
รวบหลานในไส้งัดกุฏิขโมยเงินเจ้าอาวาสวัดดังบุรีรัมย์กว่า1.8 ล้าน
ตำรวจบุรีรัมย์ รวบแล้วโจรใจบาปงัดกุฏิขโมยเงินเจ้าอาวาสวัดดัง กว่า 1.8 ล้าน ที่แท้เป็นหลานชายในไส้หลวงพ่อเองที่เคยชุบเลี้ยงและบวชให้ สารภาพเงินที่ขโมยนำไปกินเหล้าเที่ยวผู้หญิง
ตำรวจบุรีรัมย์ รวบแล้วโจรใจบาปงัดกุฏิขโมยเงินเจ้าอาวาสวัดดัง กว่า 1.8 ล้าน ที่แท้เป็นหลานชายในไส้หลวงพ่อเองที่เคยชุบเลี้ยงและบวชให้ สารภาพเงินที่ขโมยนำไปกินเหล้าเที่ยวผู้หญิง
ความคืบหน้าเหตุคนร้ายบุกงัดกุฏิเข้าไปขโมยเงินของพระครูสังวรโพธิวัฒน์ หรือฉายา สวโร อายุ 82 ปี เจ้าอาวาสวัดหนองมะเกลือ ม.17 ต.หนองตาด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ที่บรรจุใสถุงพลาสติกไว้ในห้องเก็บของจำนวน 5 ถุง รวมกว่า 1,800,000 ล้านบาท โดยเงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินที่ญาติโยมมาทำบุญ บริจาค และเงินที่ได้จากการทอดกฐิน ผ้าป่า ที่เก็บรวบรวมไว้บูรณะซ่อมแซมศาลาการเปรียญ สิ่งปลูกสร้างภายในวัด และเตรียมไว้จัดงานฝังลูกนิมิตในปี 2559
ล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถติดตามสืบสวนจับกุมตัวคนร้ายได้แล้ว คือ นายวิวัฒน์ หุสิกา อายุ 38 ปี ถูกจับกุมขณะนั่งดื่มเหล้าเมาไม่ได้สติอยู่บ้านเลขที่ 73 ม.12 ต.บ้านยาง
อ.พุทไธสง ซึ่งเป็นบ้านตัวเอง จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปสอบสวนและพาไปเอาของกลางเงินสดที่ขโมยมา ที่ฝากไว้กับนางวันทอง ตองติดรัมย์ อายุ 60 ปี เจ้าของร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่งในอ.พุทไธสง ที่นับถือเป็นแม่บุญธรรม โดยสามารถยึดเงินสดได้จำนวน 230,000 บาท สร้อยคอทองคำหนัก 4 บาท รถจักรยานยนต์ 1 คัน ที่นอน 1 หลัง และชุดเครื่องเสียงคาราโอเกะอีก 1 ชุดรวมมูลค่าทั้งเงินสดและทรัพย์สินที่ตรวจยึดคืนมาได้ประมาณ 400,000 บาท ที่นายวิวัฒน์ นำเงินที่ขโมยมาไปซื้อไว้ ส่วนเงินที่หายไปนายวิวัฒน์ ยอมรับว่าได้นำไปกินเหล้า เที่ยวผู้หญิงทุกวัน จนเป็นที่สงสัยของชาวบ้านว่านายวิวัฒน์นำเงินมากมายจากไหนมากินเที่ยว ทั้งยังหลอกแม่และคนในครอบครัวว่าเงินที่ได้มากินเที่ยวได้มาจากการจำหน่ายยาบ้า กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่สืบสวนจนทราบเบาะแสและติดตามจับกุมได้
ทั้งนี้ นายวิวัฒน์ ได้กราบอ้อนวอนให้หลวงพ่ออโหสิกรรมให้ แต่หลวงพ่อได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกฎหมายโดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหานายวิวัฒน์ โจรใจบาป “ลักทรัพย์”ส่วนนางวันทอง ที่รับฝากเงินที่นายวิวัฒน์ขโมยมาข้อหา “รับของโจร” ด้วย
สอบสวนนายวิวัฒน์ ยอมรับว่าเป็นหลานเจ้าอาวาส เคยมาอาศัยอยู่กับหลวงพ่อ และบวชเป็นพระที่วัด สึกออกไปได้ประมาณ 2 ปีกว่า จากนั้นก็ไม่ได้ทำงานอะไร ต่อมาไม่มีเงินใช้จึงมาขโมยเงินหลวงพ่อที่ซุกซ่อนไว้ในกุฏิหลายครั้ง ทุกครั้งจะก่อเหตุเพียงคนเดียวโดยอาศัยช่วงที่หลวงพ่อและพระลูกวัดออกไปบิณทบาตรและรับกิจนิมนต์ไม่มีใครอยู่วัด พอได้เงินก็จะนำไปกินเหล้าเที่ยวเตร่พอเงินหมดก็จะกลับมาขโมยซ้ำอยู่อย่างนี้เรื่อยมา แต่ละครั้งนี้จะขโมยเป็นหลักแสน สุดท้ายหลวงพ่อรู้จึงแจ้งตำรวจสืบสวนติดตามจับกุมได้ดังกล่าว







