
รธน.กับการสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองไทย
โดย...รศ.ดร.วรรณธรรม กาญจนสุวรรณ
โดย...รศ.ดร.วรรณธรรม กาญจนสุวรรณ
การปฏิรูปประเทศครั้งนี้ อธิบายในเชิงรัฐศาสตร์การเมืองการปกครองในมิติของรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายสูงสุดกับกลไกเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองไทยมี 2 แนวทางที่เด่นชัดได้ ประการที่ 1 กลไกเชิงสถาบันทางการเมือง กับประการที่ 2 เรียกว่า กลไกเชิงกระบวนการทางการเมือง
1.สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันการเมืองการปกครองที่สำคัญ ได้รับอิทธิพลมาจากแนวคิดพ่อปกครองลูก เทวราชาและธรรมราชา และอันนำไปสู่การปกครองแบบราชาธิปไตย การเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันการเมืองที่ดำรงอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ เป็นสถาบันการเมืองที่มีความหมายมากกว่าความศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เคารพและเทิดทูนของประชาชนชาวไทย
2.รัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่มีนัยทางการเมืองเป็นอย่างมาก โดยได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการเมือง การปกครองยุคใหม่ที่ประชาชนได้มีสิทธิอำนาจที่จะกำหนดความเป็นไปของสังคมการเมือง และเป็นหลักประกันเสรีภาพของประชาชน
วิวัฒนาการของระบบรัฐธรรมนูญไทยเป็นผลมาจากความผันผวนทางการเมืองในรูปแบบการรัฐประหารการยึดอำนาจของชนชั้นผู้ปกครองทำให้รัฐธรรมนูญของไทยในอดีตขาดความมั่นคง รัฐธรรมนูญของไทยในอดีตมีทั้งลักษณะที่เป็นประชาธิปไตยและแบบอำนาจนิยม จนกระทั่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540, พ.ศ. 2550 และฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 ที่มีเจตนารมณ์สำคัญ คือ การปฏิรูปการเมืองให้เกิดประชาธิปไตยที่แท้จริง จึงขอเชิญชวนพี่น้องชาวไทยศึกษาเจตนารมณ์แห่งกฎหมายรัฐธรรมนูญให้ดีๆ
3.รัฐบาล คือ สถาบันทางการเมืองที่ทำหน้าที่ในฐานะผู้ปกครองเป็นผู้ใช้อำนาจรัฐต้องมาจากการเลือกตั้งการบริหารและปกครอง ส่วนรัฐบาลในกระบวนการทางการเมืองไทย หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 มีลักษณะสำคัญคือ มีฐานะบทบาท อำนาจหน้าที่แตกต่างกันไปในแต่ละยุค ปัญหาหลักของรัฐบาลในระบบการเมืองไทย คือ ปัญหาของรัฐบาลว่าด้วยเรื่องความไร้เสถียรภาพของรัฐบาล
4.ระบบราชการไทย เป็นองค์กรของรัฐฝ่ายบริหารที่ครอบคลุมราชการบริหารส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น ตลอดจนองค์กรอื่นที่ปฏิบัติตามนโยบายของฝ่ายการเมือง ได้แก่ รัฐวิสาหกิจ องค์กรมหาชน และหน่วยงานในกำกับของรัฐ ระบบราชการไทยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับระบบการเมือง มีหน้าที่ดำเนินภารกิจของรัฐรวมทั้งบริการสาธารณะต่างๆ ในการดำเนินการสาธารณะ โดยเฉพาะปัญหาของระบบราชการที่พบบ่อยคือ ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีองค์กรและกระบวนการควบคุมตรวจสอบและแก้ไขชดเชยความเสียหายทั้งภายในและภายนอกฝ่ายบริหาร
5.สถาบันตุลาการ คือ สถาบันที่มีหน้าที่ผดุงความยุติธรรมในสังคมโดยอาศัยกลไกในกระบวนการยุติธรรม โดยที่จะมีรูปแบบและโครงสร้างแตกต่างกันไปในแต่ละระบบกฎหมายและตามความเหมาะสมของแต่ละประเทศจะยึดหลักการเดียวกัน ในการพิจารณาพิพากษาคดีทำอย่างไรให้เกิดความรวดเร็วมากขึ้น
6.พรรคการเมืองเป็นองค์กรพื้นฐานการเมืองที่สำคัญ มีกำเนิดและพัฒนาการแตกต่างกันไป ประเทศประชาธิปไตยเป็นรูปแบบที่มีการยอมรับและพัฒนาไปอย่างกว้างขวาง โครงสร้างและกลไกในระบบพรรคของแต่ละประเทศ ย่อมสะท้อนถึงประสิทธิภาพและความก้าวหน้าในการเมืองแตกต่างกันไป พรรคการเมืองไทยพัฒนาการมาในช่วงระยะเวลาสั้นๆ และไม่ต่อเนื่อง โดยที่มีบทบาทเป็นแค่กลุ่มที่แสวงหาอำนาจการเมืองหรือรองรับอำนาจของผู้นำทางการเมือง จึงเป็นที่มาของความอ่อนแอของสถาบันพรรคการเมืองที่ต้องปรับปรุงใหม่
7.การเลือกตั้งเป็นกระบวนการทางการเมืองที่แสดงออกถึงเจตจำนงของประชาชนในการใช้อำนาจอธิปไตยในการเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งของไทยประสบกับปัญหาหลายประการจนเมื่อเข้าสู่การปฏิรูปการเมือง พ.ศ. 2535 เป็นต้นมา และมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาญาจักรไทย พ.ศ. 2540 ซึ่งนำไปสู่การแก้ไขปัญหาการเลือกตั้ง และในรัฐธรรมนูญปี 2550 ได้มีแนวคิดกระบวนการออกเสียงประชามติ
8.รัฐสภาเป็นสถาบันการเมืองที่ใช้อำนาจนิติบัญญัติ และยังทำหน้าที่ในการควบคุมและประสานงานเกี่ยวกับกิจการของรัฐบาล โดยที่รัฐสภาทำหน้าที่ในกระบวนการนิติบัญญัติ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างกฎเกณฑ์กติกาที่จะนำไปสู่ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคม กระบวนการนิติบัญญัติแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอนใหญ่ๆ คือ การเสนอร่างกฎหมาย การพิจารณาร่างกฎหมาย และการประกาศใช้กฎหมาย ที่ผ่านมาในระบบการเมืองไทย ระบบรัฐสภามีสมาชิกซึ่งมีที่มาจากการแต่งตั้งและการเลือกตั้งต้องทำให้เกิดการถ่วงดุลอำนาจที่แท้จริง
9.กลุ่มผลประโยชน์และกดดัน เป็นการรวมตัวของบุคคลที่มีอุดมการณ์หรือผลประโยชน์เป็นเป้าหมายร่วมกัน โดยทั่วไปกลุ่มผลประโยชน์และกดดันมีรากฐานมาจากแรงจูงใจด้านผลประโยชน์ อุดมการณ์ทางการเมือง เศรษฐกิจหรือสังคม ซึ่งล่าสุด สปช. และกรรมธิการยกร่างฯ อาจนำเสนอให้มี “สมัชชาพลเมือง” เกิดขึ้นในทุกจังหวัด รวมถึงการมีสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปและยุทธศาสตร์ชาติ
ดังนั้น เนื่องจากประเทศไทยประสบกับปัญหาวิกฤตการณ์ทางการเมืองมาโดยตลอด นับตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 เป็นต้นมา ทำให้ระบบการเมืองไทยไร้เสถียรภาพ ขาดความชอบธรรม และขาดประสิทธิภาพประสิทธิผล อันเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ และกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน จึงจำเป็นต้องรีบเร่งปฏิรูปการเมืองอย่างเร่งด่วน







