"ซิ่งลอยฟ้า" เมื่อทางด่วนกลายเป็นสนามท้าความเร็วนอกกฎหมาย
ชำแหละพฤติกรรมซิ่งรถบนทางด่วนลอยฟ้าของผู้พิสมัยความเร็ว
โดย...อินทรชัย พาณิชกุล
เสียงเครื่องยนต์คำรามกึกก้อง รถสปอร์ตหรูแต่งซิ่งสองคันแล่นมาด้วยความเร็วสูง ต่างขับเคี่ยวกันอย่างสูสี ผลัดกันแซง ปาดซ้ายปาดขวาหลบรถคันแล้วคันเล่า ราวกับฉากภาพยนตร์เรื่อง The Fast and the Furious
นี่คือเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นบนทางด่วนลอยฟ้ากลางกรุงยามค่ำคืน พฤติกรรมนี้กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างเผ็ดร้อนถึงการแข่งขันกันอย่างผิดกฎหมายของกลุ่มผู้พิสมัยความเร็วที่ยกระดับจากถนนปกติสู่ทางด่วนลอยฟ้า โดยมีความตายของตัวเองและคนรอบข้างเป็นเดิมพัน
สนามแข่งบนทางด่วน
"การแข่งรถบนทางด่วนมีมานานเกือบสิบปีแล้ว แต่ไม่ค่อยจริงจังเป็นกิจลักษณะ ภาพที่ออกมามันเลยไม่โจ๋งครึ่ม มีรถเป็นร้อยๆคันจอดเรียงราย และแข่งกันหวือหวาเหมือนในหนัง"
น้ำเสียงที่ดูจะไม่ค่อยตื่นเต้นของ ศุภชัย เจ้าของร้านประดับยนต์วัย 35 ผู้ชื่นชอบการแต่งรถซิ่งเป็นงานอดิเรก
เขาเล่าว่า การแข่งขันรถบนทางด่วนลอยฟ้าในเมืองไทย ได้รับอิทธิพลมาจากญี่ปุ่น เรียกว่า "Wangan" ซึ่งเป็นชื่อทางด่วนในกรุงโตเกียวที่เหล่าบรรดาแก๊งซิ่งชอบนัดรวมตัวกันยามค่ำคืน
"ที่ผ่านมาบ้านเราจะมีรถซิ่งนัดแข่งกันตามถนนปกติเดือนละ 2-3 ครั้ง เรียกว่า "Midnight" รวมตัวกันตั้งแต่ตีสองเป็นต้นไป เส้นทางยอดนิยมคือ ถนนแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด และเกษตรนวมินทร์ เป็นการแข่งทางตรงในช่วงสั้นๆ วิ่งกันแค่ 4 เกียร์ก็รู้ผลแพ้ชนะแล้ว แต่ระยะหลังๆปริมาณรถเยอะขึ้น ตำรวจกวดขันตั้งด่านแทบทุกคืน ทำให้หลายกลุ่มเลิกแข่งถาวร เพราะเบื่อที่จะต้องหนีตำรวจ แต่อีกหลายกลุ่มเริ่มย้ายไปแข่งบนทางด่วน เพราะกลางคืนถนนโล่ง รถน้อย ใช้ความเร็วได้มากกว่าถนนข้างล่าง อัดได้ยาวๆ ที่สำคัญตำรวจปิดยาก ทางหนีมีเยอะกว่า"
วรฉัตร พนักงานบริษัทหนุ่ม ผู้พิสมัยความเร็วเจ้าของรถแต่งซิ่งเครื่องยนต์ 800 แรงม้า เล่าให้ฟังว่า การแข่งขันบนทางด่วนที่นิยมเป็นเส้นทางตั้งแต่ ดินแดง-พระราม4-ยมราช-อนุเสาวรีย์ชัย-ก่อนกลับมาดินแดงอีกครั้ง เนื่องจากเป็นเส้นทางที่ยาว ตรง โค้งน้อย
"พฤติการณ์การจัดแข่งขันคือ ผู้จัดจะนัดผ่านเฟซบุ๊กกลุ่มแก๊งซิ่งต่างๆ แข่งกันตั้่งแต่รถเล็กยันซูเปอร์คาร์ คนที่อยากลงแข่งจะต้องจ่ายเงิน เงินส่วนหนึ่งให้ผู้จัด อีกส่วนหนึ่งจะถูกนำไปเป็นเงินรางวัลให้แก่ผู้ชนะการแข่งขัน การแข่งจะเริ่มที่ผู้จัดจะขับรถนำหน้า รถที่แข่งขันจะขับตามกันมา ทันทีที่รถนำหน้าปล่อยสัญญาณไฟ ทุกคันก็จะเร่งเครื่องอัดกันเต็มที่ ก่อนจะกลับมาที่จุดสตาร์ท ใครชนะก็จะลงมาเคลียร์เงินเดิมพันกันที่จุดพักแวะเติมน้ำมันแห่งใดแห่งหนึ่ง
ถามว่าตำรวจรู้ไหม ผมว่ายาก แข่งบนทางด่วนจะไม่นิยมจอดดูกันเยอะๆเหมือนถนนปกติ เพราะอันตราย ที่สำคัญจะผิดสังเกตด้วย ใครอยากดูก็ต้องขับตามไปห่างๆ ดังนั้นภาพที่เห็นในกล้องวงจรปิดบนทางด่วนก็เหมือนรถซิ่งตามกันมาธรรมดา ไม่ได้แข่งกันแบบจริงจัง"
จากคำบอกเล่าของคนในแวดวงรถยนต์ซิ่ง นักซิ่งบนทางด่วนลอยฟ้าล้วนแต่เป็นมือฉมัง ขับรถเก่ง หลายคนเป็นนักแข่งอาชีพด้วยซ้ำ
"เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้วครับ นานๆที เพราะยุคนี้คสช.เข้ม จะมีก็คงเป็นพวกกลุ่มรถขับมามีตติ้งกันที่จุดพักรถ มาอวดสมรรถภาพเครื่องยนต์ อวดรถ นั่งพูดคุยกันเฉยๆ ขากลับแยกย้ายกันก็อัดกันสนุกๆสักรอบสองรอบแค่นั้นเอง"
นักซิ่งรายนี้เผยว่า ชอบแข่งกันบนถนนมากกว่าแข่งถูกกฎหมายในสนาม เพราะในสนามจะแข่งกันแค่คันเดียว ต่างจากบนถนนที่เวลาเจอรถแต่งซิ่งตีคู่กันมา ต่างคนต่างอัด แล้วแยกย้ายกันไปคนละทิศละทาง แบบนี้ท้าทายกว่าเยอะ
มัจจุราชความเร็วสูง
ปากคำของผู้พิสมัยความเร็วหลายคนยืนยันว่า เวลามาแข่งรถกันจะไม่นิยมดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ เพราะนักซิ่งมักจะเซฟตัวเอง ยกเว้นพวกออกมาจากผับแล้วซิ่งด้วยความคะนองระหว่างทางกลับบ้าน นั่นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งห้ามกันไม่ได้
"ที่ผ่านมา อุบัติเหตุจากการแข่งขันรถซิ่งบนถนนเกิดขึ้นเป็นประจำ เจ็บตายกันก็เยอะ เป็นข่าวบ้างไม่เป็นข่าวบ้าง มีทั้งชนเกาะกลางถนน มุดชนกันเอง บางทีก็พลาดชนคันอื่น แต่พอเกิดเหตุปุ๊บจะวุ่นวายมาก วงแตก พวกที่จอดดูริมถนนก็หนีตัวใครตัวมันจนชนกันเองอีกก็มี สุดท้ายจะเหลือแต่พวกที่รถชนไปไหนไม่ได้ ส่วนใหญ่จะโทรเรียกรถสไลด์มายกไปเลย รีบเคลียร์รีบชิ่ง ก่อนตำรวจมาก เพราะโทษหนักครับ ปรับอาน ขึ้นศาล แถมยึดรถอีก 2 ปี คนดูก็โดนด้วยข้อหาสนับสนุนการแข่งขันรถยนต์บนทางหลวง"
นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน บอกว่า การแข่งขันรถยนต์บนทางด่วนนั้นอันตรายสุดประมาณ รวมถึงรถจักรยานยนต์ที่ชอบลักไก่ขึ้นมาวิ่งด้วย
"กลุ่มรถซิ่ง เท่าที่ดูลักษณะถนนที่เลือกจะชอบถนนทางตรงที่สามารถทำความเร็วได้ ไม่มีแยก ไม่มีไฟเขียวไฟแดง เลือกเส้นมีช่องทางหลบหนีเยอะ ไม่ปิดตาย มีซอยลัดเลาะหนีได้ กรณีซิ่งบนทางด่วน โอกาสถูกสกัดจับจะน้อยกว่าถนนปกติ แต่ที่อันตรายคือ ทางด่วนเป็นช่องทางใช้ความเร็วอยู่แล้ว ถนนโล่ง โค้งน้อย พอกลุ่มนี้ขับขึ้นมาด้วยความเร็ว แซง ปาดซ้ายปาดขวา เหมือนในหนัง หากไปสะกิดกับรถคันอื่นที่ขับมาดีๆซึ่งกะจังหวะยาก ก็เกิดอาการหมุนและเสียหลักพลิกคว่ำ หรือไถลออกข้างทางได้ โดยเฉพาะรถตู้ที่เสถียรภาพไม่ค่อยดีนัก
ส่วนมอเตอร์ไซค์ย้อนศร โดยพื้นฐานทางด่วนลอยฟ้า คู่ขนาน หรือช่องทางด่วน เป็นพื้นที่ไม่อนุญาตให้มอเตอร์ไซค์เข้าไปวิ่งอยู่แล้ว การไปขี่บนทางด่วนจะทำให้รถยนต์คันอื่นคาดไม่ถึงว่าจะมีรถมอเตอร์ไซค์ขึ้นมาวิ่ง จึงไม่ทันสังเกต ไม่ทันระมัดระวัง เสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้
อีกเรื่องที่น่ากังวลคือ ช่องทางด่วนพิเศษ มอเตอร์เวย์ โทลเวย์ หรือทางด่วนลอยฟ้า ช่วงรถติดจะมีการแซงไหล่ทาง ฉะนั้นเวลามีมอเตอร์ไซค์วิ่งย้อนศรขึ้นมา รถที่แซงซ้ายก็จะพุ่งชน อย่าลืมว่ามอเตอร์ไซค์ไม่มีอะไรป้องกันตัวเลย นอกจากหมวกกันน็อค ตายได้ง่ายๆ เช่นเดียวกับรถยนต์ซิ่ง เวลาเกิดอุบัติเหตุบนทางด่วนลอยฟ้า การช่วยเหลือจะทำได้ยากลำบากกว่าทางปกติ กว่ารถพยาบาลจะไปถึงต้องใช้เวลานาน ทำให้โอกาสเสียชีวิตมีสูงมาก"
ใช้เทคโนโลยีควบคู่กฎหมาย
พ.ต.อ.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองผู้บังคับการตำรวจจราจร เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา ยังไม่มีรายงานว่ามีกลุ่มรถยนต์ซิ่งจัดแข่งขันกันบนทางด่วนลอยฟ้า
"เท่าที่ทราบ ส่วนมากจะไม่ได้แข่งกันเป็นกิจลักษณะ แต่จะขับมาด้วยกัน แล้วพอเห็นทางตรงก็เอาซะหน่อย แบบนี้มีให้เห็นประปรายไม่เยอะมาก เพราะสมัยนี้ถนนไม่เอื้อ รถติดรถเยอะทุกเส้นทางและทุกเวลา เจ้าหน้าที่ตำรวจกวดขันตั้งด่านเยอะด้วย อีกอย่างมีสนามเปิดให้แข่งกันอย่างถูกกฎหมาย กลุ่มรถซิ่งเลยบางตาลงไปมาก
สำหรับ บนทางด่วน เส้นที่กลุ่มรถซิ่งนิยมกันคือ เส้นทางด่วนบูรพาวิถี (บางนา-ชลบุรี) เพราะมีลักษณะทางตรงทอดยาวหลายสิบกิโลเมตร และรถน้อยในเวลากลางคืน ส่วนมอเตอร์เวย์ไม่นิยม เพราะรถเยอะ ขณะที่โทลเวย์ พอมีข่าวรถพอร์ชชนกับรถฟอร์จูนเนอร์จนมีผู้เสียชีวิตเป็นข่าวใหญ่เมื่อหลายปีก่อน ทำให้คนกลัว แต่ที่ผมหนักใจจะเป็นกลุ่มเด็กแว๊นมากกว่า เพราะพวกนี้มีจำนวนมากและไม่เข็ดหลาบ ต่างจากรถยนต์ซิ่งที่ราคาเป็นล้าน พอโดนจับทีก็ต้องถูกยึดรถ พวกนี้ไม่มีใครอยากโดน ได้ไม่คุ้มเสีย เลยเลิกแข่ง ส่วนบิ๊กไบค์ ที่ผ่านมายังไม่พบว่ามีการแข่งอย่างจริงจัง แต่จะขี่กันแบบเป็นกลุ่มและใช้ความเร็วกันมากกว่า"
ทั้งพ.ต.อ.เอกรักษ์ และ นพ.ธนะพงศ์ เห็นตรงกันคือ ควรใช้เทคโนโลยีกล้องตรวจจับความเร็ว หรือสปีด คาเมรา เข้ามาสอดส่องบริเวณจุดที่กลุ่มรถยนต์ซิ่งชอบมาประลองความเร็ว หรือพวกที่ชอบนำจักรยานยนต์ขึ้นมาวิ่งบนทางด่วนมากกว่าการให้ตำรวจมานั่งเฝ้าสกัดจับตลอด 24 ชั่วโมง
"ที่ผ่านมา ยอมรับว่ากล้องตรวจจับความเร็วได้ผลที่น่าพอใจ มีการจับป้ายทะเบียนรถ จับความเร็วที่เกินกำหนด ก่อนส่งใบสั่งเปรียบเทียบปรับถึงบ้าน แบบนี้ไม่มีทางหนีแน่นอน"รองผบก.จร. กล่าว
ขณะที่ นักวิชาการด้านความปลอดภัย แนะว่า ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด นอกจากปรับ ควรระงับใบขับขี่ชั่วคราว และถึงขั้นยึดรถด้วยหากก่อเหตุรุนแรง
และนี่คืออีกหนึ่งปัญหาสังคมที่สร้างความกังวลใจให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนยามค่ำคืนเป็นอย่างยิ่ง
ภาพ เอเอฟพี, สมาชิกยูทูป dada nunu, DoubbleSizeRainn


