
รัฐปฏิรูปจัดซื้อ
ครม.ประยุทธ์ คลอดกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐใช้แทน พ.ร.บ.ฮั้ว
ครม.ประยุทธ์ คลอดกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐใช้แทน พ.ร.บ.ฮั้ว
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีมติอนุมัติในหลักการร่างพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ... และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจทานและเสนอตามขั้นตอน
พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐฉบับนี้ จะเข้ามาแก้ไขปัญหาการฮั้วราคาประมูล และรองรับการประมูลราคาแบบ E-bidding (อีบิดดิ้ง) ที่จะทำให้ผู้ที่ร่วมประมูลก็ไม่ต้องเจอหน้ากันผู้ร่วมประมูลทั้งในประเทศ ต่างประเทศ ต่างจังหวัดจะร่วมประมูลได้แบบเท่าเทียม ไม่มีการฮั้วและไม่ต้องกลัวอิทธิพล ซึ่งคาดว่าจะทำให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยราชการเป็นไปอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า โดยหลักการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุตามกฎหมายฉบับนี้ มุ่งเน้นหลักการสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ 1.ความคุ้มค่า 2.ความโปร่งใส 3.มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และ 4.ตรวจสอบได้
ทั้งนี้ ในการดำเนินการจะให้กรมบัญชีกลางต้องมีการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ รวมการซื้อ รวมการจัดจ้าง การเปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้าง การทำประกาศเชิญชวน การพิจารณาและประกาศผล และสามารถยกเลิกการจัดซื้อจัดจ้างได้ทันที หากพบเหตุผิดปกติ และในขั้นตอนการจัดซื้อกำหนดให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมโดยการจัดทำข้อตกลงคุณธรรม
ขณะเดียวกันให้กรมบัญชีกลางจัดทำฐานข้อมูลราคาอ้างอิงของพัสดุ และให้ประกาศเผยแพร่แผนในระบบเครือข่ายสารสนเทศ
สำหรับบทลงโทษกรณีที่เจ้าหน้าที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ต้องระวางโทษตามความผิดที่กำหนดไว้ ขณะที่ผู้มีอำนาจรับผิดชอบจะมีโทษ 2 เท่าของความผิดที่กำหนด
แหล่งข่าวจากกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ ฉบับใหม่ จะช่วยให้การจัดซื้อพัสดุง่ายขึ้น เพราะรู้ราคาสินค้าแต่ละรายการจากผู้ที่มาขึ้นทะเบียน และทำให้การจัดซื้อจัดจ้างด้านธุรการของหน่วยงานราชการปีละกว่า 1.5 ล้านล้านบาท คล่องตัวขึ้น







