบแห่งความขัดแย้งในขณะนี้ภายใต้การบริหารประเทศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พบว่ามีอยู่6 กลุ่มเสี่ยงด้วยกัน ที่น่าจะเป็นแนวทางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ฝ่ายมั่นคง คือ

1.กลุ่มต่อต้านคสช.

-แม้ว่าจะเป็นการเล่มเกมนอกกติกาของคสช.ที่เข้ามายึดอำนาจจากรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีคนเสื้อแดงสนับสนุนอยู่ แน่นอนว่ากลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำรัฐประหารของคสช.ยังคงมีอยู่เช่นกัน ซึ่งที่ผ่านมาก็เป็นแรงขับให้กับการเมืองของพรรคเพื่อไทยที่ใช้มวลชนคนเสื้อแดงเป็นกำลังหนุนอยู่ในเกมการเมืองบ่อยครั้ง ยิ่งบวกกับเรื่องถอดยศพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ขวัญใจคนเสื้อแดง ที่ค่อนข้างจะรุดหน้าไปพอสมควรแล้ว นั่นยิ่งทำให้อุณหภูมิของความแค้นพุ่งสูงขึ้นมา

2.กลุ่มเสียผลประโยชน์การแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารล็อตใหญ่

-อย่าลืมว่าทหารย่อมมีผลประโยชน์มหาศาล และการผิดหวังจากการแต่งตั้งโยกย้ายโดยเฉพาะกับเรื่องการเปลี่ยนตัวผู้บัญชาการทหารบก เพราะนั่นจะหมายถึงว่าต่อไปจะมีการเปลี่ยนโผชนิดล้างบางเพื่อรองรับขั้วอำนาจของนายใหม่ทันที และกลุ่มที่เล็งเห็นว่าเสียผลประโยชน์จากการโยกย้ายที่ต้องล้างทั้งระบบ จึงเป็นอีกโจทย์ที่หน่วยสืบสวนตัดทิ้งคงไม่ได้

3.กลุ่มเสียผลประโยชน์การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

-เป็นเรื่องที่ต้องมีผู้สมหวังและผิดหวังทุกครั้งที่เกิดการแต่งตั้งโยกย้าย แต่ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีเหตุการณ์ที่อาจมีส่วนเชื่อมโยงกับการแต่งตั้งนายตำรวจจนนำไปสู่ความรุนแรง เพราะในวงการตำรวจย่อมรู้กันดีว่า การแต่งตั้งนั้นเป็นเพียงแค่ทีใครทีมัน เมื่อเปลี่ยนผ่านอำนาจกลุ่มขั้วเดิมที่เคยผิดหวังก็อาจกลับมาเป็นใหญ่ได้อีก ซึ่งที่ผ่านมาก็มีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง

4.กลุ่มก่อความไม่สงบพื้นที่ชายแดนภาคใต้

-มีข้อมูลจากฝั่งตำรวจว่าระเบิดที่เกิดเหตุนั้น ไม่มีส่วนคล้ายคลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสามจังหวัดชายแดนใต้ เพราะรูปแบบองค์ประกอบของระเบิด กลุ่มคนที่ก่อเหตุในพื้นที่ไม่เคยตรวจพบว่ามีการใช้ระเบิดแสวงเครื่องชนิดดังกล่าวที่ใช้ TNT เป็นองค์ประกอบ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าอาจจะมีส่วนก่อเหตุได้ เพราะที่ผ่านมาก็เคยมีความพยายามที่กลุ่มก่อเหตุในพื้นที่ชายแดนจะเข้ามาก่อเหตุในเมืองหลวง อย่างเช่นเหตุการณ์ที่หน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อปี 2556

5.กลุ่มแขกขาว

-มีการเปิดประเด็นเรื่องกลุ่มคนต้องสงสัยที่เข้ามาก่อเหตุทันทีหลังเกิดเหตุ ว่าน่าจะเป็นกลุ่มต่างชาติ ทำให้กลุ่มชาวอาหรับที่หรือกลุ่มที่อาจจะมีความแค้นในเรื่องทางการไทยส่งชาวมุสลิมอุยกูร์ 109 คนไปยังประเทศจีน ซึ่งโลกมุสลิมบางประเทศไม่พอใจกับท่าทีดังกล่าวของไทย เพราะมีกระแสว่าจีนมักกดขี่ชาวอุยกูร์ อีกทั้งที่ผ่านมา ทางการจีนเคยขอให้รัฐบาลไทยดูแลนักท่องเที่ยวชาวจีนอย่างเข้มงวดให้ด้วย เพราะเกรงว่าจะมีเหตุไม่ดี และการเลือกพื้นที่ราชประสงค์ในการก่อเหตุก็พบว่ามีกลุ่มชาวจีนเข้ามาท่องเที่ยวจำนวนมาก จึงตัดประเด็นนี้ทิ้งไม่ได้เช่นกัน

6.กลุ่มมือที่สาม

-กลุ่มดังกล่าวต้องถูกอ้างขึ้นทุกครั้งที่เกิดเหตุ โดยเป็นเหตุผลตามเดิมคือไม่ต้องการให้บ้านเมืองเข้ารูปเข้ารอยหรือมีควาสงบสุข ต้องการใช้ความรุนแรงเพื่อเป็นข้อต่อรองบางอย่างเพื่อหวังผลประโยชน์ ดังนั้น ข้อมูลที่ผ่านมาที่กลุ่มมือที่สามเคยก่อเหตุไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใดก็ตาม หน่วยความมั่นคงยังคงต้องตรวจสอบให้เข้มข้น

กระนั้น ภาพจากกล้องวงจรปิดที่กรุงเทพมหานคร พบว่าจับภาพคนต้องสงสัยที่จะเป็นมือระเบิดเอาไว้ได้นั้น ขณะนี้หลักฐานชิ้นที่ว่าอยู่ในมือตำรวจแล้ว แต่ทางการยังคงปิดบังเงียบไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเอาไว้ได้ว่าคนต้องสงสัยที่ว่าเป็นใคร รูปพรณณสัณฐานเป็นอย่างไร เนื่องเกรงว่าจะกระทบในการสืบสวนของคดี

อีกทั้งหากเป็นจริงดังที่มีการให้ข่าวออกมาว่าคนร้ายใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะนำระเบิดมาแขวนไว้ที่ริมรั้วบริเวณศาลท้าวมหาพรหม หรือศาลพระพรหม ภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณนั้นที่ถือว่าสมบูรณ์ที่สุดในเมืองกรุงน่าจะจับภาพคนต้องสงสัยเอาไว้ได้

แหล่งข่าวตำรวจชุดสืบสวน ระบุว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบบุคคลต้องสงสัยแล้ว เบื้องต้นบอกได้เพียงว่าเป็นชายที่เข้ามาก่อเหตุ 1 คน แต่จะมีคนร้ายอีกหรือไม่อยู่ระหว่างสืบสวน ชายที่พบยังไม่ระบุสัญชาติ แต่มีลักษณะผอมสูง โดยหลังเอาระเบิดมาวางได้หลบหนี ซึ่งใช้รถเป็นยานพาหนะเพื่อออกจากพื้นที่ แต่ไม่ขอเปิดเผยว่าเป็นรถชนิดใด หรือรถสาธารณะหรือไม่

นอกจากนี้ ที่ผ่านมาการข่าวของตำรวจในห้วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ก็มีกระแสว่าอาจจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้น ซึ่งตำรวจพุ่งเป้าไปที่สถานทูตสำคัญๆ ต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร ซึ่งก็วางกำลังกันไว้อย่างดีแล้ว แต่ท้ายสุดคนร้ายมาเลือกก่อเหตุในจุดที่คนพลุกพล่านมากที่สุดอย่างแยกราชประสงค์

ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลใดหรือกลุ่มใดที่เข้ามาก่อเหตุ แต่ผลเสียได้ตกอยู่กับประเทศชาติเสียแล้ว และอย่างยิ่งกับคสช.ที่ยังคงถูกชี้ว่ายังไม่สามารถสร้างความสงบสุขได้จริง

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก