posttoday
ธนาคารเพื่อการท่องเที่ยวไทย (จบ)

ธนาคารเพื่อการท่องเที่ยวไทย (จบ)

13 สิงหาคม 2558

โดย...ม.ล.สุรวุฒิ ทองแถม

โดย...ม.ล.สุรวุฒิ ทองแถม

หากมีการจัดตั้งธนาคารเพื่อการท่องเที่ยวไทยขึ้นมาได้นั้น นอกจากจะเป็นกำลังสนับสนุนทางการเงินหรือการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้แก่หลากหลายธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวของประเทศได้ง่ายและมีความเป็นธรรมมากขึ้นแล้ว

หากมีการกำหนดนโยบายที่จะเข้ามาช่วยลดการเหลื่อมล้ำของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศทั้งซื้อและขาย ที่ทั้งผู้ประกอบการธุรกิจและนักท่องเที่ยวต่างชาติประสบอยู่ในปัจจุบัน ก็จะเป็นผลดีทั้งในระยะสั้นและระยะยาวมากขึ้น ด้วยสาเหตุจากข้อเท็จจริงที่ปัจจุบันธนาคารส่วนใหญ่ในบ้านเรากำหนดราคาซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่มีสัดส่วนของความแตกต่างกับสถานรับแลกเงินที่มีใบอนุญาตมากทีเดียว

ดังตัวอย่างเช่น อัตราแลกเปลี่ยนเงินสกุลเหรียญสหรัฐของธนาคารต่างๆ ณ วันนี้ ราคาซื้ออยู่ที่ 34.71 บาท ในขณะที่ร้านแลกเงินตราต่างประเทศที่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย สามารถรับซื้อได้สูงถึง 35.08 บาท ส่วนในราคาขายนั้น ธนาคารกำหนดราคาขายไว้ที่ 35.40 บาท ขณะที่ร้านแลกเงินจำหน่ายเพียง 35.14 บาท/1 เหรียญสหรัฐ จะเห็นได้ว่าราคาทั้งรับซื้อและขายของธนาคารกับร้านแลกเงินมีความแตกต่างถึงระหว่าง .06-1%

อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศสกุลอื่น ยิ่งมีความแตกต่างกันมากกว่านี้อย่างชนิดที่เรียกได้ว่าเกินความคาดหมายเลยทีเดียวครับ ดังเช่นเงินสกุลหยวนของจีน ชาติที่มีนักท่องเที่ยวเชิงปริมาณเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทยในปัจจุบัน หากนักท่องเที่ยวนำเงินหยวนไปแลกที่เคาน์เตอร์บริการของธนาคารทั่วไป จะได้รับอัตราแลกเปลี่ยน 5.25-5.30 บาท/1 หยวน ในขณะที่ตามร้านแลกเปลี่ยนสามารถรับซื้อได้ถึง 5.59-5.60 บาท เช่นเดียวกัน หากนักท่องเที่ยวนำเงินบาทมาแลกคืนกับธนาคารเป็นเงินหยวน จะต้องใช้เงินบาทถึง 5.80-5.89 บาท/1 หยวน แต่ถ้าเดินไปที่ร้านแลกเงินจะสามารถใช้เงินบาทเพียง 5.62-5.65 บาท/1 หยวนเท่านั้นเอง ซึ่งจะสังเกตได้ว่าสำหรับเงินหยวนนี้แล้วมีสัดส่วนของความแตกต่างในการแลกเปลี่ยนค่อนข้างสูงระหว่าง 5-6% เลยทีเดียวครับ ดังนั้นอัตรากำไรของธนาคารมีสัดส่วนที่สูงค่อนข้างมาก ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดปัญหาบางประการแก่นักท่องเที่ยวจีนที่มีปริมาณมากในแต่ละปีได้ในอนาคต

นอกจากนี้ ผลดีของการจัดให้มีธนาคารส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทยอีกประการหนึ่ง คือ ประเทศเราจะมีบุคลากรที่เชี่ยวชาญทางการลงทุน การเงินในธุรกิจท่องเที่ยวในภาคธนาคารมากขึ้น ซึ่งบุคลากรเหล่านี้ในภายภาคหน้าอาจจะเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยดำเนินงานวางแผนทางการเงินในกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม รีสอร์ท บริษัทประกอบการนำเที่ยว สายการบินร้านค้าทั้งขนาดใหญ่และขนาดย่อมได้ ซึ่งจะเป็นการตอบสนองการขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญทางการเงิน ที่ธุรกิจภาคบริการท่องเที่ยวประสบอยู่ในปัจจุบันนี้

อีกประการสำคัญของการจัดให้มีธนาคารนี้ เพื่อที่วงการท่องเที่ยวโดยเฉพาะผู้ประกอบการท่องเที่ยวประเภทนำนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในประเทศ หรือผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม รีสอร์ทต่างๆ ทั่วไทยที่กำลังมองหาลู่ทางตลาดใหม่ โดยเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวประเภท Emerging Markets จะได้มีที่ปรึกษาในด้านความรู้และความเข้าใจของระบบการเงินระหว่างประเทศ อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรามากยิ่งขึ้น รวมไปถึงจะรับทราบวิธีปฏิบัติที่จะสอดคล้องกับระบบการชำระ โอนเงินอย่างถูกต้องตามกฎหมายของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ในอนาคตนั้นๆ ซึ่งอาจจะเป็นหลากหลายประเทศในแอฟริกา อเมริกาใต้ หรือบางประเทศในเอเชียเอง เช่น อินโดนีเซีย เมียนมา เป็นต้น

ในอดีตที่ผ่านมาธุรกิจท่องเที่ยวภาคเอกชนใช้ยุทธศาสตร์เรื่องการชำระหรือโอนเงินแบบที่เรียกว่าไปตายเอาดาบหน้ากันเป็นส่วนใหญ่ ด้วยไม่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญเพียงพอในด้านการเงินระหว่างประเทศ แบบที่ว่านับมูลค่าความเสียหายไม่ได้เลยครับ หลายต่อหลายหน่วยงานต่างๆ ในอดีต ต้องไปพึ่งพาระบบโพยก๊วนที่โอนเงินข้ามประเทศ แบบที่ต้องเสียค่าบริการสูง ส่วนหนึ่งกับอัตราแลกเปลี่ยนที่เสียเปรียบอีกส่วนหนึ่ง

ตัวอย่างเช่น การโอนเงินค่าทัวร์ ค่าโรงแรมจากบริษัททัวร์ในประเทศจีนในช่วง 2 ทศวรรษที่แล้ว เพราะด้วยกฎเกณฑ์และระเบียบต่างๆ ของประเทศจีนในยุคนั้น ยังไม่มีความคล่องตัวเหมือนในทุกวันนี้ครับ แม้กระทั่งบัตรเครดิต Union Pay ที่เริ่มใช้กันในประเทศจีนในยุคนั้น พวกนักธุรกิจไทยหลายท่านไม่รู้จักด้วยซ้ำไป เพราะส่วนใหญ่จะรู้จักแต่ VISA หรือ Master Card เท่านั้น หากจะว่ากันไป ต้นกำเนิดของทัวร์ศูนย์เหรียญก็เกิดด้วยสาเหตุนี้เป็นส่วนหนึ่งด้วยนะครับ ในเมื่อขั้นตอนการโอนเงินข้ามประเทศค่อนข้างยุ่งยากมาก ก็เลยส่งมาแต่นักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว เงินไม่ต้องโอนมาแม้แต่หยวนเดียว ดังนั้นการจัดตั้งธนาคารเพื่อการท่องเที่ยวไทย มีผลดีมากทั้งในปัจจุบันและอนาคตอย่างแน่นอน

ธนาคารเพื่อการท่องเที่ยวไทยนี้ ควรจะเป็นธนาคารของรัฐ เช่นเดียวกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรเหล่านี้เป็นต้นครับ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะปิดกั้นโอกาสให้ภาคเอกชนที่มีความสนใจในด้านนี้เข้ามาร่วมวงด้วย แต่จะต้องอยู่ในกรอบกติกาที่เป็นประโยชน์สูงสุดแก่ธุรกิจท่องเที่ยวของไทยอย่างยั่งยืนตลอดไป

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว