
3 ปมเร่งด่วน เพิ่มขีดความสามารถแรงงานไทย
วานนี้ ที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) พิจารณาและให้ความเห็นชอบรายงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงาน
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
วานนี้ ที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) พิจารณาและให้ความเห็นชอบรายงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงาน ที่เห็นว่ามีเรื่องจำเป็นจะต้องดำเนินการ 3 เรื่อง ได้แก่ 1.การพัฒนาฝีมือแรงงานแห่งชาติ เพื่อยกระดับขีดความสามารถ การแข่งขันของแรงงานไทย การมีงานทำที่ยั่งยืนและมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า และร่าง พ.ร.บ.บูรณาการการพัฒนากำลังคนและฝีมือแรงงานแห่งชาติ 2.การปฏิรูปการบริหารจัดการการเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามชาติ และ 3.การจัดตั้งธนาคารแรงงานและการจัดทำฐานข้อมูล
ประเด็นแรก การพัฒนาฝีมือแรงงานแห่งชาติฯ จากปัญหาการขาดแคลนแรงงานโดยเฉพาะแรงงานฝีมือภายในประเทศในภาคการผลิตและภาคการบริการหลายสาขา รวมถึงปัญหาสืบเนื่องจากการต้องพึ่งพาแรงงานข้ามชาติ ประกอบกับปัญหาการผลิตแรงงานรุ่นใหม่มีความไม่สอดคล้องกันระหว่างอุปสงค์ และอุปทาน แม้ประเทศไทยจะมีหน่วยงานมากมายที่สามารถเอื้อให้เกิดการพัฒนากำลังคนอย่างเป็นระบบที่สมบูรณ์ แต่การดำเนินการของแต่ละหน่วยยังขาดความสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกันอย่างแท้จริง
ดังนั้น ควรจะกำหนดกฎหมายเพื่อกำหนดให้มีคณะกรรมการระดับชาติเรียกว่า คณะกรรมการบูรณาการการพัฒนากำลังคนและฝีมือแรงงานแห่งชาติ เพื่อทำหน้าที่กำหนดนโยบาย กำกับและขับเคลื่อนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา กำลังคนและพัฒนาฝีมือแรงงานทุกหน่วยงาน ให้ดำเนินงานในทิศทางที่สอดคล้องกัน และส่งเสริมความร่วมมือกับภาคการผลิตทั้งในส่วนของรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ สมาคมวิชาชีพ และเอกชนต่างๆ ในการพัฒนาฝีมือแรงงานและการเรียนรู้ตลอดชีวิตภายใต้กรอบวุฒิแห่งชาติ
พร้อมกับออก ร่าง พ.ร.บ.บูรณาการการพัฒนากำลังคนและฝีมือแรงงานแห่งชาติ เพื่อออกกฎหมายกำหนดให้เกิดการพัฒนากำลังคนของประเทศ โดยมีคณะกรรมการบูรณาการพัฒนากำลังคนฯ ทำหน้าที่กำกับดูแลภายใต้การกำกับของนายกรัฐมนตรีโดยตรง
อีกทั้งดำเนินการพัฒนาด้านการเตรียมคนก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน ให้นำรูปแบบของธนาคารโลก กรอบการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ ไปประยุกต์หรือร่วมกับรูปแบบอื่นๆ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ประยุกต์รูปแบบที่ส่งเสริมพัฒนาการเรียนรู้ที่ส่งเสริมความคิดริเริ่ม พัฒนาด้านจิตใจด้านสังคม พัฒนาสติปัญญาความนึกคิดตั้งแต่ระดับพื้นฐานขึ้นไป เพื่อเตรียมประชากรให้มีพัฒนาการด้านสังคม และทักษะพร้อมจะรับการเปลี่ยนแปลง ตลอดจนการเรียนรู้ที่วัดหรือประเมินได้ว่าได้เรียนจริง
พัฒนาการเรียนการสอนในสาขาช่างหรืออาชีวศึกษา ให้นำรูปแบบระบบความสามารถเรียนรู้ทำได้จริง (CBT) ให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง และปฏิรูปการพัฒนาประชากรวัยทำงานและกำลังแรงงานให้มีศักยภาพ ให้หน่วยงานของรัฐเร่งระดมสร้างวัฒนธรรมเรียนรู้แก่ผู้ประกอบอาชีพอิสระ กำหนดคุณวุฒิวิชาชีพ ส่งเสริมอาชีพ สร้างกลไกตลาด และระบบห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้เกิดงานอย่างต่อเนื่อง เปิดให้บริการการฝึกทักษะที่หลากหลายโดยปฏิรูปหลักสูตรและแนวทางฝึกที่เน้นหรืออิงตลาด หรือมีแนวโน้มเติบโตของผลิตภัณฑ์
ประเด็นที่ 2 การปฏิรูปการบริหารจัดการการเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามชาติ จากสถิติแรงงานข้ามชาติซึ่งเปิดให้ขึ้นทะเบียนตั้งแต่ 2535 จนถึงปัจจุบัน พบว่าจำนวนแรงงานข้ามชาติมีจำนวนสูงขึ้นทุกปี และปัญหาจากอดีตจนถึงปัจจุบันคือการเคลื่อนย้ายแรงงานเข้ามาในประเทศส่วนใหญ่ไม่ถูกกฎหมายตั้งแต่ต้น เพื่อลักลอบเข้าทำงานในประเทศปัจจุบันจำนวนแรงงานข้ามชาติที่มาขึ้นทะเบียนมีจำนวน 2.7 ล้านคนเศษ แต่ที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติแล้ว 3 สัญชาติ ได้แก่ ลาว กัมพูชา เมียนมา มีประมาณ 1.2 ล้านคน
โดยประเด็นปฏิรูป คือ ให้คณะรัฐมนตรีมีมติจัดตั้งศูนย์ข้อมูลแรงงานขึ้น เพื่อดำเนินการให้มีศูนย์ข้อมูลแรงงานแห่งชาติภายใต้สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน เพื่อทำหน้าที่ดูแลข้อมูลแรงงานของประเทศ พร้อมทั้งมีอำนาจในการเรียกข้อมูลจากหน่วยงานที่มีหน้าที่ส่งข้อมูลแรงงานตามกฎหมาย โดยจัดสรรองค์กรให้มีบุคลากรที่เพียงพอต่อการดำเนินการ
รวมทั้งปรับโครงสร้างการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติและการปราบปรามกระบวนการค้ามนุษย์เชิงรุก เร่งรัดตรวจสอบสัญชาติและที่มาของแรงงานข้ามชาติที่อยู่ตามจังหวัดต่างๆ ทุกภูมิภาค โดยกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จในขั้นตอนต่างๆ ให้ชัดเจนเพื่อแก้ไขปัญหาการขับเคลื่อนแนวนโยบายไปสู่การปฏิบัติ และเปิดเผยข้อมูลผลการประเมินผลต่อสาธารณะ
นอกจากนี้ ต้องปฏิรูปเพื่อส่งเสริมอาชีพของคนไทย เพื่อความมั่นคงด้านแรงงานและเพื่อยกระดับให้เป็นผู้ประกอบการ ส่งเสริมอาชีพที่ควรสงวนให้กับคนไทยเป็นหลัก พร้อมให้การสนับสนุนและยกระดับให้เป็นผู้ประกอบการ เพื่อลดปัญหาการว่างงาน รวมทั้งสร้างให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าของอาชีพหลายอาชีพที่เป็นงานฝีมือที่ตกทอดจากบรรพบุรุษ งานเชิงวัฒนธรรม ที่มีคุณค่าอย่างยิ่งให้ยังคงดำเนินการโดยคนไทย
ประเด็นที่ 3 การจัดตั้งธนาคารแรงงานและการจัดทำฐานข้อมูลแนวคิดการจัดตั้งธนาคารแรงงานเพื่อเป็นการส่งเสริมการออมและพัฒนาตนเองของคนทำงานมีมายาวนาน ซึ่งจากการศึกษาเห็นว่าควรมีการจัดตั้งธนาคารแรงงานโดยให้เป็นธนาคารของรัฐที่จัดตั้งขึ้นในรูปแบบของธนาคารเฉพาะกิจ หรือธนาคารพิเศษเพื่อให้คนทำงานสามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้ง่าย
อย่างไรก็ตาม ให้ธนาคารแรงงานที่มีวัตถุประสงค์ในการบริหารและจัดการเรื่องคน งาน และเงิน ให้เป็นธนาคารของคนทำงานอย่างแท้จริง เพื่อการส่งเสริมการออมด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่าย สนับสนุนส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน และให้สินเชื่อเพื่อคนทำงานในด้านต่างๆ อาทิสินเชื่อเพื่อสนับสนุนสหกรณ์ออมทรัพย์ เพื่อการเรียนรู้ เพื่อการจัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กอ่อนวัยเรียนเพื่อการสร้างศูนย์ประชุมสัมมนาและการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน เพื่อแรงงานไทยไปทำงานในต่างประเทศ
ทั้งหมดนี้ให้มีการตรา พ.ร.บ. ธนาคารแรงงาน โดยกำหนดจำนวนหุ้นเพื่อการลงทุนในธนาคารแรงงาน โดยมีหน่วยงานภาครัฐเป็นผู้จัดตั้งธนาคารแรงงานขึ้นก่อน จากนั้นจึงจดทะเบียนเพิ่มทุนและให้คนทำงานได้ซื้อหุ้น ให้มีคณะกรรมการบริหารธนาคารมาจากภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง







