
รวบหัวโจกแก็งค์ลักทรัพย์โรงเรียนชนบทภาคอีสาน
กองปราบรวบหนุ่มใหญ่ตระเวนลักทรัพย์โรงเรียนทั่วภาคอีสาน มูลค่าความเสียหายรวม 4 ล้านบาท
กองปราบรวบหนุ่มใหญ่ตระเวนลักทรัพย์โรงเรียนทั่วภาคอีสาน มูลค่าความเสียหายรวม 4 ล้านบาท
ตำรวจกองปราบปรามจับกุม นายณัฐวุฒิ สุทธิประภา อายุ 40 ปี ชาว อ.เมือง จ.สระบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกันลักทรัพย์ในสถานที่ราชการในเวลากลางคืนหรือรับของโจร พร้อมของกลางอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์โสตทัศน์ศึกษา อุปกรณ์ทำลายสิ่งกีดกั้นอาทิ แชลง คีม ที่ตัดกระจก ไขควง มีดคัตเตอร์ เครื่องถอดสกรูไฟฟ้า อุปกรณ์ในการพรางตัว อาทิ แผ่นป้ายทะเบียนปลอม และอื่นๆอีกหลายรายการ โดยสามารถทำการจับกุมได้ที่บ้านพักเลขที่ 91/114 ม.3 ต.หนองปลาไหล อ.เมือง จ.สระบุรี
พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รักษาราชการแทนผู้บังคับการกองปราบปราม (รรท.ผบก.ป.) กล่าวว่า สืบเนื่องจากในช่วง 1-2 ปี ที่ผ่านมา มีมิจฉาชีพออกตระเวนลักทรัพย์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์โสตทัศน์ศึกษาตามโรงเรียนชนบทหลายแห่งในเขตพื้นที่ภาคอีสานตอนล่าง สร้างความเดือดร้อนให้แก่นักเรียนในแทบชนบทเป็นอย่างมาก จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่สืบสวนหาข่าว จนทราบว่าหัวขโมยดังกล่าวดังกล่าวมีการทำกันเป็นขบวนการโดยมี นายณัฐวุฒิ เป็นตัวการสำคัญทำหน้าที่คอยสั่งการ และร่วมกระทำผิดตลอดจนการนำของกลางไปขายในแหล่งรับซื้อต่างๆ จึงตามแกะรอยจนทราบว่าได้หลบหนีกลบดานอยู่ภายในบ้าน ต.หนองปลาไหล อ.เมือง จ.สระบุรี เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้นำกำลังพร้อมหมายจับเข้าทำการจับกุม ก่อนขยายผลตรวจค้นภายในบ้านพักจนพบของกลางดังกล่าว จึงทำการตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนนายณัฐวุฒิ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้เคยมีอาชีพเป็นคนขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ จึงมีความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าพอสมควร แต่เนื่องจากถูกดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้างเมื่อปี 2556 จึงกลายเป็นคนตกงาน ก่อนจะได้รับการชักชวนจากกลุ่มเพื่อนอีก 3 คน ให้ร่วมกันขับรถออกตระเวนลักทรัพย์อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ตามโรงเรียนชนบทต่างๆในเขตพื้นที่ภาคอีสานตอนล่าง เนื่องจากโรงเรียนเหล่านี้จะมีการระวังป้องกันค่อนข้างต่ำและไม่เข้มงวดจึงง่ายต่อการลงมือ โดยตนนั้นจะมีหน้าที่คอยดูต้นทางให้กับเพื่อนร่วมขบวนการเข้าไปทำการลักทรัพย์ ซึ่งทรัพย์สินที่ได้มาตนพร้อมพวกก็จะนำไปขายต่อให้กับร้านรับซื้อหรือร้านจำหน่ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ตามห้างสรพสินค้า อาทิ ห้างสรรพสินค้าเซียร์รังสิต ห้างพันธ์ทิพย์งามวงศ์วาน และขายของกลางผ่านทางออนไลน์ โดยเงินที่ได้มาก็จะนำไปใช้จ่ายเลี้ยงชีพและเล่นการพนันที่ประเทศเพื่อนบ้าน
พ.ต.อ.อัคราเดช กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบอย่างละเอียดทราบว่า นายณัฐวุฒิ ผู้ต้องหา พร้อมกับพวกเคยลงมือก่อเหตุโจรกรรมอุปกรณ์การศึกษาโรงเรียนต่างๆในเขต จ.บุรีรัมย์และจ.สุรินทร์ มาแล้วกว่า 20 แห่ง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 4 ล้านบาท เบื้องต้นส่งตัวให้กับพนักงานสอบสวน สภ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ดำเนินคดีตามกฎหมายพร้อมขยายผลติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่เหลือต่อไป







