
ญาติรุมประชาทัณฑ์2โจ๋หื่นข่มขืนนักเรียนดีเด่น
ญาติและชาวบุรีรัมย์รุมประชาทัณฑ์ 2 หนุ่มวิตกถารใช้มีดจี้บังคับข่มขืนทำร้าย 2 นักเรียนดีเด่นหลังถูกจับขณะตระเวนหาเหยื่อ
ญาติและชาวบุรีรัมย์รุมประชาทัณฑ์ 2 หนุ่มวิตกถารใช้มีดจี้บังคับข่มขืนทำร้าย 2 นักเรียนดีเด่นหลังถูกจับขณะตระเวนหาเหยื่อ
พ.ต.อ.พิษณุ วัตถุ ผกก.สภ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ พ.ต.ท.สุทธิ ภู่หริย์วงศ์สุข รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.สมรรถชัย เจริญสุข รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.สรเดช จงสง่ากลาง สว.สส. ร.ต.ท.สุภเชษฐ์ นวจินดาพงษ์ ร้อยเวรฯ เจ้าของคดี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบกว่า 100 นาย ได้ควบคุมตัว นายปัญญา แน่นอุดร อายุ 19 ปี อยู่เลขที่ 7 ต.โนนสว่าง อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด และนายธันวา บุญหนา อายุ 19 ปี อยู่เลขที่ 221 หมู่ 14 ต.บรบือ อ.บรบือ จ.มหาสารคาม พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ 2 คัน โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง มีดปลายแหลมที่ใช้ก่อเหตุ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ บริเวณถนนสายพุทไธสง – บ้านใหม่ไชยพจน์ ปากทางเข้าบ้านหายโศก ต.หายโศก อ.บ้านใหม่ไชยพจน์
ทั้งนี้หลังจากทั้งสองได้ร่วมกันก่อเหตุ ขับขี่รถจักรยานยนต์สวมไอ้โม่ง ประกบสองนักศึกษาสาว แล้วใช้มีดปลายแหลมจี้บังคับข่มขืน น.ส.แก้วใส (นามสมมุติ) นักศึกษาสาว อายุ 19 ปี เรียนที่มหาวิทยาลัยราชภัฎแห่งหนึ่งที่จ.นครราชสีมา และ น.ส.มดดำ (นามสมมุติ) นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งใน อ.พุทไธสง ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน เมื่อคืนวันที่ 1 ก.ค. ที่ผ่านมา หลังข่มขืนผู้ต้องหายังได้นำเหยื่อทั้ง 2 ไปซ้อม แล้วใช้มีดปาดคอและกรีดใบหน้าอย่างโหดเหี้ยมอาหารสาหัส ถูกหามส่งโรงพยาบาล ก่อนจะชิงทรัพย์รถจักรยานยนต์ โทรศัพท์มือถือ และเงินจำนวนหนึ่งหลบหนีไป แต่ไม่รอดเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัวได้ ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ออกตระเวนหาเหยื่อ ที่ อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด
หลังจากทำแผนระหว่างเจ้าหน้าที่กำลังนำ 2 ผู้ต้องหาขึ้นรถ ญาติและชาวบ้านที่มีอาการโกรธแค้น ต่างกรูเข้ามารุมทำร้ายผู้ต้องหา กำลังหน้าที่ตำรวจกว่า 100 นาย เจ้าหน้าที่ต้องกันชาวบ้านออกแหวกฝูงชนที่มารอดูการทำแผน เพื่อนำตัวผู้ต้องหากลับขึ้นรถอย่างทุลักทุเล จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสอง ให้การรับสารภาพว่า เป็นคนลงมือก่อเหตุจี้ชิงทรัพย์และข่มขืน 2 นักศึกษาสาวจริง โดยก่อนหน้านั้นยังได้ร่วมกันชิงทรัพย์รถจักรยานยนต์พร้อมทรัพย์สิน จากหญิงสาวคนหนึ่งในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด โดยใช้อาวุธมีดฟันที่แขนของเหยื่อจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนขับรถจักรยานยนต์คันที่ขโมยหลบหนีมาในพื้นที่ อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ และตระเวนหาเหยื่อ จนกระทั่งเหยื่อทั้ง 2 ขับรถจักรยานยนต์มายังที่เกิดเหตุซึ่งเป็นที่เปลี่ยว จึงได้ลงมือจี้ชิงทรัพย์และข่มขืนดังกล่าว
นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัติ ยังพบว่า ผู้ต้องหาทั้งสองคนเพิ่งพ้นโทษออกมาจากสถานพินิจคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดขอนแก่น เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2552 ที่ผ่านมา ในข้อหาชิงทรัพย์และบังคับข่มขืนกระทำชำเรา ทำให้ผู้ต้องหาทั้งสองคนได้รู้จักกันในสถานพินิจฯ โดยเฉพาะนายธันวา 1 ในผู้ต้องหา ยังมีหมายจับคดีข่มขืนกระทำชำเราในท้องที่จังหวัดสมุทรปราการอีกคดี หลังทำแผนเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวทั้งสอง ไว้ดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน พยายามฆ่า บังคับข่มขืนผู้อื่นที่ไม่ใช่ภรรยาตนเอง” ส่วนอาการของ น.ส.แก้วใส และน.ส.มดดำ ผู้เสียหายทั้งสอง ขณะนี้ญาตินำได้นำตัวกลับมารักษาต่อที่บ้าน ซึ่งอาการปลอดภัยแล้ว แต่ต้องใช้เวลาปรับสภาพจิตใจก่อน







