
แม่ยกกระเป๋าแฟบ...พระเอกลิเกไส้แห้ง
เมื่อแม่ยกพ่อยกเจอพิษเศรษฐกิจจนกระเป๋าแฟบ ส่งผลกระทบคณะลิเกตกงานอย่างหลีกหนีไม่พ้น
โดย...สิทธิพจน์ เกบุ้ย
ในยุคเศรษฐกิจซบเซาไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบประชาชนรากหญ้าเท่านั้น ยังพ่นพิษกลุ่มศิลปินพื้นบ้าน ทั้งคณะหมอลำทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งคณะลิเกภาคเหนือและภาคกลาง ต้องดิ้นรนต่อสู้ชีวิตปากกัดตีนถีบเพราะไม่มีงานแสดงเข้ามานานกว่าครึ่งปีแล้ว
อานนท์ณัฏฐ์ รอดละม้ายปภา พระเอกลิเกและหัวหน้าคณะลิเกชื่อดังเมืองชาละวัน “แสงสว่าง ดาวร้าย” อยู่บ้านเลขที่ 37/2 ถนนเศรษฐทัตต์ ต.ในเขตเทศบาลเมืองตะพานหิน อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร บอกว่า อาชีพศิลปินลิเกยุคนี้ถือว่ามีความเป็นอยู่ยากลำบากมาก ไม่มีเจ้าภาพติดต่อจ้างไปแสดงในงานบุญงานวัดต่างๆ เข้ามาเลย ทำให้คณะลิเกในพื้นที่ อ.ตะพานหิน มีอยู่ประมาณ 40 คณะ อยู่ในสภาพตกงานกันหมด บางคณะต้องยุบวงเป็นการชั่วคราว ปล่อยนักแสดงแยกย้ายกลับถิ่นฐานบ้านเกิดไปหาอาชีพอื่นทำจุนเจือครอบครัวไปก่อน หากมีงานเข้ามาค่อยมาร่วมวงกันใหม่
“พื้นที่ อ.ตะพานหิน ถือว่าเป็นแหล่งชุมนุมของกลุ่มศิลปินคณะลิเกมากที่สุดในประเทศไทย ส่วนใหญ่รวมกลุ่มอยู่อาศัยบริเวณริมทางรถไฟตะพานหิน และในซอยวัดหลวงพ่อศรี ปัจจุบันมีผู้ประกอบอาชีพเป็นศิลปินลิเกมากกว่า 300 ชีวิต ซึ่งยังไม่นับรวมผู้ที่มีอาชีพตั้งเวทีเครื่องเสียง เครื่องไฟ วงปี่พาทย์ และระนาดเอก อีกจำนวนนับ 100 ชีวิต เมื่อไม่มีแม่ยกพ่อยกจ้างคณะลิเกไปแสดงตามงานบุญงานวัดต่างๆ ส่งผลกระทบเป็นแชร์ลูกโซ่” อานนท์ณัฏฐ์ กล่าว
ในช่วงเศรษฐกิจเฟื่องฟู ข้าวขายได้ราคาแพง คณะลิเกเหล่านี้เคยมีผู้ว่าจ้างไปแสดงตามงานวัดงานบุญต่างๆ ไม่ขาดสาย เดือนหนึ่งรับงานแสดงไม่น้อยกว่า 10 งาน บางคณะที่มีชื่อเสียง เจ้าภาพงานกล้าจ้างไปแสดงคืนหนึ่งราคาตั้งแต่ 5-7 หมื่นบาท ยิ่งหากนางเอกสวย พระเอกหล่อ เวทีอลังการงานสร้างแค่ไหน ก็ยิ่งทำให้นางเอกพระเอกแต่ละคณะต่างก็มีรายได้เป็นกอบเป็นกำมีรายรับเดือนละหลายแสนบาท แต่ในช่วง 7-8 เดือนที่ผ่านมา กลับไม่มีงานเข้า ผลพวงจากเศรษฐกิจย่ำแย่ ข้าวราคาตกต่ำ และไม่ได้ทำนาปีเพราะเจอปัญหาวิกฤตภัยแล้งชาวนาขาดรายได้ ทำให้คณะลิเกพลอยไส้แห้งไปด้วย
“ปัจจุบันนักแสดงลิเกในคณะของผมมีกว่า 20 ชีวิต ต้องดิ้นรนปากกัดตีนถีบ นักแสดงที่เป็นผู้ชายก็ต้องออกไปทำงานรับจ้างทั่วไป บางคนก็ไปค้าขายตามตลาดนัด ส่วนนางเอกลิเกบางคน บางคณะที่เสียงดีหน้าตาสวยหน่อยก็ไปเป็นนักร้องตามร้านอาหาร หรือตามวงดนตรีต่างๆ เพื่อหารายได้เลี้ยงปากเลี้ยงท้องครอบครัวในยุคเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง หากมัวแต่รอแสดงลิเกคงพากันอดตายกันหมด” พระเอกคณะลิเกแสงสว่าง ดาวร้าย เล่าถึงผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำ
อานนท์ณัฏฐ์ บอกอีกว่า อาชีพศิลปินแสดงลิเกช่วงนี้ลำบากมากไม่มีงานแสดงเข้ามากว่าครึ่งปีแล้ว ถือว่าเป็นยุคที่มีรายได้ตกต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี แตกต่างกับเมื่อช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีเจ้าภาพจองล่วงหน้าไปแสดงแทบทุกวัน ทำให้บรรดาพระเอกนางเอกลิเกได้เงินทิปจากพ่อยกแม่ยกนำมาลัยมาคล้องคอนับหมื่นนับพันบาทต่อคืน ทำให้นางเอกพระเอก บางรายมีเงินอู้ฟู่สามารถถอยรถป้ายแดง หรือซื้อบ้านหลังงามด้วยเงินสด
แต่เมื่อแม่ยกพ่อยกเจอพิษเศรษฐกิจจนกระเป๋าแฟบ ส่งผลกระทบคณะลิเกตกงานอย่างหลีกหนีไม่พ้น หากไม่มีงานเข้ามาลิเกไทยคงปิดฉากรูดม่านสูญพันธุ์ในเวลาอันใกล้นี้







