
สธ.ออกกฎคุมเข้มซีอิ๊วซอส
ลดสารปนเปื้อนชี้เสี่ยงมะเร็งมีผลบังคับใช้หลังเดือนต.ค.นี้โพสต์ทูเดย์
— “จุรินทร์” ออกประกาศควบคุมมาตรฐานซีอิ๊ว ซอสปรุงรสจากถั่วเหลืองฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ ต.ค.นี้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้ลงนามในประกาศกระทรวงสาธารณสุข ออกตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 ควบคุมมาตรฐานความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ปรุงรสต่างๆ ฉบับใหม่ ที่ผลิตจากถั่วเหลืองซึ่งประชาชนไทยนิยมใช้กันมาก เช่น ซอส ซีอิ๊วปรุงรส ให้เท่ากับมาตรฐานสากล
ทั้งนี้ ได้ยกเลิกประกาศเดิมที่ว่าด้วยเรื่องเดียวกันที่ประกาศใช้เมื่อปี 2543 และปี 2544
นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตามประกาศฉบับใหม่นี้ได้กำหนดให้ผลิตภัณฑ์ปรุงรสที่ผลิตจากถั่วเหลืองที่ได้จากกระบวนการหมัก การสกัด ต้องมีคุณภาพหรือมาตรฐาน โดยต้องไม่มีจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคหรือสารพิษอื่นที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ต้องไม่ใช้สี สารปนเปื้อน 4 ชนิดต้องไม่เกินปริมาณที่กำหนดซึ่งเป็นระดับที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ ได้แก่ สาร 3เอ็มซีพีดี หรือสาร 3คลอโร1 สาร 2โพรเพนไดออล ไม่เกิน 0.4 มิลลิกรัมต่อน้ำหนัก 1 กิโลกรัมของผลิตภัณฑ์ปรุงรสที่ได้จากการย่อยโปรตีนของถั่วเหลือง ซึ่งน้อยกว่าประกาศเดิมที่กำหนดไว้ไม่เกิน 1 มิลลิกรัม ซึ่งมาตรฐานนี้ผ่านการรับรองจากคณะกรรมาธิการอาหารสากล หรือโคเด็กซ์และองค์การการค้าโลก
สำหรับอีก 3 ชนิด กำหนดปริมาณปนเปื้อนต่อน้ำหนักผลิตภัณฑ์ 1 กิโลกรัม ดังนี้ สารตะกั่วไม่เกิน 1 มิลลิกรัม สารทองแดงไม่เกิน 20 มิลลิกรัม และสารหนูไม่เกิน 2 มิลลิกรัม
นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวต้องมีสารโปรตีนไม่น้อยกว่า 1.510% ของน้ำหนัก มียีสต์หรือราไม่เกิน 10 ต่อผลิตภัณฑ์ปรุงรสที่ได้จากกระบวนการย่อยโปรตีนของถั่วเหลือง 1 กรัม โดยประกาศฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้หลังลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว 180 วัน หรือประมาณเดือน ต.ค. 2553
ผู้ผลิตจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศหรือผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ปรุงรสจากถั่วเหลืองทุกรายต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามประกาศฉบับนี้ภายใน 2 ปีหลังประกาศมีผลใช้บังคับ
ด้านนพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า หลังประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาแล้วจะแจ้งเวียนไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ รวมทั้งด่านอาหารและยาตามแนวชายแดนให้ปฏิบัติเป็นไปตามมาตรฐานกำหนด
สำหรับสาร 3เอ็มซีพีดี เป็นสารปนเปื้อนในอาหารมีพิษต่อตับ ไต ต่อมไทรอยด์ เยื่อเมือกช่องปาก ลิ้น และอวัยวะสืบพันธุ์ จากการศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่ามีพิษต่อไต ทำให้ปริมาณเม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือดลดลง และระยะยาวก่อให้เกิดมะเร็ง ผู้ผลิตควรลดให้อยู่ในระดับต่ำสุด







