
การบ้านการเมือง
แนะนายกฯ งัดมาตรา 44 ดับไฟใต้
แนะนายกฯ งัดมาตรา 44 ดับไฟใต้
นายวัฒนา ธนาศักดิ์เจริญ ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ หอการค้าไทย เปิดเผยว่า นักธุรกิจภาคใต้ที่สนใจจะเข้ามาลงทุนจังหวัดชายแดนภาคใต้ เริ่มวิตกกังวลต่อเหตุการณ์วางระเบิดหลายจุดในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส และเขตเทศบาลเมืองปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา เนื่องจากทั้งสองพื้นที่เป็นเมืองเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับประเทศมาเลเซีย ดังนั้นภาคเอกชนต้องการเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใช้มาตรา 44 ในการเข้าไปบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนภาคใต้เพื่อสร้างความมั่นคงแก่ชีวิตและทรัพย์สินตามโรดแมปที่รัฐบาลตั้งเป้าหมายคืนความสงบในพื้นที่ภายใน 3–5 ปี
แนะเร่งปรับ ครม. ดึง ‘สมคิด’
นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) เปิดเผยว่า เชื่อว่านายกรัฐมนตรีจะปรับคณะรัฐมนตรีในเร็วๆ นี้ เพราะรัฐมนตรีหลายกระทรวงสอบไม่ผ่าน ทำให้ปัญหาต่างๆ พุ่งตรงและกดดันไปที่ตัวนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียวและการปรับ ครม.ต้องตอบโจทย์ปัญหาสำคัญของบ้านเมือง 3 ข้อด้วยกัน คือ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง การปฏิรูปประเทศ และการปรองดองสมานฉันท์ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หากปรับ ครม. ควรดึง นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เพราะนายสมคิดเคยพิสูจน์ตัวเองว่ามีแนวคิดที่จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้โดยฉพาะปัญหาเกษตรกรที่รายได้ลดลงจากภาวะภัยแล้งอีก การส่งออกที่ตกต่ำ การลงทุนจากต่างประเทศที่หดหาย และการท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มจะลดลง
‘ดิเรก’ ค้านที่มา สว.ลากตั้งไม่ชอบธรรม
นายดิเรก ถึงฝั่ง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง คนที่ 1 เปิดเผยว่า ไม่เห็นที่มาของ สว. หลังคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญปรับเปลี่ยนวิธีการคัดเลือก สว.สรรหา เพราะไม่สอดคล้องกับหลักการทางวิชาการหรือหลักการกฎหมาย อาทิ การให้อำนาจรัฐสภาที่ประกอบด้วย สส. และ สว.มีอำนาจในการถอดถอนนักการเมืองที่มาจากประชาชน และการให้อำนาจ สว.ในการถอดถอนบุคคลตามที่วุฒิสภาเป็นผู้ตั้งขึ้น อย่างองค์กรอิสระต่างๆ ซึ่ง สว.ที่จะใช้อำนาจในการถอดถอนกลับมีที่มาจากการสรรหา แล้วการถอดถอนในกรณีนี้จะเกิดขึ้นได้อย่างไร







