
ปิดตำนานหมู่บ้านกะปิ
หลังจากรัฐบาลคุมเข้มเครื่องมือทำประมงพื้นบ้านชายฝั่ง ทำให้เรือประมงนับร้อยลำต้องจอดสนิทตลอดแนวชายฝั่งปากคลอง ต.สองคลอง อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการประมงและลูกจ้าง แต่ยังส่งผลกระทบต่อธุรกิจเกี่ยวเนื่องด้วย
หลังจากรัฐบาลคุมเข้มเครื่องมือทำประมงพื้นบ้านชายฝั่ง ทำให้เรือประมงนับร้อยลำต้องจอดสนิทตลอดแนวชายฝั่งปากคลอง ต.สองคลอง อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการประมงและลูกจ้าง แต่ยังส่งผลกระทบต่อธุรกิจเกี่ยวเนื่องด้วย
ล่าสุด ชาวชุมชนบ้านคลองเจริญวัยและบ้านจันทร์เกษม หมู่ 2 และหมู่ 6 ต.สองคลอง แหล่งผลิตกะปิพื้นบ้านต้นตำหรับชั้นนำของไทยต้องปิดกิจการไปโดยปริยายเนื่องจากไม่มีวัตถุดิบนำมาผลิตกะปิผลพวงจากรัฐบาลห้ามเรือประมงพื้นบ้านใช้อวนตาถี่ หรืออวนมุ้งดักจับสัตว์น้ำ
“การห้ามแบบนี้ทำให้ชาวบ้านแทบไม่ต้องทำอะไรกินกันแล้ว เพราะมีอาชีพออกวางอวนรอเคย ดุลเคย มาตั้งแต่บรรพบุรุษ อยากให้รัฐบาลผ่อนผันโดยให้ใช้อวนมุ้งดักจับสัตว์น้ำแบบเฉพาะชนิดนำมาเป็นวัตถุดิบทำกะปิ ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้านเพราะตอนนี้ไม่มีอาชีพอะไรทำแล้ว การห้ามแบบนี้เหมือนห้ามไม่ให้กินข้าว” นายชาตรี แก่นเจริญ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 ต.สองคลอง กล่าว
ปัจจุบันเรือประมงพื้นบ้านไม่มีใครกล้าที่จะออกทะเลเพราะกลัวถูกเจ้าหน้าที่จับกุมซึ่งมีโทษรุนแรงทั้งปรับและจำคุก 5 ปี อีกทั้งยังถูกยึดเครื่องมือเรือและเครื่องยนต์อีก







