ผบ.ตร.พร้อมดำเนินการตามผลประชุมปมถอดยศ "ทักษิณ"
ผบ.ตร.ระบุพร้อมดำเนินการตามผลการประชุมของยธ.กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปมถอดยศ "ทักษิณ"
ผบ.ตร.ระบุพร้อมดำเนินการตามผลการประชุมของยธ.กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปมถอดยศ "ทักษิณ"
เมื่อวันที่ 11 ส.ค. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการตามขั้นตอนยึดหลักกฎหมาย รอบคอบเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด วันนี้จะมีการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่กระทรวงยุติธรรม ที่มีพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน เชื่อว่าในประชุม มีทั้งผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านกฎหมาย คาดว่ามีผลสรุปภายในวันนี้ และทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็พร้อมจะปฏิบัติตาม และไม่ได้กำชับอะไรคณะกรรมการพิจารณาถอดยศ ที่จะไปเข้าร่วมประชุมในวันนี้
ทั้งนี้ยืนยันว่าให้อำนาจของคณะกรรมการฯ ในการนำเสนอได้อย่างเต็มที่ ซึ่งตนจะดำรงตำแหน่งผบ.ตร. วันสุดท้ายคือ วันที่ 30 ก.ย.ซึ่งหากผลสรุปออกมาก่อนหน้านั้น ก็เป็นหน้าที่ของตนที่จะต้องเป็นผู้ปฏิบัติตามคำสั่งและยืนยันตนจะปฏิบัติหน้าที่อย่างสุดความสามารถจนถึงวันสุดท้ายของการปฏิบัติหน้าที่ผบ.ตร. หากผลสรุปออกมาหลังจากสิ้นสุดการดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. ก็ต้องเป็นหน้าที่ของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนต่อไปในการดำเนินการต่อ
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวอีกว่า การถอดยศนั้นต้องถือระเบียบการถอดยศตาม พ.ร.บ ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ซึ่งทางสำนักงานกำลังพล (สกพ.) มีความต้องการให้มีการศึกษาเพิ่มเติมในระเบียบการถอดยศว่าถูกต้องหรือไม่ ส่วนเรื่องกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้เป็นข้าราชการตำรวจแล้วจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่ เพราะในอดีตที่ผ่านมาทางสำนักงานกำลังพลก็ได้มีการไปศึกษาว่าการถอดยศจะดำเนินการกับ ข้าราชการตำรวจที่กระทำผิดขณะรับราชการ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงต้องส่งหนังสือเพื่อปรึกษาคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าสามารถกระทำได้หรือไม่ซึ่งผ่านมากว่า 1เดือน แล้วก็ยังไม่ได้รับคำตอบ และที่ผ่านมาได้เคยมีการปรึกษาหารือกับผู้ที่มีความรู้ทางด้านกฎหมายในหลายคนก็ได้คำตอบไปในทางเดียวกันว่าไม่ควรจะเร่งรีบควรจะศึกษาข้อกฎหมายให้รอบคอบก่อนจะตัดสินใจมิฉะนั้นจะเกิดผลเสียตามมาได้ เพราะในส่วนคณะกรรมการในการพิจารณาหลังจากพิจารณาเรื่องดังกล่าวแล้วไม่ใช่ว่าตนจะต้องตัดสินใจตามผลที่คณะกรรมการพิจารณามาแต่ตนต้องมีการศึกษาให้รอบคอบอีกครั้งหนึ่งด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่มีการเสนอให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ให้ถอดยศพ.ต.ท ทักษิณนั้น พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า ตนไม่ทราบในเรื่องดังกล่าวและไม่ใช่ความรับผิดชอบของตนแต่ในส่วนที่ตนรับผิดชอบนั้นตนรับผิดชอบอย่างเต็มที่ มองว่าตนยื้อเวลา ตนยืนยันว่าไม่ใช่ ยืนยันว่าตนปฏิบัติมาโดยตลอดและไม่จำเป็นต้องรายงานให้ใครทราบนอกจากผู้บังคับบัญชาของตนคือ นายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากผลสรุปจะออกมา แล้วไม่ถูกใจกลุ่มคนที่คิดต่าง จนอาจจะสร้างแรงกระเพื่อมทางการเมืองนั้น พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า หากผลออกมาเช่นไร ก็ต้องยอมรับไปตามกรอบของกฎหมาย เนื่องจากการถอดยศครั้งนี้ ได้ผ่านการกลั่นกรองจากหลายฝ่าย หลายหน่วยงาน และเชื่อว่าผลที่ออกมาจะสามารถตอบคำถามของสังคมได้ ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวออกมาว่า เคยมีอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเคยเสนอเรื่องนี้ไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้วนั้น ตนไม่ทราบว่ามีการเสนอเรื่องนี้แต่อย่างใด แต่ยืนยันว่าตนได้ดำเนินการตามขั้นตอนอย่างเต็มที่แล้ว ในส่วนของเครื่องราชอิสริยาภรณ์นั้นทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการได้เฉพาะเครื่องราชฯที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้มาขณะยังเป็นข้าราชการตำรวจอยู่เท่านั้น ในส่วนที่ออกจากราชการตำรวจแล้วไปดำรงตำแหน่งทางการเมืองในส่วนนั้นเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องดำเนินการต่อ
"ผมทำได้เฉพาะกฎหมายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเท่านั้นถ้านอกเหนือจากนี้ไม่สามารถกระทำได้ ยืนยันว่า ตั้งแต่ที่นายกรัฐมนตรีสั่งการให้หน่วยงานอื่นเข้ามาร่วมพิจารณานั้นก็รู้สึกสบายใจมากยิ่งขึ้น ไม่ถือเป็นการเสียหน้าหรือเสียใจแต่อย่างใด ยิ่งทางกระทรวงยุติธรรม และเจ้าหน้าที่กฎหมายหลายหน่วยงานเข้ามาพิจารณาเรื่องนี้ ก็ยิ่งสร้างความรอบคอบมากยิ่งขึ้น"พล.ต.อ.สมยศกล่าว







