
เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำเพิ่มผลิตประปา-ดันน้ำเค็ม
ชัยนาท-เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำเพิ่มเพื่อแก้ปัญหาประปา-ผลักดันน้ำเค็ม ขณะที่เหลือน้ำใช้ได้อีกแค่17วัน
ชัยนาท-เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำเพิ่มเพื่อแก้ปัญหาประปา-ผลักดันน้ำเค็ม ขณะที่เหลือน้ำใช้ได้อีกแค่17วัน
เมื่อวันที่ 15 ก.ค. นายเอกศิษฐ์ ศักดีธนาภรณ์ ผู้อำนวยการเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท กล่าวว่า ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ที่จุดวัดน้ำ C13 เหนือเขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา ในรอบ 24 ชั่วโมง ระดับน้ำลดลง 5 ซม.ไปอยู่ที่ 13.14 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ยังอยู่ต่ำกว่าจุดวิกฤต 14.00 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง อยู่อีก 86 ซม. ต่อเนื่องมาเป็นสัปดาห์ที่ 4 ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยามีการปรับแผนเพิ่มอัตราการปล่อยน้ำจาก 80 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 85 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ระดับน้าท้ายเขื่อนสูงขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ 6.09 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง
นอกจากนี้ ยังได้ทำการผลักดันน้ำเข้าทางคลองมหาราช ซึ่งเป็นคลองคู่ขนานแม่น้ำเจ้าพระยาไปบรรจบกันที่ อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา ในอัตรา 3 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 เพื่อช่วยผลักดันน้ำเค็มที่รุกเข้ามาถึงพื้นที่ จ.ปทุมธานี และบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์ขาดน้ำดิบผลิตน้ำประปาในจ.ลพบุรี ปทุมธานี และกรุงเทพมหานคร
อย่างไรก็ตามขอความร่วมมือจากเกษตรกรที่อยู่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ขอให้หยุดเดินเครื่องสูบน้ำไปจนถึงวันที่ 17 ก.ค. เพื่อให้ปริมาณน้ำที่ปล่อยลงไปถึงพื้นที่เป้าหมาย ที่กำลังประสบปัญหาขาดน้ำดิบผลิตน้ำเพื่ออุปโภค ซึ่งหากในระยะนี้ยังไม่มีปริมาณน้ำฝนตกลงมาเติมน้ำในเขื่อนเจ้าพระยา จะมีน้ำจัดสรรเพื่อการเกษตรได้อีกประมาณ 17 วัน หรือถึงต้นเดือนส.ค.เท่านั้น ส่วนที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามโนรมย์ ต.วัดโคก อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท เมื่อเวลาประมาณ 18.00น.วันที่ 14ก.ค.เกิดเหตุดินตลิ่งบริเวณปากคลอง-ชัยนาทป่าสัก ริมแม่น้ำเจ้าพระยาทรุดตัวทำให้ปลายท่อสูบจมลงไปในโคลนท้องแม่น้ำ จนต้องหยุดเดินเครื่องไป 2 เครื่อง เพื่อทำการซ่อมแซมตลิ่งและแท่นรองรับน้ำหนักเครื่องสูบน้ำทั้ง2 แต่วันนี้ได้ติดตั้งเพิ่มอีก1เครื่อง
นายสุชาติ เจริญศรี ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามโนรมย์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่จะเร่งให้การซ่อมแซมท่อสูบทั้ง 2 เครื่องพร้อมติดตั้งเครื่องสูบใหม่เพิ่มอีก 1 เครื่องให้เสร็จ และเดินเครื่องได้ภายในวันที่ 15ก.ค.เพื่อให้สามารถสูบน้ำเข้าคลองได้ทันตามความต้องการของพื้นที่ปลายคลองใน จ.ลพบุรี และปทุมธานีที่กำลังเดือดร้อนเรื่องน้ำประปาอยู่ในขณะนี้ ซึ่งเมื่อซ่อมแซมและติดตั้งเครื่องทั้งหมดแล้วจะมีการเดินเครื่อง 1 เครื่อ สลับกับพักเครื่อง 1 เครื่อง และเครื่องสูบน้ำด้วยน้ำมันอีก 13 เครื่อง จะทำให้สูบน้ำเข้าคลองชัยนาท-ป่าสักได้ ในอัตรารวมทั้งสิ้นประมาณ 20 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที







