
ไทยควรอยู่เทียร์ 2.5 โต้สหรัฐเล่นการเมือง
หากจัดอันดับตามความเป็นจริงในสิ่งที่รัฐบาลทำมาจะเห็นว่าไทยควรอยู่เทียร์2.5เทียบกับมาเลเซียและคิวบา
โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์
ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายที่สหรัฐจัดให้ไทยอยู่ในบัญชีกลุ่มที่ 3 (Tier 3) ซึ่งหมายถึงประเทศที่ดำเนินการไม่สอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำตามกฎหมายด้านการค้ามนุษย์ของสหรัฐ และไม่ได้ใช้ความพยายามอย่างมีนัยสำคัญที่จะแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน แต่ผลการจัดอันดับที่ออกมาถูกวิจารณ์ว่าไม่ตรงไปตรงมา
วันชัย รุจนวงศ์ อธิบดีอัยการฝ่ายต่างประเทศ เปิดเผยกับ “โพสต์ทูเดย์” ต่อประเด็นดังกล่าวว่า เมื่อเทียบกับรัฐบาลที่แล้วมา ถือว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความพยายามแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์มากกว่ารัฐบาลชุดที่ผ่านๆ มา โดยได้ยกประเด็นการค้ามนุษย์เป็นวาระแห่งชาติ
ยกตัวอย่างเช่น เปิดโอกาสให้แรงงานต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมายได้ขึ้นทะเบียนเพื่อเป็นแรงงานที่ถูกต้อง เพราะรัฐเห็นว่าจะได้ไม่ตกเป็นเบี้ยล่างของนายจ้าง และยังได้รับการคุ้มครองด้านเรื่องแรงงานด้วย ซึ่งถือเป็นการต่อต้านขบวนการค้ามนุษย์
วันชัย ระบุว่า ความหมายในการจัดแต่ละอันดับที่สหรัฐดำเนินการ ทั้ง 3 อันดับ คือ อันดับ 1 คือประเทศที่ไม่มีปัญหาด้านการค้ามนุษย์ หรือมีปัญหาแต่แก้ไขเป็นอย่างดี อันดับ 2 ประเทศที่มีปัญหาการค้ามนุษย์ ซึ่งยังไม่ได้รับการแก้ไข แต่มีความพยายามอย่างจริงจังต่อการแก้ไขปัญหาดังกล่าว และอันดับ 3 มีปัญหาการค้ามนุษย์ ไม่ได้สนใจที่จะแก้ปัญหา หรือแก้ปัญหาอย่างไม่จริงจัง โดยพิจารณาแล้วประเทศส่วนใหญ่ที่อยู่อันดับเทียร์ 2 มีไม่มากนัก
“ก่อนมีนโยบายนี้มีแรงงานมาขึ้นทะเบียนถูกต้อง 5 แสนคน แต่เมื่อปลายปีที่ผ่านมารัฐเปิดตรงนี้ทำให้มีแรงงานมาลงทะเบียนเพิ่มขึ้น 1.6-1.8 ล้านคน นอกจากนั้นมีการกำชับให้เจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรมเร่งรัดจับกุมดำเนินคดีขบวนการค้ามนุษย์ รวมทั้งจัดระเบียบแรงงานประมง
“รัฐบาลได้ทำเรื่องนี้จริงจัง แต่สหรัฐก็อ้างเรื่องอื่นมาใช้เป็นประเด็นจัดอันดับ เช่น ขอทาน ซึ่งรัฐบาลจับหมด ยกเว้นกรณีพ่อแม่ลูกมาขอทาน ถือว่าไม่ใช่การค้ามนุษย์ เปรียบเหมือนพ่อแม่ทำนาแล้วลูกไปช่วย แม้กระทั่งประเด็นเรื่องชาวโรฮีนจา รัฐบาลก็จับ และดำเนินคดีเรื่องนี้มาตลอดทุกรัฐบาล
“ผมในฐานะคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์มาหลายรัฐบาล เห็นว่ารัฐบาลนี้เข้าจัดการกับปัญหานี้มาตลอดตั้งแต่เข้าบริหารประเทศ หากเปรียบเหมือนการปราบปรามค้ายาเสพติด ซึ่งมีเยอะมาก จะให้จัดการหมดในคราวเดียวคงไม่ได้ หากรัฐบาลชุดนี้ไม่จริงจังก็คงไม่เปิดทางให้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายมาลงทะเบียน” วันชัย ระบุ
นอกจากนี้ อธิบดีอัยการฝ่ายต่างประเทศ ยังเห็นว่าเรื่องปัญหาการทำประมงรัฐบาลชุดนี้ก็ดำเนินการอย่างจริงจัง เพราะการประมงถือเป็นอุตสาหกรรมสำคัญของไทย ซึ่งรัฐบาลที่ผ่านๆ มาไม่ค่อยสนใจแก้ไขปัญหา เนื่องจากกลัวกระทบต่อคะแนนเสียง แต่เห็นชัดเจนว่ารัฐบาลชุดนี้เมื่อเข้ามาก็ผลักดันกฎหมายต่างๆ เพื่อแก้ไข
“ถ้าสหรัฐอ้างว่าทำไม่พอ และอะไรคือที่พอของสหรัฐ หากจัดอันดับตามความจริงในสิ่งที่รัฐบาลทำมา จะเห็นว่าไทยควรอยู่เทียร์ 2.5 เมื่อเทียบกับมาเลเซียและคิวบา ซึ่งปรับมาอยู่ที่เทียร์ 2.5 การจัดอันดับครั้งนี้ ทั่วโลกต่างวิจารณ์ว่าไม่ได้ตรงไปตรงมา มีการเมืองมาเกี่ยวข้อง และเราทำได้ดีกว่าอีกหลายประเทศที่ได้รับการจัดอันดับ” วันชัย กล่าว
วันชัย ขยายความว่า เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการแข่งขันเรื่องอิทธิพลในภูมิภาคนี้ของสหรัฐ จีน และรัสเซีย ซึ่งเป็นประเด็นที่รัฐบาลทราบ ผนวกกับรัฐบาลไทยไม่ได้มาจากเลือกตั้ง และไม่ตามใจสหรัฐกับสหภาพยุโรป (อียู) แต่ไทยก็ทำเรื่องนี้ต่อไป เพื่อให้ปัญหาค้ามนุษย์หมดลง และถือว่าไทยแก้ปัญหานี้มาถูกทางแล้ว
วันชัย ย้ำอีกว่า วิธีการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ ไม่ว่าเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งหรือรัฐบาลทหาร ต้องไปดูว่าใครทำจริงจังมากกว่ากัน
อธิบดีอัยการฝ่ายต่างประเทศ ยังได้เสนอถึงประเด็นที่ควรต้องเร่งแก้ไขอย่างมาก คือ กระบวนการยุติธรรมของไทย เพราะที่ผ่านมาการพิจารณาคดีเป็นไปอย่างล่าช้า ทว่าปัจจุบันกำลังมีศาลเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องการค้ามนุษย์ ซึ่งจะช่วยให้การพิจารณาคดีรวดเร็วขึ้น ไม่ต้องนานเหมือนคดีธรรมดา
“ยอมรับว่ากระบวนการยุติธรรมเป็นส่วนหนึ่งให้สหรัฐอ้างถึง เพราะจับไปแล้วฟ้องช้า หรือรอคิวนานกว่าจะพิจารณา อีกทั้งผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ได้รับการประกันตัวไปแล้วหนี หนีจนคดีขาดอายุความค่อยกลับมา คนสำคัญไม่ได้ถูกลงโทษ ซึ่งถือเป็นจุดอ่อน” วันชัย ระบุ
วันชัย ระบุว่า ปัญหาการค้ามนุษย์เป็นเรื่องสำคัญและถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ทุกฝ่ายจะต้องช่วยกัน เช่น ถ้าเป็นต่างประเทศ คนให้ประกันต้องกำหนดมาตรการป้องกัน อาทิ การรายงานตัว หรือกำหนดขอบเขตพื้นที่ของผู้ต้องหาที่ได้รับการประกันไม่ให้หลบหนี
“ข้อมูลตรงนี้ไม่มีการเก็บสถิติ รู้เฉพาะคนทำคดี ตำรวจ อัยการ หลบหนีไปแล้วจำหน่ายคดี ออกหมายจับ ไม่มีใครสืบ ส่วนใหญ่หนีไปต่างประเทศจนคดีหมดอายุความค่อยกลับมา เพราะค่าประกันมันถูก วางเงิน 3 แสนบาท จนกลายเป็นเรื่องปกติในกระบวนการยุติธรรมไทย คือ ใครหนีได้หนี คนจนเท่านั้นติดคุก” วันชัย กล่าว







