posttoday
กมธ.ยกร่างฯเปิดทางนักเลือกตั้งยื่นศาลฎีกาอุทธรณ์ใบแดง

กมธ.ยกร่างฯเปิดทางนักเลือกตั้งยื่นศาลฎีกาอุทธรณ์ใบแดง

14 กรกฎาคม 2558

กมธ.ยกร่างฯพิจารณาหมวดศาลจบ เปิดทางนักเลือกตั้งยื่นศาลฎีกาอุทธรณ์ใบแดง แถมให้นักการเมืองอุทธรณ์คำพิพากษาศาลฎีกานักการเมืองได้ทั้งข้อเท็จจริงและกม.

กมธ.ยกร่างฯพิจารณาหมวดศาลจบ เปิดทางนักเลือกตั้งยื่นศาลฎีกาอุทธรณ์ใบแดง แถมให้นักการเมืองอุทธรณ์คำพิพากษาศาลฎีกานักการเมืองได้ทั้งข้อเท็จจริงและกม.

เวลา 10.30น. วันที่ 14 ก.ค.นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงว่า ในช่วงค่ำเมื่อวันที่ 13 ก.ค.คณะกมธ.ยกร่างฯได้มีการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญในหมวดศาลเสร็จสิ้นทั้งหมดแล้ว โดยประเด็นสำคัญที่คณะกมธ.ยกร่างฯได้มีการแก้ไข คือ ศาลยุติธรรม ในมาตรา 241 ซึ่งคณะกมธ.ยกร่างฯกำหนดให้คดีเกี่ยวกับการเลือกตั้ง การให้มีการเลือกตั้งใหม่ และการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้งสส.และการได้มาซึ่งสว.ให้อยู่ในอำนาจของศาลอุทธรณ์ คดีเกี่ยวกับการเลือกตั้ง การให้มีการเลือกตั้งใหม่และการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกสภาท้องถิ่นและสมาชิกสภาท้องถิ่นที่เกิดขึ้นในเขตท้องที่ของศาลใดให้อยู่ในอำนาจของศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาคนั้นแล้วแต่กรณี และคดีเกี่ยวกับการจงใจไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินให้ศาลอุทธรณ์มีอำนาจพิจารณาพิพากษา โดยกำหนดให้สามารถยื่นขออุทธรณ์ที่ไปศาลฎีกาได้

นายคำนูณ กล่าวว่า การแก้ไขในส่วนนี้หมายความว่าผู้สมัครเลือกตั้งถูกศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ใบเหลืองหรือใบแดง สามารถยื่นต่อสู้คดีไปที่ศาลฎีกาได้ จากเดิมที่การไต่สวนจะเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) และส่งให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเป็นผู้วินิจฉัย เช่นเดียวกับ มาตรา 240 ซึ่งคณะกมธ.ยกร่างฯ บัญญัติให้สามารถยื่นอุทธรณ์พิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ทั้งในส่วนที่เป็นข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย จากเดิมที่รัฐธรรมนูญพ.ศ.2550 ให้อุทธรณ์ได้เฉพาะข้อเท็จจริงเท่านั้น ซึ่งสาเหตุที่ให้การอุทธรณ์ทำได้ทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย เพราะต้องการให้เป็นตามพันธะกรณีของต่างประเทศที่มีผลผูกพันกับประเทศไทย

นายคำนูณ กล่าวว่า ในส่วนของศาลรัฐธรรมนูญ คณะกมธ.ยกร่างฯยังคงให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีจำนวน 9 คนตามเดิม แต่ได้เปลี่ยนแปลงสัดส่วนของคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดยกำหนดให้คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีจำนวน 7 คนประกอบด้วย 1.ประธานศาลฎีกา 2.ประธานศาลปกครอง 3.ประธานสภาผู้แทนราษฎร 4.ผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ 5.ประธานองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐเลือกกันเองให้เหลือ 1 คน 6.ผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นคณบดีคณะนิติศาสตร์ และ รัฐศาสตร์ อย่างละ 1 คน ซึ่งมาจากกเลือกของที่ประชุมอธิการบดี เหตุผลที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนของคณะกรรมการสรรหา เพราะคณะกมธ.ยกร่างฯต้องการให้การสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเปิดกว้างมากขึ้นและมีความเหมาะสม

"ขณะเดียวกัน คณะกมธ.ยกร่างฯยังให้บุคคลซึ่่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญนี้รับรองไว้ มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อมีคำวินิจฉัยว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญได้ โดยไม่จำเป็นต้องไปยื่นเรื่องกับองค์กรอื่นๆจนองค์กรดังกล่าวนั้นมีคำวินิจฉัยก่อนถึงจะมีสิทธิมายื่นเรื่องให้กับศาลรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม แม้บุคคลจะมีสิทธิยื่นเรื่องให้กับศาลรัฐธรรมนูญได้โดยตรงแต่ศาลรัฐธรรมนูญสามารถใช้ดุลยพินิจพิจารณาได้ว่าจะรับหรือไม่รับคำร้องใดไว้พิจารณาก็ได้ เพื่อไม่ให้ศาลรัฐธรรมนูญมีภาระมากเกินไป" นายคำนูณ กล่าว

นายคำนูณ กล่าวว่า ในวันที่ 14 ก.ค.ที่ประชุมคณะกมธ.ยกร่างฯได้เริ่มพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญหมวด 2 เรื่องการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ซึ่งคณะกมธ.ยกร่างฯได้เริ่มพิจารณาตั้งแต่มาตรา 246 ซึ่งได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมด้วยการกำหนดให้การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐต้องเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย สุจริต และปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์ รวมทั้งต้องกระทำโดยกระบวนการที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ และการดำเนินกระบวนการจะต้องมีการกำหนดระยะเวลาการในขั้นตอนต่างๆไว้อย่างชัดเจน ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความยุติธรรมแก่ทุกฝ่าย แก้ไขปัญหากรณีที่การพิจารณาคดีเป็นไปอย่างล่าช้าก่อนหน้านี้ และลดความขัดแย้งนอกระบบโดยเฉพาะการมักพูดว่าความล่าช้าเป็นความอยุติธรรมอย่างหนึ่ง อย่างไรก็ตาม การกำหนดระยะเวลาดังกล่าวจะเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการให้เกิดความเหมาะสมในอนาคต         
เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ยื่นคำขอขอให้คณะกมธ.ยกร่างฯกำหนดให้มีการจัดตั้งศาลพิจารณาคดีทุจริตเป็นการเฉพาะ ทางคณะกมธ.ยกร่างฯเห็นด้วยหรือไม่ นายคำนูณ กล่าวว่า ทราบมาว่าขณะนี้ศาลอาญาได้มีแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐแล้ว ซึ่งทางคณะกมธ.ยกร่างฯอาจจะกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลว่าหากต่อไปแผนกนี้มีคดีเข้ามาเป็นจำนวนมากก็อาจสามารถพิจารณาตั้งเป็นศาลชำนัญพิเศษเป็นการเฉพาะได้

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก