posttoday
14นศ.เตรียมร้องศาลทหารให้พิจารณาคดีเปิดเผย

14นศ.เตรียมร้องศาลทหารให้พิจารณาคดีเปิดเผย

03 กรกฎาคม 2558

ทนายความเผย 14 นักศึกษาเตรียมร้องต่อศาลทหารให้พิจารณาคดีเปิดเผย ให้สาธารณะชนเข้าฟังได้

ทนายความเผย 14 นักศึกษาเตรียมร้องต่อศาลทหารให้พิจารณาคดีเปิดเผย ให้สาธารณะชนเข้าฟังได้

เมื่อวันที่ 3 ก.ค. ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  มีกลุ่มนักศึกษาขบวนการประชาธิปไตยใหม่ คณาจารย์จากสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล และคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เช่น นายเกื้อ เจริญราษฎร์ นายธีระ สุธีวรางกูล น.ส.สาวตรี สุขศรี นายกริช ภูญียามา นายปูนเทพ ศิรินุพงศ์ พร้อมด้วย นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล นักวิชากฎหมาย นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนที่ว่าความให้กับนักศึกษาทั้ง 14 คน และนายชำนาญ จันทร์เรือง ประธานแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย พร้อมญาติของนักศึกษาทั้ง 14 คนที่ถูกคุมขัง เป็นวันที่ 6 ตั้งแต่วันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา รวมกว่า 50 คน ได้เข้าเยี่ยมให้กำลังใจกลุ่มนักศึกษา

ต่อมาเวลา 12.30 น. กลุ่มทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้ร่วมกันแถลงการณ์ภายหลังจากการเข้าเยี่ยมนักศึกษา โดยนายกฤษฎางค์ กล่าวว่า นักศึกษาทั้ง 14 คนยังมีกำลังใจและยังเข้มแข็ง มีบางคนที่ป่วยหรือได้รับบาดเจ็บจากการชุมนุม เช่น น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือ ลูกเกด นักศึกษาหญิงที่โดนเครื่องช็อตไฟฟ้าที่หลัง แต่ทุกคนยังยืนยันจะสู้ต่อไป ทั้งนี้ นักศึกษาฝากมาบอกว่า ยังสู้ต่อไปตามความคิดเห็นเดิมว่า ประเทศไทยต้องปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งอำนาจสูงสุดต้องเป็นของประชาชน และขอปฏิเสธไม่รับอำนาจศาลทหารกรุงเทพที่จะดำเนินคดีนี้ เพราะคิดว่าเป็นพลเรือน จึงต้องขึ้นศาลพลเรือนเท่านั้น ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงไม่ประกันตัวออกไปต่อสู้คดี

"ที่ท่านเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือบรรดาสมาชิก สปช. สภาของคณะทหาร คือคุณวัลลภ ตังคณานุรักษ์ หรือครูหยุย ซึ่งเป็นนักต่อสู้เพื่อสิทธิเด็กและเยาวชนมาตลอด ให้ความเห็นว่าการที่เด็กเหล่านี้ไม่ยื่นขอประกันตัวเป็นการเล่นเกม ไม่ยอมรับอำนาจของกฎหมาย เด็กทั้ง 14 คนฝากผมมาแจ้งว่า เหตุที่ไม่ประกันตัวเพราะไม่รับอำนาจของศาลทหาร ทุกวันนี้ถูกขังอยู่ภายใต้อำนาจของศาลทหารกรุงเทพ จึงยืนยันว่า ถ้าขอประกันตัวต่อศาลทหารกรุงเทพ ยืนยันว่าจะไม่ทำโดยเด็ดขาดและยินยอมเสียสละเสรีภาพของตัวเองเพราะเชื่อว่าเมื่ออยู่ข้างนอกก็ไม่มีเสรีภาพอยู่แล้ว อยู่ข้างใน การต่อสู้ของพวกเขาจะได้อธิบายต่อประชาชนว่าการถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพเป็นอย่างไร และขอยืนยันจนวินาทีนี้ว่าจะไม่ประกันตัว"นายกฤษฎางค์ กล่าว

นายกฤษฎางค์ กล่าวต่อว่า นักศึกษาทั้ง 14 ยังฝากมาแถลงว่า จะร้องต่อศาลทหารกรุงเทพในวันที่มีการฝากขัง ให้เปิดการพิจารณาคดีนี้ โดยเปิดเผยต่อสาธารณะชน เพราะไม่มีอะไรเป็นความลับ เพื่อให้สาธารณะชนเข้าฟังได้ และกรณีนี้ให้แจ้งทุกคนว่าหากมีการฝากขังครั้งหน้า นักศึกษาทุกคนขอยืนยันว่าจะต้องพิจารณาคดีโดยเปิดเผย หากยังปิดลับอยู่ นักศึกษาจะมีมาตรการต่อไป

ตัวแทนทนาย กล่าวอีกว่า สำหรับขั้นตอนต่อไปของคดีนี้คือ เมื่อถึงวันที่ 7 ก.ค.  ซึ่งเป็นวันครบอำนาจการฝากขังครั้งแรก 12 วัน พนักงานสอบสวนจะต้องนำสำนวนไปขอฝากขังต่อ และจะต้องแสดงเหตุผลต่อศาลว่าทำไมจึงต้องควบคุมตัว ซึ่งตามกฎหมายแล้วก็ให้สิทธิแก่นักศึกษาที่จะคัดค้านการคุมตัวต่อไปได้ ซึ่งตนได้ถามนักศึกษาแล้ว โดยพวกเขาตอบว่าจะคัดค้าน

"ผมขอฝากคำพูดของเด็กไปยังผู้มีอำนาจว่า พ่อแม่เขาไม่เกี่ยว ดังที่ทราบว่ามีทหารไปพบพ่อแม่ของเด็กหลายคน เช่น แม่ของลูกเกดที่มาร้องเรียนกับผมว่ามีทหารไปคุยด้วย และเกิดความกลัวจะได้รับอันตราย ทั้งเด็กก็ห่วงแม่ จึงฝากสื่อบอกว่าอย่าดึงพ่อแม่มาเกี่ยวเลย เพราะครอบครัวเลี้ยงเขามา อบรมให้การศึกษา แต่ไม่เกี่ยวพันกับการเคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยเลย"นายกฤษฎางค์ กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ในการทำคดีนี้หนักใจหรือไม่ นายกฤษฎางค์ กล่าวว่า คดีเช่นนี้เป็นคดีการเมืองปกติที่เคยเกิดในสมัยรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร การพิจารณาคดีก็เป็นไปตามปกติ ไม่มีปัญหา อาจมีหนักใจในเรื่องความปลอดภัยของทนายและครอบครัวของทนายบ้างเท่านั้น ทั้งนี้ ในส่วนของนายรังสิมันต์ โรม 1 ใน 14 นักศึกษาที่ถูกควบคุมตัว ซึ่งจะต้องไปสอบอนุญาตทนายความในวันที่ 5 ก.ค.นี้ ซึ่งตนได้ขอไปยังสภาทนายความเพื่อขอให้มาจัดสอบภายในเรือนจำ แต่ทางสภาทนายความได้ปฏิเสธไม่จัดสอบให้

คณาจารย์จากสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล และคณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ร่วมกันอ่านจดหมายเปิดผนึก ขอสนับสนุนนักศึกษาผู้เรียกร้องประชาธิปไตยโดยสันติวิธีและขอให้ยุติการคุกคามครอบครัวและเพื่อนของนักศึกษา ว่า "สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ขอสนับสนุนหลักการทั้งห้าประการคือประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน ความยุติธรรม การมีส่วนร่วมและสันติ ที่ขบวนการประชาธิปไตยใหม่และกลุ่มดาวดิน รวมทั้งผู้รักประชาธิปไตยทุกคนเรียกร้อง เพราะหลักการดังกล่าวคือหลักการพื้นฐานที่จะนำสังคมไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย เป็นสังคมแห่งสันติ และความปรองดองอย่างแท้จริง การใช้สิทธิต่อต้านโดยสันติวิธีซึ่งกระทำใดๆ ที่เป็นไปเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการ ซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางประชาธิปไตย ได้รับการรับรองโดยรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 และโดยร่างรัฐธรรมนูญที่ยกร่างในปัจจุบัน

จดหมายเปิดผนึก ระบุต่อว่า สถาบันฯมีความเห็นว่า การจับกุมคุมขังนักศึกษา 14 คน รวมทั้งการติดตาม ข่มขู่ คุกคามครอบครัว เพื่อนฝูง ครูบาอาจารย์ของนักศึกษากลุ่มนี้ เป็นการกระทำเกิดกว่าเหตุ และถือเป็นการละเมิดกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองที่ประเทศไทยเป็นภาคีและมีผลบังคับใช้กับไทยตั้งแต่วันที่ 29 ม.ค. พ.ศ. 2540 ทั้งนี้ รฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวที่บังคับใช้ในปัจจุบันให้คำมั่นสัญญาว่าจะปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคี

ประวัติศาสตร์สังคมการเมืองไทยได้สะท้อนให้เห็นแล้วว่า การปิดกั้นสิทธิเสรีภาพ การกดทับความขัดแย้งโดยใช้กำลัง การคุกคามนักศึกษาและประชาชนผู้แสดงความเห็นต่างโดยสันติวิธี ได้ทำให้ความขัดแย้งยายตัวและนำไปสู่วงจรความรุนแรงซ้ำแล้วซ้ำเล่า พวกเราจึงมีความกังวลว่าการจับกุม คุมขังนักศึกษากลุ่มดังกล่าว มีแนวโน้มจะนำสังคมไยเข้าสู่วงจรความขัดแย้งรุนแรงอีกระลอกหนึ่งหรือไม่

พวกเราจึงมีข้อเสนอเรียกร้องดังต่อไปนี้ 1.ขอให้หน่วยงานความมั่นคงยุติการติดตาม การข่มขู่ คุกคามครอบครัว และเพื่อนของนักศึกษากลุ่มดังกล่าว ซึ่งได้สร้างความหวาดผวาแก่ผู้ถูกติดตามว่าอาจจะตกเป็นเป้าของการจับกุม 2.ขอให้คดีของขบวนการประชาธิปไตยใหม่และกลุ่มดาวดิน้าสู่การพิจารณาคดีตามกระบวนการยุติธรรมปกติในศาลพลเรือน เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการรับรองสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานอันเป็นที่ยอมรับของประชาชนทั่วไปและชุมชนนานาประเทศ และ 3.ขอให้สังคมไทยรับฟังความคิดเห็นอันแตกต่างหลากหลายของพี่น้องร่สมสังคม ด้วยความอดทนอดกลั้นและไม่ด่วนตัดสิน

สำหรับในส่วนของกลุ่มคณาจารย์จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้อ่านสาส์นแสดงความห่วงใยถึงนักศึกษา 14 คน ว่า "ด้วยตระหนักในมโนธรรมสำนึก ในฐานะอาจารย์ผู้สอนกฎหมาย เราคณาจารย์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอแสดงความเคารพความห่วงใย และเป็นกำลังใจให้กับนักศึกษาและประชาชนทั้ง 14 คน ที่ต้องถกจับกุม คุมขัง เพียงเพราะพวกเขาหล่านั้นได้ใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกอ่างบริสุทธิโดยสันติวิธี เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย เราเห็นว่าการกล่าวอ้างสิ่งที่เรียกว่ากฎหมาย เพื่อใช้ดำเนินคดีกับบรรดานักศึกษาและประชาชนข้างต้น เพียงเพราะสิ่งดังกล่าวเป็นคำสั่งของรัฏฐาธิปัตย์นั้น เป็นความไม่ชอบธรรม แท้ที่จริงกฎหมายจะมีความชอบธรรมตามระบอบประชาธิปไตยได้จะต้องถูกบัญญัติขึ้น โดยผู้แทนของประชาชนซึ่งมาจากการเลือกตั้ง และจะต้องมีเนื้อหาที่เคารพต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนผู้อยู่ภายใต้บังคับด้วย

จากความข้างต้นนี้ เราจึงขอเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักศึกษาและประชาชนทั้ง 14 คน ที่ถูกจับกุมคุมขังอยู่โดยเร็ว และขอเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจรัฐทั้งหลายใช้อำนาจโดยเคารพสิทธิเสรีภาพของประชาชน เพื่อมิให้สังคมไทยเดินเข้าสู่หนทางที่ตีบตันไปมากกว่านี้"

14นศ.เตรียมร้องศาลทหารให้พิจารณาคดีเปิดเผย

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ