posttoday
สภาปฏิวัติของโปรตุเกส

สภาปฏิวัติของโปรตุเกส

15 สิงหาคม 2558

หลายท่านสอบถามมาถึงอำนาจพิเศษภายใต้ร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังยกร่างกันอยู่ที่ว่าถ้ามีความจำเป็น

หลายท่านสอบถามมาถึงอำนาจพิเศษภายใต้ร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังยกร่างกันอยู่ที่ว่าถ้ามีความจำเป็นเพื่อจัดการกับสถานการณ์ที่เกิดความขัดแย้งอันอาจนำไปสู่ความรุนแรงขึ้นในประเทศ ไม่ว่าในหรือนอกราชอาณาจักร และการดำเนินการตามปกติของสถาบันทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญ คณะรัฐมนตรีก็ไม่อาจดำเนินการเพื่อยุติกรณีดังกล่าวได้ ให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและปรองดองแห่งชาติมีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามเพื่อใช้มาตรการที่จำเป็นสำหรับจัดการกับสถานการณ์ดังกล่าวแทนได้ ภายหลังจากที่ได้ปรึกษาหารือกับประธานศาลรัฐธรรมนูญ และประธานศาลปกครองสูงสุดแล้ว เพื่อให้สถานการณ์กลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็วมาจากไหน

เท่าที่ได้ลองศึกษามา เนื้อหาประมาณดังกล่าวก็มีปรากฏอยู่ในรัฐธรรมนูญโปรตุเกสต้นฉบับที่ประกาศไปเมื่อวันที่ 2 เม.ย. 1976 นั้นมีกลไกในลักษณะดังกล่าวอยู่ในภาค 3 ว่าด้วยสภาปฏิวัติ (Council of Revolution) อยู่ในมาตรา 142 ถึงมาตรา 149 ซึ่งโดยรวมแล้วรัฐธรรมนูญโปรตุเกสฉบับ ค.ศ. 1976 ให้อำนาจสภาปฏิวัติในอันที่จะเป็นผู้รับประกันการทำงานที่เหมาะสมของสถาบันประชาธิปไตย การทำให้บรรลุเป้าหมายตามรัฐธรรมนูญ และความสุจริตอันเป็นเจตจำนงของการปฏิวัติโปรตุเกสเมื่อวันที่ 25 เม.ย. 1974 ในอันที่จะเป็นองคาพยพในการจัดการด้านการเมืองและกฎหมายในเรื่องที่เกี่ยวกับการทหาร

องค์ประกอบของสภาปฏิวัติของโปรตุเกสประกอบไปด้วยประธานาธิบดีในฐานะที่เป็นประธาน และผู้บัญชาการทหารสูงสุด และรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการสามเหล่าทัพ นายกรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารอีก 14 คน คัดเลือกโดยกองทัพบก 8 คน คัดเลือกโดยกองทัพอากาศ 3 คน คัดเลือกโดยกองทัพเรือ 3 คน รวมเป็น 28 คน โดยรัฐธรรมนูญโปรตุเกสกำหนดให้สภาปฏิวัติเป็นองค์กรให้คำปรึกษาของประธานาธิบดี และเป็นผู้ตรากฎหมายที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานต่างๆ และวินัยของกองทัพ

นอกจากนั้น รัฐธรรมนูญโปรตุเกสยังบัญญัติให้สภาปฏิวัติทำหน้าที่เป็นศาลรัฐธรรมนูญโดยพฤตินัย และเป็นผู้พิจารณาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมายที่ผ่านโดยรัฐสภา ทั้งนี้สภาปฏิวัติยังสามารถยกอ้างการกระทำอันขัดต่อรัฐธรรมนูญโดยการละเว้นกระทำการ และเรียกให้มีการออกกฎหมายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามรัฐธรรมนูญในกรณีที่รัฐสภาไม่ดำเนินการให้มีการออกกฎหมายดังกล่าว

เหตุผลที่โปรตุเกสในตอนนั้นกำหนดให้มีบทบาทของสภาปฏิวัติไว้ในรัฐธรรมนูญ คือ หนึ่ง พรรคการเมืองทั้งหลายมองว่าทหารจะเป็นผู้ที่ช่วยทำให้ภาวะความเป็นปฏิปักษ์ต่อกันของพวกเขาลดน้อยถอยลง และเดินตามวิถีทางแห่งกฎอันเป็นพื้นฐานแห่งการเมืองในระบอบประชาธิปไตยมากขึ้น สอง ให้มีการทำงานร่วมกันระหว่างทหาร และบรรดาพรรคการเมืองทั้งหลาย เพื่อลดแรงเสียดทานทางการเมืองทั้งหลาย โดยทั้งสองฝ่ายสามารถที่จะทำงานร่วมกัน และทำงานร่วมกับประชาชน

ลองเปรียบเทียบกันดูระหว่างอำนาจพิเศษของไทยกับของโปรตุเกส ในตอนที่โปรตุเกสเลือกเส้นทางนี้ต้องใช้เวลา 5-6 ปี จึงกลายเป็นประชาธิปไตยที่เข้มแข็งขึ้นมาได้ แล้วของประเทศไทยจะเป็นอย่างไร ช่วยกันคิดหน่อยครับ

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว