
สปช.เห็นชอบแผนปฏิรูปการเข้าสู่อำนาจ-ระบบพรรคการเมือง
"สปช."เห็นชอบแผนปฏิรูปการเข้าสู่อำนาจ-ระบบพรรคการเมือง หนุนเลือกตั้งสูตรเดิม ปฏิรูปองค์กรอิสระปลอดการเมือง
"สปช."เห็นชอบแผนปฏิรูปการเข้าสู่อำนาจ-ระบบพรรคการเมือง หนุนเลือกตั้งสูตรเดิม ปฏิรูปองค์กรอิสระปลอดการเมือง
เมื่อวันที่ 13 ก.ค. ที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มีมติ 200 ต่อ 2 เสียง งดออกเสียง 5 เสียง เห็นชอบรายงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง วาระปฏิรูปที่ 2 : การเข้าสู่อำนาจ/ระบบพรรคการเมือง (รอบ 2) เรื่อง แผนปฏิรูปการเข้าสู่อำนาจ/ระบบพรรคการเมือง
นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง ชี้แจง ว่า การปฏิรูปการบริหารพรรคการเมือง หัวหน้าพรรคต้องผ่านการเลือกตั้งจากสมาชิกพรรค โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เป็นผู้จัดการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคการเมือง ผู้สมัครรับเลือกตั้งในนามพรรค ต้องผ่านการเลือกตั้งขั้นต้นของสมาชิกในพื้นที่ (primary vote)
นายสมบัติ กล่าวต่อว่า สำหรับระบบการเลือกตั้งที่เหมาะสมกับประเทศไทยคือระบบการเลือกตั้งแบบสัดส่วนคู่ขนาน โดยมีส.ส.แบบแบ่งเขต 400 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อแบบปิด 100 คน นอกจากนี้ ต้องปฏิรูปโครงสร้างองค์กรอิสระต้องลดการแทรกแซงทางการเมือง โดยให้มีการเติบโตอยู่ในระบบอุปถัมภ์ ซึ่งการปฏิรูปองค์กร กลไกการทำงานขององค์กรอิสระเราให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก
ด้าน นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสปช. กล่าวว่า ระบบการเลือกตั้งที่เหมาะสมและสอดคล้องกับความเป็นจริงคือระบบสัดส่วนผสม การคำนวณสส.เขตใหญ่ขึ้น แต่ไม่ใหญ่เกินกว่าที่จะดูแลประชาชน ซึ่งขณะนี้ไม่มีสถาบันทางการเมืองที่แน่นอน ดังนั้นใครจะมาเป็นหัวหน้าพรรคต้องทำการพิสูจน์ตัวเองอย่างน้อย 6 เดือน ให้สมาชิกพรรคและสาขาพรรคยอมรับ เพราะหัวใจของระบบพรรคการเมืองอยู่ที่ประชาชน นี่คือวิวัฒนาการทางการเมืองที่ผ่านมา
"กุญแจที่จะแก้ปัญหาคือจำเป็นต้องสร้างคุณภาพและมาตรฐานทางการเมือง ทั้งในส่วนพรรคการเมือง องค์กรที่ดูแลกำกับการเลือกตั้ง องค์กรตรวจสอบผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในรายงานฉบับนี้เราพยายามพูดถึงปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียง พยายามสร้างมาตรการต่างๆ รวมถึงการยกร่างรัฐธรรมนูญ แต่แน่นอนที่สุดในสังคมศรีธนชัยนั้นทำได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะมีกฎหมายหรือกฎกติกาอะไรออกมาอย่างไร" นายอลงกรณ์กล่าว







