
วิปสปช.กางปฏิทินคาดลงมติร่างรธน.ต้นก.ย.
วิป สปช. กางปฏิทิน กมธ.ยกร่างฯ กำหนดวันส่งร่าง รธน. 21 ส.ค. คาดลงมติได้ต้นเดือน ก.ย. จ่อตั้งชมรม สปช. หลังถูกยุบ
วิป สปช. กางปฏิทิน กมธ.ยกร่างฯ กำหนดวันส่งร่าง รธน. 21 ส.ค. คาดลงมติได้ต้นเดือน ก.ย. จ่อตั้งชมรม สปช. หลังถูกยุบ
นายอลงกรณ์ พลบุตร คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (วิป สปช.) แถลงว่า หลังจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2557 ฉบับแก้ไข พ.ศ. 2558 ประกาศใช้ ส่งผลให้ สปช. ต้องเร่งปฏิบัติภารกิจใน 3 ประเด็น คือ
1. จัดทำพิมพ์เขียวปฏิรูป ซึ่งนายเทียนฉาย กีระนันทร์ ประธาน สปช. กำหนดให้วันที่ 11 ส.ค. นี้ สปช. จะส่งมอบพิมพ์เขียวปฏิรูปให้กับรัฐบาลและประชาชนอย่างเป็นทางการ โดยจัดขึ้น ณ โรงแรมเซ็นทารา เซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งจะมีประชาชนจากในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดร่วมกิจกรรมราว 700-1,000 คน
2. การลงมติให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งคาดว่าจะสามารถกำหนดวันลงมติได้ไม่เกินสัปดาห์แรกของเดือน ก.ย. ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการขยายเวลาการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญของคณะกมธ.ยกร่างฯ จากเดิมที่ใช้เวลาพิจารณา 60 วัน สามารถขยายเวลาได้ไม่เกิน 30 วัน อย่างไรก็ตามคณะกมธ.ยกร่างฯ จะแจ้งวันส่งร่างรัฐธรรมนูญมายังประธาน สปช. ในวันอังคารที่ 21 ก.ค. นี้
3. การเสนอคำถามในการประชามติที่จะต้องส่งคำถามภายในวันเดียวกันกับการลงมติให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งหลังจากการส่งมอบพิพม์เขียวปฏิรูปแล้วเสร็จ (วันที่ 11 ก.ค.) สปช. จะมีการนัดประชุมเป็นการเฉพาะ
ทั้งนี้ การประชุม สปช. ตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป จะมีการนัดประชุมทุกวันจันทร์ วันอังคาร และวันพุธ เพราะ สปช. ยังเหลือวาระการพิจารณาอีก 48 วาระ ซึ่งมีร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ไม่น้อยกว่า 22 ฉบับที่จะต้องพิจารณาประกอบวาระต่างๆ โดยการพิจารณารายงานการปฏิรูปและร่าง พ.ร.บ. คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในวันที่ 4 ส.ค. นี้ ส่วนรายงานการปฏิรูปที่มีความสำคัญ เช่น การปรองดอง ฯลฯ กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาในวันอังคารที่ 21 ก.ค. นี้
"ท้ายที่สุดเมื่อ สปช. ปฏิบัติภารกิจเสร็จสิ้นจะมีการจัดตั้งชมรม สปช. ซึ่งนายเทียนฉายเห็นด้วยและสนับสนุนให้มีการจัดตั้งชมรมดังกล่าว โดยมีภารกิจสำคัญในการเผยแพร่พิมพ์เขียวปฏิรูปต่อไป"นายอลงกรณ์กล่าว
อย่างไรก็ตามนับจากนี้การแถลงข่าวของ สปช. จะต้องผ่านความเห็นชอบของคณะกมธ.วิสามัญประชาสัมพันธ์เพื่อการปฏิรูป เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสับสนระหว่างข้อเสนอของ สปช. และข้อคิดเห็นส่วนตัวของสมาชิก สปช. นอกจากนี้ยังขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนให้นำเสนอข่าวด้วยความชัดเจน โดยเฉพาะกรณีที่เป็นข้อคิดเห็นส่วนตัว ควรใช้ชื่อของสมาชิก สปช. ในพาดหัวข่าวแทนการใช้คำว่า "สปช." เพราะจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดและกระทบต่อภาพลักษณ์ของ สปช. อีกด้วย







