
น้ำตาลอยู่ไหน
ปัญหาน้ำตาลขาดหายไปจากท้องตลาดที่ประชาชนคนไทยประสบมาในช่วง 2 ปี จนเกิดความแตกตื่น ผู้บริโภคพากันกักตุนน้ำตาล ทำให้เกิดคำถามน้ำตาลหายไปไหน
สิ่งที่ต้องกล่าวถึงปรากฏการณ์น้ำตาลขาดหายไปจากท้องตลาด หาใช่ประเทศนี้มีปัญหาขาดแคลนน้ำตาล ผลคือต้องซื้อน้ำตาลในราคาที่แพงกว่าราคาควบคุม
สาเหตุการเกิดปัญหาดังกล่าวมาจากปัจจุบันราคาน้ำตาลในตลาดโลกพุ่งสูง เนื่องจากผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่ของโลกสามารถผลิตน้ำตาลได้น้อยลง เนื่องจากปัญหาภัยแล้งส่งผลกระทบต่อปริมาณอ้อยวัตถุดิบในการผลิตน้ำตาล ผู้ค้าจึงให้ความสนใจตลาดต่างประเทศมากกว่าภายใน
สาเหตุที่ทำให้น้ำตาลหายไปจากท้องตลาด ปัจจุบันที่มองข้ามไม่ได้ คือ อุตสาหกรรมอาหารที่ผลิตเพื่อการส่งออก หันกลับมาซื้อน้ำตาลโควตา ก ที่ใช้เพื่อการบริโภคในประเทศเพราะราคาถูกกว่า แทนที่จะใช้น้ำตาลโควตา ค ตามที่ได้รับการจัดสรรไปให้ ทำให้ปริมาณน้ำตาลตลาดในประเทศหดหายไปอีก
อย่างไรก็ตาม กระบวนการที่กลุ่มธุรกิจผลิตอาหารเพื่อการส่งออก ยังคงต้องกลับไปใช้น้ำตาลในโควตาผลิตเพื่อการส่งออก เพื่อรักษาโควตา ไม่เช่นนั้นจะถูกลงโทษด้วยการตัดโควตา ซึ่งเสี่ยงยิ่งหากราคาน้ำตาลตลาดโลกลดต่ำลง
สภาพดังกล่าวจึงไม่ส่งผลกระทบมากจนส่งผลต่อปริมาณน้ำตาลภายในประเทศ อย่างไรก็ตามกระทรวงพาณิชย์ หนึ่งในกลไกของรัฐที่มีหน้าที่ช่วยเหลือผู้บริโภคได้อาศัยประเด็นนี้ และชี้ว่าเป็นสาเหตุทำให้น้ำตาลสำหรับขายปลีกให้กับประชาชนทั่วไปขาดแคลน จึงขอโควตาพิเศษจากสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย จำนวน 1 ล้านกระสอบ เพื่อนำมาระบายในตลาดเอง ซี่งได้รับการจัดสรรไปเบื้องต้นประมาณ 8 แสนกระสอบ
กลวิธีในการกระจายน้ำตาลของกระทรวงพาณิชย์ ทำโดยปล่อยขายให้ยี่ปั๊วน้ำตาล และปล่อยให้ยี่ปั๊วที่ได้โควตาไปทำหน้าที่กระจายหรือขายน้ำตาลลงตลาด
ไม่เพียงเท่านั้น กล่าวกันว่าผู้ค้ารายใดหากต้องการได้รับการจัดสรรโควตาจากกระทรวงพาณิชย์ ต้องมีความสามารถในการทำการค้าและใจกว้างเป็นพิเศษ
ความใจกว้างทำให้ต้นทุนสูงขึ้น ทำให้จนบัดนี้น้ำตาลในมือกระทรวงพาณิชย์ยังเหลืออยู่ถึง 6 แสนกระสอบ แต่ประชาชนกลับหาซื้อน้ำตาลทรายไม่ได้ หรือหาได้อย่างยากเย็นในราคาเกินกว่าราคาควบคุม
นี่คือผลพวงจากการสร้างให้เกิดสภาวการณ์ขาดแคลนเทียม บนความเดือดร้อนของประชาชน
การแก้ปัญหาของรัฐบาลโดยยอมแบกรับการขาดทุน ด้วยการให้กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดประมูลน้ำตาลในโควตาเพื่อการส่งออก จำนวน 1 ล้านกระสอบ เพื่อนำกลับคืนเข้าอัดฉีดตลาดในประเทศ จึงไม่ต่างจากการตบหน้ากระทรวงพาณิชย์ ขณะเดียวกันก็เสมือนกับว่า รัฐบาลขาดความกล้าหาญในการทำให้กระทรวงพาณิชย์กลับมาเป็นหน่วยงานแก้ปัญหา ไม่ใช่หน่วยงานสร้างปัญหา







