
วิกฤตน้ำมันมะกอก
พักนี้หัวข้อในการพูดคุยกันในงานพบปะสังสรรค์ในวงสังคมหัวข้อหนึ่ง นอกเหนือจากเรื่องของรัฐธรรมนูญใหม่ว่าจะผ่านหรือไม่ และเมืองไทยควรจะมีกาสิโนหรือไม่ คือเรื่องปัญหาหนี้จำนวนมหาศาลของกรีซที่ใกล้จะถึงจุดแตกหักเข้ามาทุกวันว่า กรีซจะชำระหนี้ให้ไอเอ็มเอฟและเจ้าหนี้รายอื่นๆ หรือไม่ และอะไรจะเกิดขึ้นถ้ากรีซชำระหนี้ไม่ได้
พักนี้หัวข้อในการพูดคุยกันในงานพบปะสังสรรค์ในวงสังคมหัวข้อหนึ่ง นอกเหนือจากเรื่องของรัฐธรรมนูญใหม่ว่าจะผ่านหรือไม่ และเมืองไทยควรจะมีกาสิโนหรือไม่ คือเรื่องปัญหาหนี้จำนวนมหาศาลของกรีซที่ใกล้จะถึงจุดแตกหักเข้ามาทุกวันว่า กรีซจะชำระหนี้ให้ไอเอ็มเอฟและเจ้าหนี้รายอื่นๆ หรือไม่ และอะไรจะเกิดขึ้นถ้ากรีซชำระหนี้ไม่ได้
ความจริงใครก็ไม่ทราบว่ากรีซจะจ่ายคืนหนี้ตามเงื่อนไขของเจ้าหนี้หรือไม่ เพราะทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ศาลยังทราบไม่หมด ทั้งๆ ที่ เจ้าหนี้คือไอเอ็มเอฟและเจ้าหนี้รายใหญ่อย่างเยอรมนีและอียูยืนยันว่า รัฐบาลกรีซจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ฝ่ายเจ้าหนี้กำหนดถึงจะยอมให้เงินกู้ก้อนใหม่ เข้ามาช่วยให้รัฐบาลกรีซเอาเงินไปจ่ายคืนเงินต้นที่ครบกำหนดชำระและดอกเบี้ย
ส่วนทางกรีซยืนยันว่าถ้าเจ้าหนี้ยืนยันให้รัฐบาลกรีซทำตามเงื่อนไขที่กำหนด เช่น การขึ้นภาษี การลดสวัสดิการทางสังคมต่างๆ และลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาลแล้วยังไงก็ไม่ยอมตกลงด้วย เพราะเหมือนกับตัดโอกาสไม่ให้เศรษฐกิจของกรีซกลับมาฟื้นฟูสร้างรายได้เพิ่ม มีรายได้พอที่จะนำไปชำระหนี้และดอกเบี้ยทั้งหนี้เดิมและหนี้ใหม่ แต่เอาเข้าจริงๆ ต่างก็ยังเจรจาต่อรองกันอยู่ เพราะต่างฝ่ายต่างทราบว่าถ้าตกลงกันไม่ได้จะเสียหายด้วยกันทั้งคู่ และดูเหมือนว่าฝ่ายเจ้าหนี้จะเป็นผู้เสียหายมากกว่า เนื่องจากเจ้าหนี้ไม่มีทางเข้าไปยึดทรัพย์ของประเทศที่ผิดเงื่อนไขการชำระหนี้ เพื่อนำไปขายทอดตลาดเหมือนเจ้าหนี้ทำกับลูกหนี้ในภาคธุรกิจ
เพราะฉะนั้น ตราบเท่าที่การเจรจายังไม่ยุติ ใครคงตอบไม่ได้ว่ากรีซจะชำระหนี้ตามเงื่อนไขของเจ้าหนี้หรือไม่ หรือเจ้าหนี้จะยอมผ่อนปรนเงื่อนไขจนเป็นที่ยอมรับของฝ่ายลูกหนี้ แต่ในความเห็นส่วนตัวผมเชื่อว่า ท้ายที่สุดคงต้องยอมถอยกันคนละก้าวเพื่อประนีประนอมกัน เพราะรู้แก่ใจว่าถ้าตกลงกันไม่ได้ทั้งสองฝ่ายจะเสียหาย และต่างฝ่ายต่างน่าจะพอมองออกว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะยอมถอยได้แค่ไหน ถ้าต้องให้ประเมินความเป็นไปได้ ผมเชื่อว่าโอกาสที่กรีซจะจ่ายหรือไม่จ่าย หรือพูดให้ถูกคือ ลูกหนี้กับเจ้าหนี้จะตกลงกันได้หรือไม่ได้ น่าจะอยู่ที่ 70/30
ทำไมลูกหนี้เจ้าหนี้จะถูกสถานการณ์พาไปให้ตกลงกันจนได้ เพราะปัญหาหนี้ของกรีซนั้น มูลหนี้สูงถึงประมาณ 1.1 แสนล้านยูโร อยากทราบว่าเป็นเงินบาทเท่าไรก็คูณด้วย 39 บาทเข้าไป และที่หนี้ก้อนนี้ใหญ่มากเพราะตั้งแต่ปี 2010-2013 รัฐบาลกรีซกู้เงินมาใช้จ่ายเพื่อการลงทุนและทำโครงการประชานิยมต่างๆ เกินกว่าความสามารถในการหารายได้พอครบกำหนดรายได้ไม่พอจ่ายก็กู้มาจ่ายหนี้เดิมพร้อมด้วยดอกเบี้ย ภาระหนี้จึงทบทวีขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงจุดระเบิดเมื่อภาระหนี้ต่อจีดีพีสูงถึงร้อยละ 150 เจ้าหนี้จึงหยุดให้กู้เพิ่มจนต้องไปขอความช่วยเหลือจากไอเอ็มเอฟ ตามรอยประเทศมหาอำนาจด้านการก่อหนี้ประเทศหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเคยถูกบีบให้ขึ้นดอกเบี้ย ขายรัฐวิสาหกิจ ขายทรัพย์สินของชาติราคาถูกๆ เพื่อนำเงินไปชำระหนี้ที่ก่อไว้
แต่การที่กรีซก่อหนี้ไว้สูงถึงขนาดนี้มีผลดีอย่างหนึ่ง คือ ถ้ากรีซไม่จ่ายหนี้ทั้งหลายจะเสียหายหนัก เพราะถ้ารัฐบาลของประเทศเจ้าหนี้เป็นคนให้กู้ ก็ต้องไปเก็บภาษีของประชาชนของตนเองมาใช้หนี้แทนคนกรีซ คงเป็นอะไรที่คนในประเทศเจ้าหนี้ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนยุโรปยอมรับไม่ได้ และถ้าสถาบันการเงินเป็นผู้ให้กู้ก็ต้องตั้งสำรองหนี้สูญ หรือคิดหนี้สูญครั้งใหญ่ ส่งผลกระทบการประกอบการและความมั่นคงของสถาบันการเงินแต่ละแห่ง ส่งผลให้เงินยูโรซึ่งอ่อนค่าลงมาโดยตลอดตั้งแต่เกิดปัญหาเรื่องกรีซขึ้น ยินยอมอ่อนค่าลงไปอีก เศรษฐกิจยุโรปซึ่งอ่อนแออยู่แล้วจะยิ่งฟื้นตัวยากขึ้น อาจนำไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจรอบใหม่
เพราะฉะนั้น นี่จึงเป็นเหตุผลที่เจ้าหนี้จำเป็นจะต้องตกลงกับลูกหนี้ให้ได้ เพราะเผอิญลูกหนี้รายนี้ถึงจะเป็นประเทศเล็กๆ พลเมืองไม่กี่ล้านคน แต่สามารถก่อหนี้ได้จำนวนมากพอที่จะทำความเสียหายให้ประเทศเจ้าหนี้ที่เป็นประเทศชั้นนำในยุโรปอย่างเยอรมนี ฝรั่งเศส จะบีบเอาตามใจชอบเหมือนที่ทำกับบางประเทศที่ติดหนี้น้อยแต่ไม่มีเงินชำระหนี้อย่างในอดีตไม่ได้
ส่วนลูกหนี้นั้น ถ้าตกลงกับเจ้าหนี้ไม่ได้ผลกระทบที่น่ากลัวในภาคปฏิบัติ คือ ปัญหาความไม่เชื่อมั่นที่ประชาชนผู้ฝากเงินมีกับธนาคารและสถาบันการเงินในประเทศ เพราะธนาคารของกรีซก็เป็นผู้ให้กู้รายใหญ่รายหนึ่ง และถ้าสถาบันการเงินของกรีซถูกตัดความสัมพันธ์จากต่างประเทศก็คงดำเนินการต่อไปได้ยาก ซึ่งปัญหานี้เริ่มปรากฏออกมาแล้ว เพราะประชาชนคนกรีซแห่กันไปถอนเงินจากธนาคารในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาถึง 3.4 พันล้านยูโร ทำให้ธนาคารกลางของยุโรปต้องให้เงินฉุกเฉินเข้าช่วย เพื่อไม่ให้ธนาคารล้มเพราะถูกถอนเงิน
นอกจากนั้น ถ้ากรีซไม่สามารถระดมทุนจากโลกภายนอกได้ รัฐบาลคงไม่มีรายได้พอที่จะเข้ามาดำเนินโครงการประชานิยมต่อไปอยู่ดี เว้นแต่จะเก็บภาษีเพิ่ม เพราะกรีซเป็นประเทศที่มีรายได้จากธุรกิจไม่กี่อย่าง เช่น การเดินเรือและท่องเที่ยว ถึงค่าเงินจะลดลงมากแต่รายได้ที่จะเพิ่มขึ้นจากการท่องเที่ยวก็ไม่น่าจะเพียงพอที่จะชดเชยความเสียหาย
ตรงนี้ต่างกับประเทศไทยที่มีรายได้จากธุรกิจหลายประเภท และภาระหนี้ที่กู้มาจำนวนค่อนข้างน้อย เมื่อเงินบาทอ่อนค่าลงอย่างหนักและวิกฤตต้มยำกุ้งก็ทำให้การส่งออกขยายตัวมีรายได้เพิ่มขึ้น จนสามารถจ่ายคืนหนี้และเศรษฐกิจฟื้นตัวได้ภายในเวลาไม่กี่ปี
เขียนมาถึงตรงนี้ แต่อยากมองโลกในแง่ดีว่า กรีซกับเจ้าหนี้จะตกลงกันได้ในที่สุด เพราะคงมีแต่คนขาดสติสัมปชัญญะเท่านั้น ที่จะสู้กันไปจนเสียหายทั้งสองฝ่าย แต่ทีนี้ถ้าตกลงกันไม่ได้อะไรจะเกิดขึ้น
ส่วนที่จะเกิดขึ้นกับกรีซและประเทศเจ้าหนี้นั้นก็ได้พูดไปแล้ว และบางทีผมสงสัยเหมือนกันว่าทำไมพรรคพวกที่เป็นคนไทยถึงสนใจว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับกรีซ กับยุโรป หรือแม้แต่สหรัฐอเมริกา จนมีคนสร้างทฤษฎีว่า ปัญหากรีซอาจจะนำมาซึ่งการสร้างสงครามโลกครั้งใหม่ ซึ่งผมคิดว่าเป็นทฤษฎีความคิดบรรเจิดมากไปหน่อย
ผมคิดว่าประเด็นที่น่าคิดกว่า คือ ถ้ากรีซกับเจ้าหนี้ตกลงกันไม่ได้ ประเทศไหนซึ่งกำลังมีปัญหาเศรษฐกิจเงินไม่ฝืดแต่เงินเฟ้อติดลบ ซึ่งฟังๆ ดูคล้ายกับที่ใครคนหนึ่งพูดว่า ไม่ได้ทำผิดกฎหมาย เพียงแต่ทำอะไรที่กฎหมายห้าม การส่งออกก็ยังไม่เพิ่ม ถึงจะมีผู้บริหารทำนายว่ารายได้จากการส่งออกจะเพิ่มขึ้นเพราะเงินบาทอ่อนค่าลง ซึ่งก็คงถูกอีก เพราะถึงจะส่งออกเท่าเดิมได้รับเงินค่าสินค้าเป็นเงินดอลลาร์เท่ารายได้ของผู้ส่งออกที่เป็นเงินบาทก็ย่อมจะเพิ่มขึ้นเป็นธรรมดา
ลองประเมินเล่นๆ ดู ถ้ากรีซกับเจ้าหนี้ตกลงกันไม่ได้ เงินยูโรก็จะอ่อนค่าและมีความผันผวนมาก เงินดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้น เงินจากต่างประเทศอาจจะไหลออกเพิ่มขึ้นและเร็วขึ้น ถ้าสถาบันการเงินในยุโรปและประเทศอื่นต้องดึงเงินลงทุนกลับเพื่อเสริมสร้างความมั่นคง ถ้าหนี้เงินกู้ที่ปล่อยให้กรีซกลายเป็นหนี้เสีย เศรษฐกิจโลกจะมีความผันผวนยิ่งขึ้นฟื้นตัวช้าลง คนยุโรปจะมาเที่ยวเมืองไทยน้อยลง
ทั้งหมดนี้ จะดีจะร้ายอย่างไรกับเศรษฐกิจไทยลองคิดดูเองครับ ถ้าเขียนต่อคงยาวมากเกินโควตาของคอลัมน์นี้
ประเทศไหนที่คิดว่าเงินกู้เป็นยาวิเศษแก้ไขปัญหาสารพัดโรคได้ ก็ควรศึกษาปัญหาของกรีซไว้ให้ดีก่อนจะตัดสินใจกู้เงินมาแก้ไขปัญหาพื้นฐานของเศรษฐกิจ
หนี้ของกรีซก็เริ่มแบบนี้แหละครับ







