posttoday
สธ.ออกกฎคุมเข้มซีอิ๊วซอส

สธ.ออกกฎคุมเข้มซีอิ๊วซอส

12 กรกฎาคม 2553

 

ลดสารปนเปื้อนชี้เสี่ยงมะเร็งมีผลบังคับใช้หลังเดือนต.ค.นี้โพสต์ทูเดย์ — “จุรินทร์” ออกประกาศควบคุมมาตรฐานซีอิ๊ว ซอสปรุงรสจากถั่วเหลืองฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ ต.ค.นี้

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้ลงนามในประกาศกระทรวงสาธารณสุข ออกตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 ควบคุมมาตรฐานความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ปรุงรสต่างๆ ฉบับใหม่ ที่ผลิตจากถั่วเหลืองซึ่งประชาชนไทยนิยมใช้กันมาก เช่น ซอส ซีอิ๊วปรุงรส ให้เท่ากับมาตรฐานสากล

ทั้งนี้ ได้ยกเลิกประกาศเดิมที่ว่าด้วยเรื่องเดียวกันที่ประกาศใช้เมื่อปี 2543 และปี 2544

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตามประกาศฉบับใหม่นี้ได้กำหนดให้ผลิตภัณฑ์ปรุงรสที่ผลิตจากถั่วเหลืองที่ได้จากกระบวนการหมัก การสกัด ต้องมีคุณภาพหรือมาตรฐาน โดยต้องไม่มีจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคหรือสารพิษอื่นที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ต้องไม่ใช้สี สารปนเปื้อน 4 ชนิดต้องไม่เกินปริมาณที่กำหนดซึ่งเป็นระดับที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ ได้แก่ สาร 3เอ็มซีพีดี หรือสาร 3คลอโร1 สาร 2โพรเพนไดออล ไม่เกิน 0.4 มิลลิกรัมต่อน้ำหนัก 1 กิโลกรัมของผลิตภัณฑ์ปรุงรสที่ได้จากการย่อยโปรตีนของถั่วเหลือง ซึ่งน้อยกว่าประกาศเดิมที่กำหนดไว้ไม่เกิน 1 มิลลิกรัม ซึ่งมาตรฐานนี้ผ่านการรับรองจากคณะกรรมาธิการอาหารสากล หรือโคเด็กซ์และองค์การการค้าโลก

สำหรับอีก 3 ชนิด กำหนดปริมาณปนเปื้อนต่อน้ำหนักผลิตภัณฑ์ 1 กิโลกรัม ดังนี้ สารตะกั่วไม่เกิน 1 มิลลิกรัม สารทองแดงไม่เกิน 20 มิลลิกรัม และสารหนูไม่เกิน 2 มิลลิกรัม

นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวต้องมีสารโปรตีนไม่น้อยกว่า 1.510% ของน้ำหนัก มียีสต์หรือราไม่เกิน 10 ต่อผลิตภัณฑ์ปรุงรสที่ได้จากกระบวนการย่อยโปรตีนของถั่วเหลือง 1 กรัม โดยประกาศฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้หลังลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว 180 วัน หรือประมาณเดือน ต.ค. 2553

ผู้ผลิตจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศหรือผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ปรุงรสจากถั่วเหลืองทุกรายต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามประกาศฉบับนี้ภายใน 2 ปีหลังประกาศมีผลใช้บังคับ

ด้านนพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า หลังประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาแล้วจะแจ้งเวียนไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ รวมทั้งด่านอาหารและยาตามแนวชายแดนให้ปฏิบัติเป็นไปตามมาตรฐานกำหนด

สำหรับสาร 3เอ็มซีพีดี เป็นสารปนเปื้อนในอาหารมีพิษต่อตับ ไต ต่อมไทรอยด์ เยื่อเมือกช่องปาก ลิ้น และอวัยวะสืบพันธุ์ จากการศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่ามีพิษต่อไต ทำให้ปริมาณเม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือดลดลง และระยะยาวก่อให้เกิดมะเร็ง ผู้ผลิตควรลดให้อยู่ในระดับต่ำสุด

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69