posttoday
หยุดบั่นทอน

หยุดบั่นทอน

27 กรกฎาคม 2558

เศรษฐกิจประเทศไทยที่ชะลอตัวช่วงนี้ นอกจากปัจจัยจากภายนอก เช่น เศรษฐกิจโลกผันผวนจากภัยธรรมชาติวิกฤตแล้งแล้ว ส่วนหนึ่งที่มีส่วนสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจไทยยังคงซึมเซามาจนถึงพ้นครึ่งปีแรกของปีนี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่ามาจากการบริหารงานของรัฐบาลที่ออกมาขัดแย้งกันเป็นระยะ จนกระทบความเชื่อมั่น สร้างความไม่มั่นใจให้เครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวอื่นๆ ที่ควรจะเดินเครื่องได้มากกว่านี้ ต้องระแวงระวัง และอาจส่งผลยาวถึงภาพรวมในครึ่งปีหลังให้ไร้ความหวังซบเซาชะลอตัวต่อไป

เศรษฐกิจประเทศไทยที่ชะลอตัวช่วงนี้ นอกจากปัจจัยจากภายนอก เช่น เศรษฐกิจโลกผันผวนจากภัยธรรมชาติวิกฤตแล้งแล้ว ส่วนหนึ่งที่มีส่วนสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจไทยยังคงซึมเซามาจนถึงพ้นครึ่งปีแรกของปีนี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่ามาจากการบริหารงานของรัฐบาลที่ออกมาขัดแย้งกันเป็นระยะ จนกระทบความเชื่อมั่น สร้างความไม่มั่นใจให้เครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวอื่นๆ ที่ควรจะเดินเครื่องได้มากกว่านี้ ต้องระแวงระวัง และอาจส่งผลยาวถึงภาพรวมในครึ่งปีหลังให้ไร้ความหวังซบเซาชะลอตัวต่อไป

ไม่ว่าเกมที่รัฐบาลกำลังเดินอยู่ในขณะนี้จะมีวาระอะไรซ่อนอยู่ แต่ผลที่ปรากฏออกมาซึ่งสะท้อนได้จากภาพรวมเศรษฐกิจ ประชาชนส่วนใหญ่คงรับรู้ได้ถึงความไม่เชื่อมั่นที่จะกล้าบริโภค กล้าใช้จ่ายตามอนาคตที่ยังไม่มั่นคง ขณะที่เอกชนเองก็ยังคงต้องเลื่อนหรือยืดแผนลงทุนออกไป เมื่อเศรษฐกิจภาพรวมยังไม่เติบโตให้ต้องขยายลงทุนรองรับ

เกมที่รัฐบาลเล่นกันจนเศรษฐกิจที่น่าจะพอเดินหน้าได้ จากการใช้จ่ายภาครัฐผ่านโครงการลงทุนขนาดใหญ่ หรือเมกะโปรเจกต์ต่างๆ ที่ผ่านมารัฐบาลแถลงว่าการใช้จ่ายจากภาครัฐดังกล่าวจะมีส่วนสำคัญช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยหวังว่าเครื่องยนต์เศรษฐกิจการใช้จ่ายภาครัฐ แม้สัดส่วนเพียงเกือบ 20% ในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่สิ่งนี้จะมีส่วนกระตุ้นความเชื่อมั่นให้ภาพรวมเศรษฐกิจได้มาก

อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติที่ผ่านมา เป็นที่ทราบกันว่าการใช้จ่ายภาครัฐผ่านการลงทุนโครงการเมกะโปรเจกต์ต่างๆ จะมีอุปสรรคในขั้นตอนของระเบียบรัฐที่มีการสร้างขึ้นมาเพิ่มเติม ให้ต้องมีคณะกรรมการตรวจสอบหลายขั้นตอนมากขึ้น ซึ่งในแง่ดีก็คือทำให้การลงทุนโปร่งใส ไม่เกิดข้อครหาทุจริตตามน้ำทวนน้ำ แต่ขั้นตอนก็มีวาระแฝงจนทำให้การใช้จ่ายจากภาครัฐแทบไม่เดินหน้า

เห็นได้จากที่ผ่านมา แม้จะตั้งทีมพิเศษเข้าไปช่วยดันโครงการลงทุนของภาครัฐให้เดินหน้า หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงบประมาณ มีการส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปประกบ เพื่อแก้ปัญหาขั้นตอนระเบียบการเบิกจ่ายให้คล่องตัว แต่การใช้จ่ายก็ยังช้ากว่าเป้าหมาย

รวมทั้งการออกมาขัดกันเองของคณะรัฐมนตรีในรัฐบาล ที่ระดับหัวหน้ารัฐบาลออกมายืนยันว่า หลายโครงการเมกะโปรเจกต์ยังคงเดินหน้าตามแผน แต่รัฐมนตรีที่ดูแลการลงทุนดังกล่าวโดยตรง กลับออกมากล่าวกับสาธารณะว่าต้องเลื่อนการลงทุนออกไปหลายโครงการ สร้างความสับสนให้กับประชาชนและนักลงทุน

นอกจากนี้ รัฐบาลยังถล่มความเชื่อมั่นด้วยการเล่นเกมการปรับคณะรัฐมนตรี ที่การตอบประเด็นดังกล่าวยืดเยื้อมาเป็นเดือน จากยึกๆ ยักๆ เดี๋ยวปรับ เดี๋ยวไม่ปรับ ไปจนถึงจะปรับ แต่คลุมเครือว่าปรับเพื่อประสิทธิภาพไหน ปรับเพื่อความมั่นคง ปรับเพื่อเศรษฐกิจเดินหน้า ปรับเพื่อลดแรงกดดัน

เมื่อรัฐบาลยังคงเล่นเกมทำร้ายตัวเองเช่นนี้ ก็ไม่ต้องหวังว่าเศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นได้ ดังนั้นรัฐบาลต้องหยุดเล่นเกมบั่นทอนตัวเอง หันมาเดินหน้าประเทศ ซึ่งเดือน ส.ค.นี้ รัฐบาลก็จะบริหารมาครบ 1 ปีแล้ว เลิกเล่นเกมและกล้าตัดสินใจทำอะไรเพื่อชาติได้แล้ว

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ