
'ประยุทธ์'ขู่ภาคใต้ไม่มีไฟใช้
นายกฯ ข้องใจม็อบค้านโรงไฟฟ้าอดอาหารไม่จริงยันต้องสร้างหวั่นภาคใต้ไม่มีไฟฟ้าใช้
นายกฯ ข้องใจม็อบค้านโรงไฟฟ้าอดอาหารไม่จริงยันต้องสร้างหวั่นภาคใต้ไม่มีไฟฟ้าใช้
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้ให้กระทรวงพลังงานหาทางชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ชุมนุมที่คัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ที่ จ.กระบี่ ว่า ถ้าไม่สร้างจะเกิดผลกระทบอะไรและจะหาพลังงานทดแทนมาใช้ได้หรือไม่
อย่างไรก็ตาม เป็นห่วงพลังงานในภาคใต้เพราะความต้องการปริมาณไฟฟ้ามีถึง 3,000 กว่ากิโลวัตต์ แต่ปัจจุบันมีเพียง 800 กว่ากิโลวัตต์ หากไม่มีแหล่งพลังงานจะทำอย่างไร ใครจะรับผิดชอบ หรือต้องไปใช้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าอย่างอื่นที่มีราคาสูงจะรับได้ไหม
“ถ้าไม่สร้างก็ไม่มีไฟฟ้าใช้และค่าไฟฟ้าก็จะสูงกว่าภาคอื่น เอาสิ เลือกเอา ผมพร้อมทำทุกอย่าง แต่อย่ามาร้องว่าไม่มีไฟฟ้าใช้แล้วกัน” นายกฯ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอเตือนผู้ชุมนุมที่คัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ อย่าทำให้เกิดปัญหา เพราะในเดือน ส.ค. พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะจะมีผลบังคับใช้ ดังนั้นอยากให้มาคุยกันและถ้าห่วงว่าสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแล้วเกิดมลภาวะก็ให้ไปดูที่ตัวอย่างโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จ.ลำปาง จะได้รู้ข้อเท็จจริง
“เรื่องที่เขาอดอาหาร ผมไม่รู้ ไปดูเขากินตอนกลางคืนที่ไหนหรือเปล่า เดี๋ยวจะให้คนไปดูแล ที่ผ่านมาในอดีตผมเห็นมีการเจาะรูพื้นข้างล่าง แต่ก็ไม่ได้ดูถูก เขาอาจจะอดจริงก็ได้ แต่คนเราอดน้ำอดข้าวสามวันก็ตายแล้ว” นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ต้องขอร้องอะไรที่ทำได้ก็ควรทำ โครงการขนาดใหญ่จะได้เกิดขึ้น ส่งผลให้มีการจ้างงาน สร้างรายได้ รัฐบาลคิดเสมอว่าคนในพื้นที่ต้องได้รับสิทธิประโยชน์ก่อนและได้รับการเยียวยาที่เหมาะสม
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การเปิดซองประมูลสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ที่ จ.กระบี่ ยังอยู่ในขั้นเตรียมการเพราะยังไม่ผ่านขั้นตอนอีไอเอ ซึ่งไม่ได้ผ่านกันง่ายๆ ต้องรอให้ถึงเดือนส.ค.ก่อนถึงจะมีความชัดเจน
วันเดียวกันกลุ่มเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน นำโดย นายเดช พุ่มคชา ประธานที่ปรึกษาสภาประชาชนเพื่อการปฏิรูป เดินทางมายื่นหนังสือและรายชื่อประชาชนร่วมคัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ทำเนียบรัฐบาล
นายเดช กล่าวว่า การสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินใน จ.กระบี่ ในพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ถือว่าไม่เหมาะสมเพราะอาจก่อให้เกิดการปนเปื้อน จึงอยากเสนอให้พิจารณาใช้พลังงานหมุนเวียนหรือพลังงานทางเลือกที่บริสุทธิ์กว่า เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานผลิตน้ำมันปาล์ม รวมถึงพิจารณาพื้นที่อื่น
ด้าน นายระพี สาคริก ราษฎรอาวุโส ได้ส่งหนังสือถึงนายกฯ ขอให้ทบทวนโครงการดังกล่าว โดยระบุว่า นายกฯ ควรตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบโครงการนี้ โดยเปิดโอกาสให้ผู้คัดค้านเสนอข้อมูลอีกด้าน เพราะขณะนี้มีข้อเท็จจริงว่า ชาว จ.กระบี่ มีศักยภาพที่สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนหลายชนิดได้เกินความต้องการของจังหวัด ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลที่จะสร้างโรงงานไฟฟ้าถ่านหิน
นอกจากนี้ มีสถิติการท่องเที่ยวที่ชัดเจนว่าในปี 2556 มีจำนวนนักท่องเที่ยวที่เยือน จ.กระบี่ ถึงร้อยละ 10 ของจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมดของประเทศ ซึ่งมาด้วยความพอใจในธรรมชาติของกระบี่







