
สังคมโพสต์ทูเดย์
โดย...นายโรงเล่า
โดย...นายโรงเล่า
กว่าทศวรรษแห่งความน่าเชื่อถือ ในยุคข้อมูลข่าวสารไร้พรมแดน “โพสต์ทูเดย์” ยืนหยัดเพื่อผู้อ่านด้วยคุณภาพ ...
... ภาพสะท้อนสังคม “อยากรู้อยากเห็น” และไม่ต้องการเสพข่าวมีสาระมากนัก จึงทำให้ข่าว “หยุดประเทศ” อย่างดารานักแสดง 2 คน “หย่าร้าง” กัน กลายเป็นข่าวร้อนที่ “ชิงพื้นที่สื่อ” ไปเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะสื่อสิ่งพิมพ์หรือสื่อทีวี ส่งผลให้แกนนำนักศึกษา 14 คน ที่ได้รับอิสรภาพ และมีหลายฝ่ายหวังปั้นให้เป็น “ฮีโร่” ได้รับพื้นที่การนำเสนอน้อยนิด “ผิดเป้าหมาย” ...
...รัฐบาลที่ปกครองโดยทหาร ยังคงได้รับ “แรงเสียดสี” อย่างต่อเนื่อง สำหรับการเผชิญปัญหาที่มีเรื่องของการอ้างหลัก “สิทธิมนุษยชน” จะโดยความบริสุทธิ์ หรือมีผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลังก็ตาม กรณี “ชาวอุยกูร์” ในตุรกีบุกพังสถานกงสุลไทยเพราะไม่พอใจที่ทางการไทยส่งผู้อพยพชาวอุยกูร์กลับไปยังประเทศจีน 100 คน ขณะที่ทางการไทยยืนยันเรื่อง “ข้อตกลง” และกระบวนการ “พิสูจน์สัญชาติ” เป็นไปตามขั้นตอน ก่อนส่งให้ประเทศจีน เป็นอีกประเด็นร้อนที่โถมทับไทย ซึ่งมิใช่ประเทศ “คู่ขัดแย้ง” โดยตรง เช่นเดียวกับปัญหา “โรฮีนจา” ที่เราเป็นปลายทางของปัญหา ...
... ต้องเรียกว่าการเตรียมพร้อม “รับมือ” ทั้งเรื่องภายในประเทศยังไม่พอ การลากไปสู่เวทีโลกก็เป็นสิ่งท้าทายในยุค “สงครามเศรษฐกิจ” แห่งโลกยุคใหม่ ที่รัฐบาลทหารซึ่งชำนาญเรื่อง “ความมั่นคง” รับมือได้ ตามทันโลก จะเหลือเพียงจุดอ่อน ก็คือทำอย่างไรให้ประชาชน “กินดีอยู่ดี” เพราะเป็นอาวุธสำคัญที่ไทยจะต่อสู้กับขบวนการ “แทรกแซง” และใช้ประเทศไทยเป็นสมรภูมิแห่งการ “แย่งชิง” ในเวทีโลกได้ เพราะไม่ใช่จบแค่นี้ งานนี้จึงไม่ใช่ “หินธรรมดา” แต่เป็นหินแกร่งระดับโลกทีเดียวเชียว ...
... ทางตำราโหราศาสตร์ก็ว่า “ดวงเมือง” กำลังเผชิญกับเหตุเภทภัยที่มา “ท้าทาย” มากมาย แต่ในความเป็นจริง ถ้าหากคนไทย “เรียนรู้ให้ทัน” เป็นไท ไม่เป็นทาส เช่นเดียวกับผู้มีอำนาจในรัฐบาลที่มาจากรัฐประหาร ก็ต้องใช้ “โอกาสเดียว” สร้างความเสมอภาค ความเป็นธรรม ที่สำคัญเรื่องทุจริตคิดคดโกง กินเปอร์เซ็นต์ค่านายหน้า ฉวยโอกาสเอาพวกตัวเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ “ขอเถอะ” เอาชาติบ้านเมืองให้รอด “ปากเหยี่ยว ปากกา” ในช่วง “หัวเลี้ยวหัวต่อ” และคลื่นลมระดับโลกที่โหมกระหน่ำทั้งหลายนี้ไปให้ได้ เราจะเจอคำว่า “โชติช่วงชัชวาล” จริงๆ เสียที แม้จะเป็นเรื่องยาก ...
...ความเคลื่อนไหวเรื่อง “การปรองดอง” เริ่มปรากฏเค้าลางชัดเจนมากขึ้น ด้วยข้อเสนอและการศึกษาของคณะกรรมการปฏิรูปแห่งชาติ ดังนั้น “การนิรโทษ” ในทางการเมือง น่าจะเกิดขึ้นในไม่ช้า แต่หมายถึงกลุ่มคนที่เป็นผู้ชุมนุมทางการเมืองทั้งหลาย ส่วนแกนนำชุมนุม และหรือผู้ก่อเหตุรุนแรง ยังคงต้องมีการพิจารณากันแบบ “รายละเอียดและรายบุคคล” โดยเฉพาะโทษทางอาญาที่ไม่ควร “ละเว้น” ปฏิบัติการเช่นนี้ น่าจะเคลื่อนไป พร้อมกับคณะกรรมการขับเคลื่อนประเทศ ที่จะก่อตัวขึ้นในไม่ช้านี้ ...
... พบกันฉบับหน้า







