posttoday
วสท.ชี้ภัยแล้งทำถนนยุบแนะ4ทางแก้ระยะยาว

วสท.ชี้ภัยแล้งทำถนนยุบแนะ4ทางแก้ระยะยาว

09 กรกฎาคม 2558

วสท.ชี้วิกฤตภัยแล้งกระทบถนนยุบพังเสียหายแนะ4 แนวทางแก้ปัญหาในระยะยาว

วสท.ชี้วิกฤตภัยแล้งกระทบถนนยุบพังเสียหายแนะ4 แนวทางแก้ปัญหาในระยะยาว
         
ศ.สุชัชชวีร์ สุวรรณศักดิ์ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) เปิดเผย ว่า วิกฤตภัยแล้งส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานบริเวณที่มีตลิ่งสูงชันและถนนที่อยู่เลียบแม่น้ำลำคลองเกิดการทรุดตัวและพังทลายเสียหายมากในหลายจังหวัดอาทิ สระบุรี, พระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี เพราะมีคูคลองมาก รวมถึง จ.ชัยนาท ที่บ้านเรือนประชาชนได้รับความผลกระทบมากจากการที่แม่น้ำเจ้าพระยาแห้งลง จนเป็นสาเหตุให้บ้านริมตลิ่งเสียหายและทรุดตัวลง
         
ทั้งนี้ เหตุวิบัติทางวิศวกรรมโดยทั่วไปมักพิจารณาสาเหตุ 4 ประการ คือ 1.การออกแบบถูกต้องหรือไม่ 2.ก่อสร้างตามแบบและข้อกำหนดของวิธีปฏิบัติหรือไม่ 3.มีการใช้งานผิดประเภทหรือไม่ และ 4.เกิดจากภัยพิบัติที่ไม่คาดคิดหรือไม่ เช่น แล้งหนัก น้ำท่วม หรือสึนามิ ฯ
         
นายสุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ อุปนายก วสท. และประธานคณะอนุกรรมการสาขาวิศวกรรมปฐพี กล่าวว่า ถนนส่วนใหญ่ที่เสียหายเป็นถนนในริมคลองชลประทาน ซึ่งเป็นถนนสายรองที่ออกแบบไว้รองรับเพียงการขนส่งพืชผลทางการเกษตรและการเข้าไปบำรุงรักษาคลอง คือก่อสร้างพร้อมการขุดคลองชลประทาน โดยนำดินไปถมเป็นถนน ขณะที่การพิบัติของถนนริมคลองเกิดขึ้นมาไม่ต่ำกว่า 20 ปีแล้ว แต่ในปีนี้เกิดสภาพแห้งแล้งที่ยาวนาน จึงทำให้เกิดปัญหาดังกล่าว
         
ทั้งนี้ จากการสำรวจตรวจสอบในภาคสนามเชื่อว่าเกิดจากพื้นที่พิบัติส่วนใหญ่มีฐานรากเป็นดินเหนียวอ่อน ส่วนฤดูแล้งที่ยาวนานส่งผลโดยตรงต่อการพิบัติของลาดตลิ่งริมคลองชลประทาน โดยมีสาเหตุคือ 1.ภาวะระดับน้ำต่ำกว่าระดับน้ำต่ำสุดที่ใช้ในการออกแบบ 2.ไม่มีน้ำมาช่วยพยุงตลิ่งไว้เป็นเวลานานทำให้ดินฐานรากเกิดการสไลด์ลงมาและเกิดภัยพิบัติได้ 3.ความแห้งแล้งที่ยาวนานทำให้สูญเสียความแข็งแรง 4.การกัดเซาะของลาดตลิ่ง และ 5.การสูบน้ำของเกษตรกร
        
อย่างไรก็ดี วสท. เสนอ 4 แนวทางเพื่อ แก้ปัญหาถนนทรุดอย่างยั่งยืนในอนาคต คือ
         
1.ตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาทั้งในระยะสั้นและยะยาว เนื่องจากกรมชลประทานยังมีหลายหน่วยงานที่ขอใช้พื้นที่ถนนริมคลอง ได้แก่ กรมทางหลวงชนบท หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น ปัญหานี้ยังคงมีต่อไปในอนาคต ทั้งนี้ วสท. ยินดีเป็นเจ้าภาพกลาง และยินดีสนับสนุนข้อแนะนำทางวิชาการอย่างเป็นกลาง ที่เสนอเช่นนี้ เพราะการแก้ปัญหาจำเป็นต้องอาศัยการตัดสินใจจากผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ในมิติเดียว
         
2.ทบทวนระดับความสำคัญของถนนให้สอดคล้องกับสภาพการใช้งานจริง เพื่อปรับปรุงทางวิศวกรรมให้เหมาะสมปรับปรุงสภาพฐานรากเดิมของถนนให้มีความแข็งแรงมากขึ้น
         
3.การสำรวจชั้นดินฐานรากให้มีความครอบคลุมมีความสำคัญมากในการก่อสร้างถนนริมคลองในพื้นที่ดินอ่อน แม้ว่างบประมาณในการสำรวจรวมไปถึงการก่อสร้างจะมากขึ้น แต่คุ้มค่ากว่าการเสียงบประมาณในการซ่อมแซมภายหลัง
         
4.หากถนนบางสายอาจจะออกแบบให้ใช้ประโยชน์ในการป้องกันน้ำท่วมควบคู่ไปกับการใช้เป็นถนนเพื่อการจราจร จึงควรถูกยกระดับความสำคัญให้มากและควรมีงบประมาณที่เพียงพอในการดำเนินการให้ปลอดภัยในสถานการณ์วิกฤต

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ