คลิปเสียงสั่งโอนหุ้นไม่ยืนยันเป็นของ"ชูวงษ์"หรือไม่
พิสูจน์แล้วคลิปเสียงสั่งโอนหุ้น “ชูวงษ์” ไม่สามารถยืนยันได้เป็นเสียงจริงหรือไม่ ลายเซ็นในเอกสารยันเป็นของจริงแต่พบพิรุธถูกแก้ไขเพียบ
พิสูจน์แล้วคลิปเสียงสั่งโอนหุ้น “ชูวงษ์” ไม่สามารถยืนยันได้เป็นเสียงจริงหรือไม่ ลายเซ็นในเอกสารยันเป็นของจริงแต่พบพิรุธถูกแก้ไขเพียบ
แหล่งข่าวกองปราบปราบ กล่าวว่า การตรวจสอบคลิปเสียงการสั่งโอนหุ้นของของ นายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง เสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งพบว่าไม่สามารถตรวจสอบยืนยันได้ว่าเป็นเสียงของ นายชูวงษ์ จริงหรือไม่ เนื่องจากในทางวิทยาศาสตร์ไม่มีเสียงที่มีคุณภาพพอในการตรวจยืนยันเปรียบเทียบ แม้ว่าการฟังเสียงปกติจากหูเปรียบเทียบกันจะพบความแตกต่างหลายประการ อย่างไรก็ตามการสอบปากคำ พ.ต.ท.บรรยิน ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนได้ขอเก็บตัวอย่างเสียง พ.ต.ท.บรรยิน ไว้เพื่อนำไปเปรียบเทียบตรวจสอบกับคลิปเสียงที่บริษัทโบรเกอร์บันทึกไว้ว่าเป็นของ นายชูวงษ์ แต่ทั้งนี้ พ.ต.ท.บรรยิน ได้ปฏิเสธไม่ให้เสียง ซึ่งเป็นสิทธิของเขาที่สามารถจะทำได้ ขณะนี้จึงยังไม่มีการตรวจสอบคลิปเสียงเปรียบเทียบกับเสียงผู้อื่น
แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า สำหรับขั้นตอนการซื้อ ขาย โอนหุ้น โดยปกติมี 2 วิธี คือ วิธีแรก ผู้ลงทุนจะทำธุรกรรมผ่านอินเตอร์เน็ตโดยใช้รหัสพินนัมเบอร์ ซึ่งเป็นหมายเลขเฉพาะบุคคลที่ใช้สำหรับการกรอกธุรกรรมซื้อขายหรือโอนหุ้น และวิธีที่สอง คือ การซื้อขายโอนหุ้นผ่านเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด คือเมื่อเจ้าของพอร์ตหรือเจ้าของหุ้นมีความประสงค์ที่จะโอนหุ้นให้กับใครก็จะทำเอกสารให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดหรือโบรกเกอร์ที่รับผิดชอบส่งเอกสารให้กับหัวหน้าฝ่ายการตลาดตรวจสอบลายเซ็น ก่อนจะโทรศัพท์ไปยังเจ้าของหุ้น เพื่อยืนยันการทำธุรกรรมและอนุมัติการทำธุรกรรม ซึ่งจะมีการบันทึกเสียงและหมายเลขโทรศัพท์เอาไว้ด้วย
แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า สอดคล้องกับการตรวจสอบที่พบว่ามีผู้อ้างว่าเป็น นายชูวงษ์ โทรศัพท์เข้าไปทำธุรกรรมในบริษัทหลักทรัพย์ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่งรับสายและต่อสายไปยังเจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบ ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบได้สอบถามเบอร์โทรศัพท์ลูกค้าที่ใช้โทรเข้ามากับเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดคนนั้น ทำให้ทราบว่าไม่ใช่เบอร์ของ นายชูวงษ์ แต่เจ้าหน้าที่การตลาดอ้างว่า นายชูวงษ์ เปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์ใหม่ และรออยู่ในสาย ทำให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบนั้นทำรายการต่อไป
“คลิปเสียงที่สั่งโอนหุ้นยังเป็นของบุคคลปริศนา อาจจะไม่ใช่เสียงของนายชูวงษ์ แต่เบอร์โทรศัพท์เป็นเบอร์ของบุคคลอื่น ไม่ใช่เบอร์ นายชูวงษ์ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเบอร์โทรศัพท์ที่ทำธุรกรรมในวันนั้นเป็นของใคร” แหล่งข่าวกล่าว
อย่างไรก็ตามในส่วนของลายเซ็นในเอกสารการโอนหุ้นนั้น เบื้องต้นตรวจสอบพบว่าเป็นลายเซ็นของ นายชูวงษ์ จริง แต่ตรวจพบว่ามีการปรับแก้ข้อความในเอกสารหลายจุด อาทิ จากการโอนเพื่อจดจำนอง ปรับแก้เป็นการโอนเพื่อจำหน่าย รวมทั้งในใบเอกสารคำถอน หรือโอนหลักทรัพย์ที่ นายชูวงษ์ ได้มีการโอนหุ้นให้น.ส.ศรีธรา พรหมา ก็มีการแก้ไขขีดฆ่าในเนื้อหาต่างๆ อาทิ วันที่ที่มีการแก้ไขจากวันที่ 5 มิ.ย.2558 เป็นวันที่ 8 มิ.ย. 2558 รวมทั้งด้านท้ายเอกสารที่มีการระบุชื่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด ชื่อ น.ส.อุรชา ก็ได้ลงวันที่ 5 มิ.ย. 2558 เช่นกัน
ด้าน พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) กล่าวเพียงว่า ทราบการตรวจสอบทั้งหมดแล้ว มีบางอย่างที่เป็นพิรุธแต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ และจะมีการเรียกประชุมพนักงานสอบสวนชุดใหญ่ของคดีนี้ในสัปดาห์หน้า.







