
มูลนิธิกปปส. การศึกษาอาชีพคู่ขนานธรรมะ
นับว่าอยู่ในความสนใจจากหลายฝ่ายและถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด
นับว่าอยู่ในความสนใจจากหลายฝ่ายและถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด หลังจากอดีตพระสุเทพได้ลาสิกขาบทกลับสู่ทางโลก เพื่อเดินหน้าเจตนารมณ์มูลนิธิ “มวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย”
“พวกเรามวลมหาประชาชนต้องการให้บ้านเมืองมีการเปลี่ยนแปลง หลุดพ้นจากวงจรเลวร้ายที่ทำให้บ้านเมืองไม่สามารถพัฒนาไปได้ จนเกิดปัญหากระทบกระเทือนชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องที่เรียกได้ว่าวิกฤต ดังนั้นความคิดของเรา คือ ต้องปฏิรูปประเทศไทย และต้องทำโดยเร็ว ทำทันที” คำยืนยันจากอดีตพระกำนัน
กำนันสุเทพ เท้าความเป็นมาของมูลนิธิ เกิดขึ้นภายหลังการชุมนุมเสร็จสิ้น เมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติเข้าบริหารประเทศ และแกนนำส่วนใหญ่ต่างไปบวช อาทิ อิสสระ สมชัย, วิทยา แก้วภราดัย, ชินวรณ์ บุณยเกียรติ เพื่อพามวลชนเข้าวัดสงบจิตใจ เมื่อเห็นว่าบรรยากาศประเทศสงบ จึงรวมตัวจัดตั้งมูลนิธิพร้อมจดทะเบียนเรียบร้อย ซึ่งหากฟังจากชื่อมีเป้าหมายทิศทางชัดเจนของการทำงาน คือ ทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนอย่างแท้จริง
“ขณะที่บวชเป็นพระและอยู่ในฐานะที่เป็นประธานมูลนิธิดำเนินการไม่สะดวก แต่เมื่อสึกออกมาแถลงข่าวชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ ว่ามูลนิธิจะผลักดันเดินหน้าให้มีการปฏิรูป และไม่ให้เป็นภาระของรัฐบาลฝ่ายเดียว แต่จะรณรงค์ให้ประชาชนทุกฝ่ายร่วมมือปฏิรูปให้เสร็จโดยเร็ว”
สุเทพ บอกว่า อะไรที่ลงมือทำได้ด้วยตัวเองก็จะทำ เช่น ปฏิรูปการศึกษา ซึ่งบังเอิญเห็นพ้องกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อีกทั้งมูลนิธิมีแนวคิดในการผลิตบุคลากรด้านอาชีวะออกมาให้เป็นบุคลากรสำคัญและมีคุณค่าต่อการปฏิรูปประเทศ จึงเป็นที่มาให้เกิดวิทยาลัยอาชีวศึกษาต้นแบบที่เกาะสมุย ภายใต้ชื่อ “วิทยาลัยศึกษาภาวนาโพธิคุณ”
ลุงกำนัน การันตีว่า จะเปิดการเรียนการสอนในระดับ ปวช. ปวส. โดยเป็นนักเรียนทุนหมด ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์กติกาของวิทยาลัย คือ เอาจริงเอาจังเรื่องธรรมะ เน้นเรื่องไหว้พระ สวดมนต์ ฝึกสมาธิ แผ่เมตตา พร้อมยอมรับว่า แนวคิดดังกล่าวจุดเริ่มจริงมาจากท่านเจ้าคุณพระภาวนาโพธิคุณ เจ้าอาวาสองค์แรกของวัดสวนโมกข์ ซึ่งคิดสร้างโรงเรียนในฝัน คือ เด็กมีความรู้ วิชาการ วิชาชีพ และมีคุณภาพ โดยจะให้ได้รับการฝึกฝนอบรมธรรมะเป็นอย่างดีและมีคุณธรรม เพื่อผลิตเด็กมีคุณภาพคู่คุณธรรมรับใช้สังคม
“เวลากลางวันของทุกวันมีชั่วโมงธรรมะ และเมื่อโรงเรียนปิดก็ต้องเข้าคอร์ส ‘อานาปานสติภาวนา’ พิเศษ เพื่อเป้าหมายให้เด็กทุกคนต้องได้รับการฝึกฝน ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เรียกว่าสำรวมอินทรีย์ เพราะถือเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อสามารถทำได้ ก็สามารถควบคุมไม่ให้กิเลสครอบงำ และชีวิตก็เป็นไปในทางที่ดี”
ประการที่สอง นักเรียนต้องได้รับการฝึกฝนเรื่องประมาณตน ใช้ชีวิตแบบพอเหมาะพอควร พอเพียง เหมาะสม กินอยู่ครองชีวิตพอประมาณตน ถ้าภาษาพระ คือ โภชเนมัตตัญญุตา แปลว่า รู้จักประมาณในการกิน เป็นไปตามทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งมาจากหลักธรรมะของพระพุทธเจ้า
ส่วนเรื่องการเปิดสอนนั้น สุเทพ ระบุว่า จะเริ่มในปีการศึกษาหน้า เป็น 3 ห้องเรียนในแต่ละชั้น โดยจะทำงานร่วมกันระหว่างมูลนิธิกับคณะสงฆ์ พร้อมยืนยันว่า โรงเรียนดังกล่าวสังกัดภายใต้กฎหมายของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีชินวรณ์เป็นผู้อำนวยการคนแรก ซึ่งได้ซื้อที่ดินเกาะสมุย 40 กว่าไร่ ใช้เป็นที่ก่อตั้งสถานศึกษา และใครอยากจะเข้ามามีส่วนร่วม เช่น สร้างห้องสมุด หรือห้องคอมพิวเตอร์ เชิญได้เลย ส่วนการก่อสร้าง ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างเริ่มต้นเขียนแบบ ไม่เน้นหรูหรา ฟุ่มเฟือย เอาประหยัด แบบพระ
สุเทพ ยังบอกด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่นว่า เมื่อลงมือทำอาชีวะเป็นรูปเป็นร่างแล้ว ก็จะเชิญองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล ที่มีอยู่ทั้งหมดมาดูงาน รวมถึงมูลนิธิอื่นที่มีกำลังเข้มแข็งกว่าเข้ามาช่วยกันทำ และหากรัฐบาลเห็นแล้วอยากทำก็ยินดี นอกจากนี้ยังมีแนวคิดขยายลงมาเป็นระดับมัธยม ประถม อนุบาล คือ จะปลูกฝังตั้งแต่เล็กๆ
“เราจะจับมือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและมูลนิธิต่างๆ โดยเน้นเด็กในพื้นที่เกาะสมุยก่อน เพราะทำง่าย หากเอาเด็กที่อื่นมา ต้องมีหอพักอีกลำบาก พอทำได้ ค่อยมาคุยกับ อาทิ อบจ.นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี หรือจังหวัดไหนที่พร้อมก็ทำไป นี่เรียกว่าต้นแบบ เรียนรู้ ดูกัน ช่วยกันปรับ เพราะเราเห็นว่าการปฏิรูปศึกษา สำคัญต้องเอาเด็กมีคุณภาพออกมารับใช้สังคมให้ได้ แล้วต้องเป็นคนมีคุณธรรมด้วย สังคมถึงจะอยู่ได้”
นอกจากนี้ เด็กที่เรียนจบ มีความรู้ดี ก็จะทำระบบเดียวกับเยอรมนี มีเรียนคอมพิวเตอร์ บัญชี เลขานุการ การโรงแรม เอาภาคเอกชนร่วมด้วย เรียนเสร็จมีการฝึกงานกับสถานประกอบการจริงๆ เด็กบางส่วนก็จะเป็นเด็กทุนของสถานที่ประกอบการเหล่านี้ แล้วเด็กเมื่อมีการฝึกธรรมะอย่างดี ทำงานก็มีความสุข ภาคเอกชนสบายใจได้เด็กดี มีความซื่อสัตย์ ขยันหมั่นเพียร มีธรรมะ และคุณภาพทำงานซึ่งถือเป็นงานส่วนหนึ่ง
สุเทพ บอกว่า แต่งานอีกส่วน คือ มุ่งมั่นที่จะรณรงค์เพื่อให้คนไทยยึดถือปรัชญาพระราชทานเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง โดยจะสร้างเป็นชุมชนต้นแบบขึ้น เอาคนรุ่นใหม่หนุ่มสาวมาเป็นเกษตรกรแผนใหม่อินทรีย์ ปลูกผักปลอดสารพิษ ให้กับโรงแรมบนเกาะสมุย และค่อยรวมตัวเปิดเป็นสหกรณ์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างติดต่อเพื่อขอเช่าที่ดินจำนวน 500 ไร่ สำหรับทำนา ปลูกผัก โดยเป็นชุมชนเดิมแต่มาพัฒนาปรับปรุงให้เป็นเศรษฐกิจพอเพียง
ซึ่งเลือกพื้นที่ในเกาะพะลวย ติดอยู่กับอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง มีประชากร 200 ครอบครัว มีวัด โรงเรียน ประชาชนส่วนใหญ่ทำอาชีพเกษตรและประมง รวมถึงท่องเที่ยว และได้ไปประชุมกับประชาชนเหล่านั้น ตั้งใจพัฒนาเป็นชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ไร้อบายมุข ยาเสพติด มีธรรมะเป็นหลักยึด
“เจ้าคุณพระภาวนาโพธิคุณได้นำคณะพวกผมไปคุยกับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งเดิมทีกระทรวงพลังงานเคยจะทำเกาะนี้ให้เป็นกรีนไอส์แลนด์ มีพลังงานบริสุทธิ์ โดยใช้โซลาร์เซลล์ผลิตพลังงานใช้ในเกาะ ซึ่งเป็นขั้นทดลอง แต่นี่เราจะทำใหม่สมบูรณ์ ที่พูดมางานบางอย่างที่สามารถทำได้ด้วยมือประชาชน เห็น
รูปธรรมชัดเจน ก็พยายามชักชวนประชาชนลงมาทำ ส่วนบางเรื่องต้องเรียกร้องรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนร่วมกัน”อีกด้านหนึ่งมูลนิธิยังจะตัดสินใจเข้าไปทำงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรณีสหภาพยุโรป (อียู) มากำหนดกฎเกณฑ์เรื่องประมงของประเทศไทย โดยกำหนดให้ต้องทำอย่างนั้น อย่างนี้ ซึ่งมันกระทบต่อผลประโยชน์ประเทศไทยอย่างมาก ก็จะตั้งทีมมาศึกษาเรื่องนี้
ทั้งนี้ จะต้องพิจารณาว่าสิ่งที่อียูมาบังคับให้ประเทศไทยทำใน 6 เดือนนั้นถูกต้องหรือเปล่า เพราะเราได้ข่าวว่าที่ทำกับประเทศอื่นให้เวลาตั้ง 2 ปี ส่วนที่อียูบอกว่าทำแล้วจะไม่กระทบกับประชาชน แต่ตอนนี้คนของเราเดือดร้อนนะ นี่เรายังไม่วิจารณ์ ตั้ังคณะทำงานขึ้นมาศึกษาก่อน
สอง ขณะนี้ไทยถูกจัดให้อยู่เทียร์ 3 เรื่องการค้ามนุษย์ ก็จะตั้งทีมมาศึกษาว่ายุติธรรมกับเราไหม ปฏิบัติกับประเทศอื่นอย่างนี้หรือเปล่า แกล้งเราหรือไม่ถ้าแกล้งเราก็จะไปบอกกับประชาชนอเมริกัน สื่อมวลชนอเมริกัน ผู้แทนอเมริกัน ว่าประเทศไทยกับอเมริกา คนไทยกับอเมริกา เป็นเพื่อนกันมานาน แต่รัฐบาลของคุณกำลังเข้าใจคนของเราผิด และชี้แจงข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างนี้อย่างนั้น
“นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องที่มีคนปั่นกระแสว่า เราเป็นเผด็จการ ไม่เป็นประชาธิปไตย เราจะได้ไปอธิบายให้เขาฟังว่า สถานการณ์พิเศษเรากำลังปฏิรูปประเทศเรา ขอเวลา ตัดสินใจทำอะไรให้เรียบร้อย และเราก็จะเดินคู่ขนานไปกับคนอื่นๆ ในแนวทางประชาธิปไตยเนี่ยแหละ”
สุเทพ ชี้แจงรูปแบบการทำงานว่า จะมีทีมทำงานด้านการต่างประเทศโดยเฉพาะ โดยมี กษิต ภิรมย์ อดีต รมว.ต่างประเทศ มาเป็นหัวหน้าทีม และมีคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่หลายคนมาร่วมทำงาน
นี่เป็นภาพมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทยที่จะเดินหน้าย้ำอีกทีว่า มูลนิธินี้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของใคร ไมใช่คู่ขัดแย้งกับใคร เราตั้งใจจะทำงานเพื่อบ้านเมือง เราไม่ได้ทำงานเพื่อตำแหน่ง หรือเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองใดๆ แต่ทำเพื่อบ้านเมือง ยึดผลประโยชน์ของประเทศไทย และประชาชนไทยเป็นที่ตั้ง







