posttoday
ผุดไอเดียให้ปปช.ตั้งทีมสอบจริยธรรมนักการเมือง

ผุดไอเดียให้ปปช.ตั้งทีมสอบจริยธรรมนักการเมือง

15 กรกฎาคม 2558

กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเสนอไอเดียให้ ปปช.ตั้งคณะกรรมการสอบจริยธรรมนักการเมือง ก่อนส่งสภาถอดถอน

กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเสนอไอเดียให้ ปปช.ตั้งคณะกรรมการสอบจริยธรรมนักการเมือง ก่อนส่งสภาถอดถอน 

นายปกรณ์ ปรียากร โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงว่า คณะกมธ.ยกร่างฯได้พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญในเรื่องการกระทำที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์และการถอดถอนออกจากตำแหน่งเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งคณะกมธ.ยกร่างฯทำการปรับแก้เนื้อหาส่วนสำคัญหลายประการ

นายปกรณ์ กล่าวว่า การถอดถอนบุคคลจะแบ่งเป็นการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สส. สว. จะดำเนินการถอดถอนโดยรัฐสภา ซึ่งต้องใช้เสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกรัฐสภาเท่าที่มีอยู่ ส่วนการถอดถอนบุคคลในตำแหน่งอื่นประกอบด้วย ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ข้าราชการอัยการหรือผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง จะดำเนินการถอดถอนโดยวุฒิสภา ซึ่งต้องใช้เสียงไม่น้อยกว่า 3ใน5 ของสว.เท่าที่มีอยู่ในวุฒิสภา ซึ่งถ้าบุคคลใดถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งจะถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี

นายปกรณ์ กล่าวอีกว่า สำหรับกระบวนการถอดถอนตามร่างรัฐธรรมนูญกำหนดให้ผู้มีสิทธิยื่นถอดถอน ได้แก่ 1.สส.หรือสว.จำนวนไม่น้อยกว่า 1ใน4 ยื่นเรื่องให้ประธานของแต่ละสภา 2.ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่าสองหมื่นคนยื่นเรื่องให้กับประธานรัฐสภาหรือประธานวุฒิสภา โดยผู้ที่ยื่นคำร้องทั้งสองกรณีนี้จะต้องมีการระบุพฤติการณ์ความผิดของบุคคลที่จะขอให้มีการถอดถอนให้ชัดเจน ทั้งความผิดฐานร่ำรวยผิดปกติ ส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ ส่อว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ส่อว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญ หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยเมื่อประธานรัฐสภาหรือประธานวุฒิสภาได้รับเรื่องแล้วจะต้องดำเนินการส่งเรื่องไปให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พิจารณาโดยเร็ว และเมื่อป.ป.ช.พิจารณาเสร็จสิ้นแล้วจะต้องส่งกลับมาที่รัฐสภาหรือวุฒิสภาเพื่อดำเนินการต่อไป

ทั้งนี้ เฉพาะการถอดถอนบุคคลตามฐานความผิดในการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงนั้น เมื่อรัฐสภาหรือวุฒิสภาได้รับคำร้องแล้ว จะต้องส่งเรื่องให้ป.ป.ช.ไต่สวน แต่ป.ป.ช.ต้องตั้งคณะกรรมการที่มีชื่อว่า "คณะกรรมการพิจารณาการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติธรรมจริยธรรมอย่างร้ายแรง" ขึ้นมา ซึ่งจะประกอบผู้แทนหรือผู้ทรงคุณวุฒิจากป.ป.ช.และผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐองค์กรละ 1 คน โดยเมื่อคณะกรรมการชุดนี้พิจารณาไต่สวนเสร็จสิ้นแล้ว จะส่งให้รัฐสภาหรือวุฒิสภาลงมติว่าจะถอดถอนหรือไม่ต่อไปเช่นกัน

นายปกรณ์ กล่าวว่า ส่วนการกำหนดว่าพฤติการณ์ใดบ้างที่จะเป็นความผิดที่ว่าด้วยการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง รายละเอียดจะอยู่ไปในร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สำหรับสาเหตุที่ต้องให้มีคณะกรรมการพิจารณาการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติธรรมจริยธรรมอย่างร้ายแรง เนื่องจากที่ผ่านมาการตรวจสอบเรื่องจริยธรรมที่นำไปสู่การลงโทษผู้กระทำความผิดโดยแต่ละองค์กรที่มีอำนาจมีความล่าช้าเป็นอย่างมาก ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในเรื่องการตรวจสอบจริยธรรม

นอกจากนี้ คณะกมธ.ยกร่างฯเห็นชอบกับการให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทำหน้าที่พิพากษาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามเดิม พร้อมกับให้สส. สว.หรือสมาชิกของสองสภารวมกันเข้าชื่อไม่น้อยกว่า 1ใน10ยื่นให้ประธานศาลฎีกาเพื่อขอให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาพิจารณาแต่งตั้งผู้ไต่สวนอิสระจำนวน 3 คน ซึ่งเป็นผู้ที่มีความเป็นกลางทางการเมืองและมีความซื่อสัตย์สุจริต หากสส.และสว.เห็นว่าคณะกรรมการป.ป.ช.ไม่รับไต่สวนหรือไต่ส่วนเรื่องการกล่าวหาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองล่าช้าเกินสมควร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการประชุมคณะกมธ.ยกร่างฯนอกสถานที่ที่โรงแรมเอเชีย พัทยา จ.ชลบุรี วันที่สาม ได้เริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา09.10น. โดยที่ประชุมได้นำเนื้อหาในภาค 4 ว่าด้วยการปฏิรูปและการสร้าความปรองดองขึ้นมาพิจารณาก่อนแทนการพิจารณาเนื้อหาที่เกี่ยวกับองค์กรตามรัฐธรรมนูญ เนื่องจากกมธ.ยกร่างฯที่รับผิดชอบในหมวดปฏิรูปทั้ง 3คน ประกอบด้วย นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล จะต้องไปร่วมประชุมกับตัวแทนของคณะกมธ.ปฏิรูปของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ทั้ง18 คณะ ที่รัฐสภา

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว