
พรบ.ลิขสิทธิ์ใหม่
มีคำถามมามากเรื่องการตรากฎหมายลิขสิทธิ์เพิ่มขึ้นอีก 2 ฉบับ คือ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ (ฉบับที่สอง) พ.ศ. 2558
โดย...เจษฏ์ โทณะวณิก
มีคำถามมามากเรื่องการตรากฎหมายลิขสิทธิ์เพิ่มขึ้นอีก 2 ฉบับ คือ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ (ฉบับที่สอง) พ.ศ. 2558 และ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ (ฉบับที่สาม) พ.ศ. 2558 ซึ่งมีกล่าวอ้างกันว่ามีผลคุกคามต่อคนอย่างมากในหลายรูปแบบหลายลักษณะตามที่มาตรา 6 พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 กำหนดว่างานอันมีลิขสิทธิ์ ได้แก่ งานสร้างสรรค์ประเภทวรรณกรรม นาฏกรรม ศิลปกรรม ดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง งานแพร่เสียงแพร่ภาพ หรืองานอื่นใดในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ ของผู้สร้างสรรค์ไม่ว่างานดังกล่าวจะแสดงออกโดยวิธีหรือรูปแบบอย่างใด วันนี้จึงจะมาคุยกัน
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ (ฉบับที่สอง) พ.ศ. 2558 ให้นิยามเพิ่มเติมในเรื่องของ “ข้อมูลการบริหารสิทธิ” หมายความว่า ข้อมูลที่บ่งชี้ถึงผู้สร้างสรรค์ งานสร้างสรรค์ นักแสดง การแสดง เจ้าของลิขสิทธิ์ หรือระยะเวลาและเงื่อนไขการใช้งานอันมีลิขสิทธิ์ ตลอดจนตัวเลขหรือรหัสแทนข้อมูลดังกล่าว โดยข้อมูลเช่นว่านี้ติดอยู่หรือปรากฏเกี่ยวข้องกับงานอันมีลิขสิทธิ์หรือสิ่งบันทึกการแสดง
นอกจากนั้น พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ (ฉบับที่สอง) พ.ศ. 2558 ตามมาตรา 7 ได้มีการเพิ่มเติมมาตราต่างๆ ดังต่อไปนี้
มาตรา 53/1 การลบหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลการบริหารสิทธิ โดยรู้อยู่แล้วว่าการกระทำนั้นอาจจูงใจให้เกิด ก่อให้เกิด ให้ความสะดวก หรือปกปิดการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง ให้ถือว่าเป็นการละเมิดข้อมูลการบริหารสิทธิ
มาตรา 53/2 ผู้ใดรู้อยู่แล้วว่างานหรือสำเนางานอันมีลิขสิทธิ์นั้นได้มีการลบหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลการบริหารสิทธิ ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำการละเมิดข้อมูลการบริหารสิทธิด้วย ถ้าได้กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานนั้นดังต่อไปนี้
(1) นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่าย
(2) เผยแพร่ต่อสาธารณชน
มาตรา 53/3 การกระทำใดๆ ดังต่อไปนี้ มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดข้อมูลการบริหารสิทธิ
(1) การลบหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลการบริหารสิทธิ โดยเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตามกฎหมายเพื่อบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย การอันจำเป็นในการป้องกันประเทศ การรักษาความมั่นคงแห่งชาติหรือวัตถุประสงค์อื่นในทำนองเดียวกัน
(2) การลบหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลการบริหารสิทธิโดยสถาบันการศึกษา หอจดหมายเหตุ ห้องสมุด หรือองค์กรแพร่เสียงแพร่ภาพสาธารณะ ที่ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อหากำไร
(3) การเผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งงานหรือสำเนางานอันมีลิขสิทธิ์ที่มีการลบหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลการบริหารสิทธิ โดยสถาบันการศึกษา หอจดหมายเหตุ ห้องสมุด หรือองค์กรแพร่เสียงแพร่ภาพสาธารณะ ที่ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อหากำไร
ลักษณะของข้อมูลการบริหารสิทธิตาม (2) และงานหรือสำเนางานอันมีลิขสิทธิ์ที่มีการลบหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลการบริหารสิทธิตาม (3) ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
ผลของบรรดาบทบัญญัติเหล่านี้จะเป็นอย่างไร คงจะต้องว่ากันในวาระต่อๆ ไปนะครับ







