posttoday
พึ่งแต่ ‘ฝากเงินธนาคาร’ ชีวิตนี้อาจ ‘อดตาย’

พึ่งแต่ ‘ฝากเงินธนาคาร’ ชีวิตนี้อาจ ‘อดตาย’

22 มิถุนายน 2558

โดย...ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์

โดย...ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์

เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2558 ที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1.5 ต่อปี โดยก่อนหน้านี้ทาง กนง.ได้ทำการลดอัตราดอกเบี้ยไปแล้วถึง 2 ครั้งด้วยกัน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของไทยที่ยังไม่ฟื้นตัว

หากคุณผู้อ่านลองสืบค้นข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยเช่นข่าวข้างต้นนี้มาพิจารณา ก็จะพบว่า แนวโน้มของอัตราดอกเบี้ยในเมืองไทยคงจะไม่สามารถก้าวกระโดดไปได้สูงมากนัก พูดกันง่ายๆ ก็คือ อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำในบ้านเราน่าจะตกอยู่ประมาณ 3% เท่านั้นเอง

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว เราลองมากันดูเสียหน่อยว่าผลตอบแทนจากเงินฝากประจำ 3% นี้ จะใช้เวลานานเท่าใด กว่าจะให้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวได้ ซึ่งผมมีสูตรการคิดหาผลตอบแทนง่ายๆ ที่เรียกกันว่า “สูตรมหัศจรรย์ตัวเลข 72”

ตัวเลข 72 เป็นตัวเลขมหัศจรรย์ที่ใช้ในการคำนวณว่า เงินที่ฝากไว้และมีอัตราดอกเบี้ยทบต้นทุกปีเป็นเวลานานเท่าไร? เงินของเราจึงจะกลายเป็น 2 เท่า เช่น เราฝากเงินประจำไว้ 1 ล้านบาท จะกลายเป็น 2 ล้านบาทใช้เวลากี่ปี?  ถ้าอัตราดอกเบี้ย 10% ก็ให้เอาเลข 72 ตั้ง แล้วเอาตัวเลขอัตราดอกเบี้ยไปหารซึ่งในที่นี้ก็คือ 10 ดังนั้น จึงมีค่าเท่ากับ 72/10 คำตอบคือ ประมาณ 7.2 ปี  แต่หากอัตราดอกเบี้ยเป็น 3% เท่านั้น กว่าเงินต้น 1 ล้านบาท จะกลายเป็นเงิน 2 ล้านบาทได้นั้น ต้องใช้เวลานานเท่ากับ 72/3 นั่นคือ 24 ปีทีเดียว

หนึ่ง ‘ฝากเงินธนาคาร’ ผลตอบแทนอาจไม่พอประทังชีพ

หากพอจำกันได้ ในอดีตอัตราดอกเบี้ยฝากประจำหนึ่งปีของธนาคารพาณิชย์บางช่วงสูงมากถึงระดับ 10% ก็ว่าได้ สมมติว่าฝากเงินไว้จำนวน 1 ล้านบาท แล้วไม่ถอนเงินออกมาเลย และดอกเบี้ยก็ทบต้นทุกปี ก็จะกินเวลานานประมาณ 7 ปีก็จะทำให้เงิน 1 ล้านบาท กลายเป็น 2 ล้านบาท จึงทำให้มีคนจำนวนมากนิยมที่จะฝากเงินในธนาคารกัน

ทุกวันนี้เศรษฐกิจไทยได้เชื่อมโยงเข้ากับเศรษฐกิจโลกอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยในเกือบจะทุกประเทศทั่วโลกอยู่ในอัตราที่ต่ำมาก จึงทำให้อัตราดอกเบี้ยในประเทศไทยพลอยลดลงมาอย่างต่อเนื่อง

ในปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยฝากประจำ 12 เดือน น่าจะอยู่ประมาณ 3% เท่านั้น ซึ่งเราก็รู้จากสูตรตัวเลข 72 แล้วว่า ฝากประจำในธนาคารไว้จำนวน 1 ล้านบาท กว่าจะกลายเป็น 2 ล้านบาทได้ ก็ต้องกินเวลานานถึง 24 ปีทีเดียว จึงทำให้มีผู้คนจำนวนมากหลีกหนีผลประโยชน์ที่ต่ำมากจากการฝากเงินประจำกับธนาคาร หันไปหาการลงทุนประเภทอื่นแทน นอกจากนั้นการฝากเงินประจำกับสถาบันการเงินยังต้องเสียภาษีดอกเบี้ยในอัตรา 15% อีกด้วย

สอง  การลงทุนใน ‘สลากออมสิน’

สลากออมสินเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการออมเงิน โดยมีจุดขายที่น่าสนใจของผลิตภัณฑ์ประเภทนี้อยู่ 3 ข้อคือ  ปลอดภัย...เงินต้นไม่สูญ ได้รับดอกเบี้ย และลุ้นรางวัลได้ทุกเดือนตลอดอายุสลาก สลากออมสินพิเศษมีอายุ 3 ปี หน่วยละ 50 บาท อายุ 3 ปี มีสิทธิถูกรางวัล ทุกเดือนเป็นเวลานานถึง 36 เดือน รางวัลที่ 1 มูลค่ารางวัลละ 10 ล้านบาท 3 รางวัล รางวัลพิเศษ มูลค่า 1 ล้านบาท และรางวัลอื่นๆ ฝากครบอายุรับเงินต้นคืนพร้อมดอกเบี้ย หน่วยละ 52.75 บาท

ข้อดีอีกข้อหนึ่งของสลากออมสินก็คือ เงินรางวัลและดอกเบี้ยของบุคคลธรรมดาไม่ต้องนำไปเสียภาษี ลงทุนให้คุ้ม...ต้องซื้อสลากจำนวนมากพอ...เพื่อให้ถูกทุกงวด  

ถ้าลงทุนด้วยเงินทุกๆ 5 แสนบาท ก็จะซื้อสลากออมสิน (หน่วยละ 50 บาท)ได้ 1 หมื่นหน่วย ดังนั้นก็จะถูกรางวัลเลขท้าย 4 ตัวทุกๆ เดือนได้อย่างแน่นอน เลขท้าย 4 ตัวออกเดือนละ 2 ครั้ง รางวัลละ 150 บาท รวม 36 เดือน เป็นเงิน 2x150x36 = 10,800 บาท และเมื่อครบ 3 ปี ถอนเงินคืนได้หน่วยละ 52.75 บาท เป็นเงิน 52.75x10,000 = 527,500 บาท รวมได้เงินคืนทั้งสิ้น 10,800+ 527,500 = 538,300 บาท

หากคิดเป็นผลตอบแทนโดยไม่คำนึงถึงการคิดแบบดอกเบี้ยทบต้น และโอกาสถูกรางวัลแล้ว จะได้ผลตอบแทน = 38,300/ 500,000x100 = 7.66 % ในระยะเวลา 3 ปี หรือเท่ากับ 2.55% ต่อปี

สาม  สลากทวีสินของ ธ.ก.ส.

ถ้าซื้อสลากทวีสินของ ธ.ก.ส.(หน่วยละ 500 บาท) จะซื้อได้ 1,000 หน่วย จะถูกรางวัลเลขท้าย 3 ตัวทุกเดือน เดือนละ 400 บาท รวม 36 เดือน เป็นเงิน 14,400 บาท และเมื่อครบ 3 ปี ถอนเงินคืนได้หน่วยละ 522.50 บาท เป็นเงิน 522,500 บาท รวมได้เงินคืน 536,900 บาท

หากคิดผลตอบแทนหยาบๆ (ไม่คิดดอกเบี้ยทบต้นและรางวัลอื่นที่อาจจะถูกเพิ่ม) จะได้ผลตอบแทน = 36,900/500,000*100 = 7.38% (ต่อเวลา 3 ปี) เท่ากับ 2.46% ต่อปี  นอกจากนั้น สลาก ธ.ก.ส. ก็มีข้อดีเหมือนกับสลากออมสินก็คือ เงินรางวัลและดอกเบี้ยของบุคคลธรรมดาไม่ต้องนำไปเสียภาษีเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม การลงทุนทั้ง 3 ประเภทข้างต้นนี้ ไม่เหมาะกับคนที่ใฝ่ฝันที่อยากจะ “สบายตอนแก่” เลย ดังนั้นคุณผู้อ่านคงจะต้องรีบหาหนทางอื่นๆ ก่อนที่ “เงินที่ไปฝาก” ประเภทเหล่านี้จะไม่เพียงพอต่อการประทังชีวิตที่เหลืออยู่

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ