
เล็งสร้างสังเวชนียสถานเท่าของจริง ที่พุทธมณฑล
สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (ศ.พิเศษ ดร.สมศักดิ์ อุปสโม ป.ธ.9 Ph.D.) เดินหน้าพัฒนาพุทธมณฑลให้เป็นศูนย์กลาง
โดย...สมาน สุดโต
สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (ศ.พิเศษ ดร.สมศักดิ์ อุปสโม ป.ธ.9 Ph.D.) เดินหน้าพัฒนาพุทธมณฑลให้เป็นศูนย์กลางพุทธศาสนาแห่งโลก หลังจากรัฐบาลประกาศแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการอำนวยการอนุรักษ์และพัฒนาพุทธมณฑลฝ่ายสงฆ์ตามหนังสือที่ นร.0505/2068 ลงวันที่ 22 ม.ค. 2558
เจ้าประคุณประเดิมงานแรกด้วยการจัดนิทรรศการวันวิสาขบูชาในรูปแบบใหม่ ที่ให้ความรู้พุทธประวัติ ตั้งแต่บำเพ็ญบารมีเป็นพระโพธิสัตว์ จนกระทั่งตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อ 2,600 ปี และจัดให้มีพระธรรมเทศนาทุกวันธรรมสวนะตลอดพรรษากาล อบรมวิปัสสนากรรมฐาน 3 วัน ในช่วงวันหยุด และเปิดหลักสูตรวิปัสสนา 10 วัน ในแต่ละเดือน
ส่วนแผนงานระยะยาว ต้องได้รับการอุดหนุนจากภาครัฐและเอกชน ได้แก่ การสร้างสังเวชนียสถานทั้ง 4 ตำบล ในพื้นที่ไม่น้อยกว่า 100 ไร่ ที่พุทธมณฑล เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้พุทธประวัติ และพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ โดยใช้งบลงทุนนับพันล้านบาท เพราะจะจำลองแบบสังเวชนียสถานในอินเดียและเนปาลมาสร้างในสัดส่วนที่เท่ากับของจริง พร้อมทั้งสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น ที่พักผู้แสวงบุญและสร้างศูนย์ประชุมขนาดใหญ่ รองรับการประชุมนานาชาติ
เมื่อวันที่ 18-20 ก.ค. 2558 สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ นำคณะไปศึกษาและดูงานการสร้างสังเวชนียสถานที่เนย์ปิดอว์เมืองหลวงใหม่ของสหภาพเมียนมา ที่อยู่ห่างจากกรุงย่างกุ้งไป 320 กม. ซึ่งบริษัทก่อสร้างและผู้ที่เกี่ยวข้องในการสร้างสังเวชนียสถาน ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกในการศึกษาและดูงานอย่างดียิ่ง
สังเวชนียสถาน 4 ตำบล ที่เนย์ปิดอว์ ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 100 เอเคอร์ หรือ 350 ไร่ เพิ่งเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันวิสาขบูชาที่ผ่านมา อยู่ห่างจากใจกลางเมือง ซึ่งรถยนต์วิ่งประมาณ 1 ชม. จึงถึงบริเวณที่ตั้งสังเวชนียสถาน จุดแรก คือ พุทธคยา ห่างออกไปอีก 1 กม. ที่ 2 ฟากถนนเจริญตาด้วยภูมิทัศน์ก็ถึงธัมเมกขสถูป สถานที่แสดงธัมมจักกัปปวัตตนสูตร เมื่อแยกมาอีกมุมหนึ่งแต่อยู่สูงขึ้นไปตามเนินเขา ก็เป็นเมืองกุสินารา สถานที่ปรินิพพาน
ส่วนลุมพินี สถานที่ประสูติ ตามภูมิศาสตร์ของจริงตั้งอยู่ในประเทศเนปาล ดังนั้นเมื่อจำลองมาสร้างที่สหภาพเมียนมา จึงทำให้เหมือนจริงคือตั้งอยู่ห่างจากสังเวชนียสถาน 3 แห่งไปไกลพอสมควรที่เดียว แต่ละแห่งใช้พื้นที่ไม่เท่ากัน
แห่งที่ 1 คือ พุทธคยา ซึ่งเป็นสถานที่ตรัสรู้นั้นใช้พื้นที่รวมกัน 12 เอเคอร์ โดยสร้างมหาเจดีย์พุทธคยาเท่ากับของจริงที่ทั้งส่วนสูง และอาณาบริเวณที่แวดล้อมด้วยสัตตมหาสถาน เช่น สระมุจจลินท์ อนิมิสเจดีย์ และราชายตนเจดีย์ เป็นต้น ส่วนการตกแต่งเจดีย์ทำเหมือนของจริง โดยที่พุทธคยาในอินเดียมีอะไร เนย์ปิดอว์ก็มีอย่างนั้น รวมทั้งพระพุทธรูปปางต่างๆ และพระโพธิสัตว์ที่อยู่โดยรอบพระเจดีย์ นอกจากนั้นได้จำลองพระแท่นวัชรอาสน์ให้ประดิษฐานใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่กำลังรอการเติบโต หลังจากนำหน่อพันธุ์จากศรีลังกามาปลูก
สหภาพเมียนมาจำลองทุกอย่างแม้กระทั่งซุ้มประตูทางเข้า จะพบเสาอโศกที่แกะสลักยังไม่เสร็จสมบูรณ์ตั้งอยู่ พร้อมทั้งรั้วรอบพระมหาเจดีย์ที่เป็นหินทราย ส่วนที่ต่างกันคือภายใน ที่เนย์ปิดอว์นั้นมหาเจดีย์สร้างห้องใหญ่ประดิษฐานพระพุทธรูป และใช้เป็นที่สวดมนต์ และนั่งภาวนา ในขณะที่พื้นที่ใช้สอยภายใน จัดเป็นห้องนิทรรศการ ส่วนชั้น 2 เป็นที่ประดิษฐานพระศรีอริยเมตไตรย
แห่งที่ 2 คือ สถานที่แสดงปฐมเทศนาธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 6 เอเคอร์ รังสรรค์สิ่งศักดิ์สิทธิ์บรรดามีในพาราณสีมาไว้ที่เนย์ปิดอว์ เช่น ธรรมราชิกสถูปที่เหลือแต่ฐาน เสาหินพระเจ้าอโศกที่หัก พระคันธกุฎี และธัมเมกขสถูป เป็นต้น
แห่งที่ 3 คือ สถานที่เสด็จดับขันธปรินิพพาน เมืองกุสินารา ประกอบด้วยพระพุทธรูปปางปรินิพพาน ประดิษฐานในพระวิหารทรงประทุน ด้านหลังเป็นเจดีย์ทรงกลมสีขาว ที่เนย์ปิดอว์ตั้งอยู่บนพื้นที่ 1.5 เอเคอร์ ทุกอย่างเหมือนกุสินารา เว้นแต่พระพุทธรูปที่สร้างจากหยกขาวเท่านั้น
แห่งที่ 4 คือ สถานที่ประสูติในประเทศเนปาล ประกอบด้วยสิริมายามหาวิหาร พร้อมทั้งร่องรอยการขุดค้นหลักฐานทางโบราณคดี โดยมีเสาอโศกตั้งใกล้สระน้ำ ส่วนที่เนย์ปิดอว์สร้างในเนื้อที่ 3 เอเคอร์ โครงสร้างอื่นๆ ไม่ต่างจากเนปาล ยกเว้นที่ยอดเสาอโศกแทนที่จะเป็นสิงห์กลับเป็นม้า โดยให้เหตุผลว่า พระโพธิสัตว์เสด็จออกบวชโดยใช้ม้าชื่อกัณฐกะเป็นพาหนะ
รัฐบาลสหภาพเมียนมาใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้ง 4 แห่ง ประมาณ 250 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมาก
สมเด็จพระพุทธชินวงศ์กล่าวหลังจากการศึกษาดูงานว่า ทำให้ได้แนวคิดที่จะนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมในประเทศไทยได้บางส่วน เช่น วิธีการจำลองของจริง เป็นต้น
การสร้างที่เมืองไทยก็จะจำลองเท่าของจริงเช่นกัน เพียงแต่เลย์เอาต์ต่างกัน ทั้งนี้ที่พุทธมณฑลจะออกแบบเพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้พุทธประวัติ เพราะการสร้างสังเวชนียสถาน นอกจากเป็นที่ที่ชาวพุทธได้บูชาเพื่อน้อมรำลึกในพุทธคุณ เป็นพุทธานุสสติแล้ว ยังช่วยให้เกิดความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่พระพุทธองค์ทรงมีต่อเวไนยสัตว์ทุกหมู่เหล่าด้วย







