posttoday
สปช.เห็นชอบปฏิรูปการจัดการภัยพิบัติ

สปช.เห็นชอบปฏิรูปการจัดการภัยพิบัติ

06 กรกฎาคม 2558

สปช.เห็นชอบรายงานกมธ.ปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติฯ วาระปฏิรูปการจัดการภัยพิบัติธรรมชาติ

สปช.เห็นชอบรายงานกมธ.ปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติฯ วาระปฏิรูปการจัดการภัยพิบัติธรรมชาติ

เมื่อวันที่ 6 ก.ค. การประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่มีน.ส.ทัศนา บุญทอง รองประธาน สปช. คนที่สอง ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม โดยก่อนเข้าสู่การพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ขอความเห็นจากที่ประชุมเพื่อถอนระเบียบวาระปฏิรูปที่11 การปฏิรูปที่ดินและการจัดการที่ดิน ตามที่กมธ.ปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เสนอ เพื่อปรับปรุงเนื้อหาให้มีความสมบูรณ์ อาศัยตามข้อบังคับการประชุมสปช.ข้อ48 ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบให้ถอนวาระดังกล่าวออกจากระเบียบวาระการประชุม

จากนั้น จึงเริ่มพิจารณาวาระปฏิรูปที่ 26 การจัดการภัยพิบัติตามธรรมชาติภาวะโลกร้อน ที่นำกลับเข้าสู่ที่ประชุมพิจารณาเห็นชอบอีกครั้ง โดยนายปราโมทย์ ไม้กลัด ประธานกมธ.ชุดดังกล่าว ได้ชี้แจงถึงหลักการและเหตุผลที่ต้องปฏิรูปว่า เนื่องจากปัจจุบันอุณหภูมิประเทศไทยและระดับน้ำทะเลมีแนวโน้มสูงขึ้นแบบเฉียบพลัน เนื่องจากเกิดจากปัญหาภาวะก๊าซเรือนกระจก ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ การเกษตรและแหล่งน้ำ รวมถึงเหตุการณ์สภาพอากาศวิปริตรุนแรง จนเกิดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและทางสังคม เศรษฐกิจตามมา

ทั้งนี้ ทำให้ต้องเร่งหาทางแก้ไขและป้องกันภาวะโลกร้อน โดยที่ผ่านมาประเทศไทยไม่มีการวางแนวทางลดปัญหาปล่อยก๊าซเรือนกระจกเมื่อเทียบกับประเทศอุตสาหกรรมและประเทศพัฒนาอื่นๆ ขณะเดียวกัน มีเพียงกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ภายใต้สังกัดกระทรวงมหาดไทยหน่วยงานเดียวที่เป็นหน่วยงานหลักจัดการภัยพิบัติธรรมชาติ ตามพ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550

อย่างไรก็ตาม ทางกมธ.วิสามัญจึงได้เสนอแนวทาง 4 ยุทธศาสตร์ต่อยอด เพื่อขับเคลื่อนจัดการความเสี่ยง ตั้งแต่การป้องกันและลดผลกระทบก่อนเกิดภัย การเตรียมความพร้อม การบริหารจัดการฉุกเฉินระหว่างเกิดภัย และการจัดการหลังเกิดภัย ทั้งการประเมินความเสียหาย มาตรการบรรเทาทุกข์ ตลอดจนฟื้นฟูสภาพจิตใจ พร้อมกับให้มีการปฏิรูปกลไกศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติและสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนต่อการลดก๊าซเรือนกระจก

นายชาลี เจริญสุข สมาชิก สปช. อภิปรายว่า ส่วนตัวได้อ่านรายงานถือว่ามีความครบถ้วน 99% แต่ช่วงนี้มีภาวะภัยพิบัติ เรื่องน้ำทะเลสูงขึ้นอีก 1 เมตร ทำให้พื้นที่จ.สุราษฎณ์ธานี 30% จะท่วม แต่ขณะนี้น้ำทะเลต่ำกว่าปกติ เช่น เจ้าพระยา หากไม่มีการศึกษาเรื่องนี้ น้ำจืดไม่มาไล่น้ำเค็ม เจ้าพระยา บางปะกง จะมีปัญหา

อย่างไรก็ดี แม้น้ำเค็มสามารถทำเกษตรได้บางอย่าง เช่น กุ้ง แต่กลัวว่าประมาณ 2-3 เดือนข้างหน้า ไม่มีน้ำจืดมาไล่น้ำเค็มหรือให้เกษตรกรใช้ จะทำให้ไม่มีน้ำหล่อเลี้ยง และอาจกเกิดตลิ่งพัง เหมือนที่ข่าวปรากฏ จึงอยากให้มีการบรรจุ น้ำทะเลสูงหรือต่ำ ไว้ในเรื่องดังกล่าวด้วย

ขณะที่ นายเกษมสันต์ จิณณวาโส สมาชิก สปช. อภิปรายว่า แม้ประเทศไทยไม่ได้อยู่บัญชีปรับลดก๊าซเรือนกระจก แต่ในบริบทหลังปี 2553 ทุกประเทศเกี่ยวข้องได้แสดงเจตจำนงลดก๊าซเรือนกระจกชัดเจน ดังนั้น คิดว่าภาพรวมในมาตรการควรปรากฏต่อที่ประชุม เพราะการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศก็เป็นสิ่งสำคัญ จะมองเพียงภัยแล้งอย่างเดียวไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องใหญ่ที่ทุกภาคส่วน ประชาชน ชุมชน และองค์กรต่างๆเชื่อมโยงกับบริบทดังกล่าว

ด้านนางเตือนใจ สินธุวณิก สมาชิก สปช. ระบุว่า อยากให้มีการเพิ่มงบประมาณให้กับหน่วยงานเตือนภัยพิบัติต่างๆ เพราะจะทำให้เกิด นอกจากนี้อยากให้รัฐบาลเพิ่มมาตรการลดก๊าซเรือนกระจก รวมถึงการใข้พลังกงานทดแทน เพื่อภาพรวมในประเทศได้ดีขึ้น

นายปราโมทย์ กล่าวว่า จะนำข้อมูลไปปรับปรุงให้ชัดเจนมากขึ้น จะนำเรื่องภัยพิบัติ ไปควบคู่กับการลดภาวะโลกร้อน เพื่ออนาคตลดการประสบปัญหา ข้อมูลที่นำมาใช้ต้องนำไปสู่ชุมชน เพราะที่ผ่านมาไม่มีเรื่องดังกล่าว เนื่องจากไม่มีองค์กร ยุทธศาสตร์ ชัดเจน จำเป็นต้องปฏิรูปต่อยอด กมธ.จึงคิดเรื่องให้เกิดความสมบูรณ์

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้มีการลงมติเห็นด้วยรายงานดังกล่าวด้วยคะแนน 187 ต่อ 4 เสียง โดยกมธ.จะนำรายงานฉบับนี้ไปปรับปรุง ก่อนเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว