posttoday
สนช.เริ่มถกร่างแก้รธน.ชั่วคราว

สนช.เริ่มถกร่างแก้รธน.ชั่วคราว

18 มิถุนายน 2558

'วิษณุ' ย้ำหลักการทำประชามติ 'ครูหยุย' ข้องใจสภาขับเคลื่อนฯได้สิทธิพิเศษ 'สมเจตน์' ซัด แก้ไขคุณสมบัติเปิดทาง111-109 ผิดหลักการ

'วิษณุ' ย้ำหลักการทำประชามติ 'ครูหยุย' ข้องใจสภาขับเคลื่อนฯได้สิทธิพิเศษ 'สมเจตน์' ซัด แก้ไขคุณสมบัติเปิดทาง111-109 ผิดหลักการ

การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. แก้ไขเพิ่มเติม สำหรับกระบวนการในการพิจารณาของสนช.นั้นจะพิจารณาเป็น 3 วาระ ตั้งแต่ 1.วาระรับหลักการ 2.การพิจารณาเป็นรายมาตร และ3.การลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ซึ่งการลงมติในวาระที่1 และ 3 จะลงมติแบบเปิดเผยด้วยวิธีการขานชื่อเป็นรายบุคคล ส่วนการลงมติวาระที่ 2 จะใช้วิธีการเสียบบัตรลงคะแนน
ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มอบหมายให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม และ นายสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มาเป็นผู้นำเสนอหลักการและเหตุผลพร้อมกับชี้แจงข้อสงสัยให้กับสมาชิกสนช.

นายวิษณุ กล่าวถึงหลักการและเหตุผลที่จำเป็นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวพ.ศ.2557 ว่า ขณะนี้การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญกำลังพิจารณาอยู่นั้นปรากฎว่ามีการเรียกกร้องให้ดำเนินการจัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญเหมือนกับการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญเมื่อพ.ศ.2550 ซึ่งครม.และคสช.ได้รับฟังมาตลอด ประกอบกับเป็นสิ่งที่อยู่ในใจของครม.และคสช.มาตั้งแต่เมื่อ 10 เดือนที่แล้ว แต่ที่ไม่ใส่กระบวนการดังกล่าวเอาไว้ตั้งแต่แรกเพราะต้องรอดูร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกและรับฟังเสียงของประชาชนก่อน ซึ่งเวลานี้ก็มาถึง ทำให้คสช.และครม.เห็นพ้องกันว่าควรจัดทำประชามติ

นายวิษณุ กล่าวว่า นอกเหนือไปจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อทำประชามติแล้วยังแก้ไขในประเด็นอื่นๆด้วย เช่น แก้ไขคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของสมาชิกสนช.จากเดิมที่ระบุว่าต้องไม่เคยเป็นถูกถอดถอนสิทธิเลือกตั้ง ให้เป็นไม่อยู่ในระหว่างการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง เพื่อให้คนที่เคยถูกเพิกถอนสิทธิดังกล่าวสามารถเข้ามาเป็นสนช. รวมถึงการการขยายเวลาการทำงานให้กับคณะกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ จากเดิมที่ต้องพิจารณาข้อแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน เปลี่ยนเป็นให้เพิ่มอีกไม่เกิน 30 วัน รวมเป็น 90 วัน และการตั้งสภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ ที่มีสมาชิกไม่เกิน 200 คน
ต่อมา นายสมชาย แสวงการ สมาชิกสนช.อภิปรายว่า การกำหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั้งส่งร่างรัฐธรรมนูญให้แก่ผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติไม่น้อยกว่า 80% ของครัวเรือนทั้งหมดที่ผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน มีความสงสัยว่าประชาชนผู้มีสิทธิจะได้รับร่างรัฐธรรมนูญคนละหนึ่งเล่มหรือได้ครัวเรือนละหนึ่งเล่ม นอกจากนี้ การบัญญัติให้หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการทำประชามติจะต้องตั้งคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ 21 คน และกลับไปร่างรัฐธรรมนูญใหม่และทำประชามติอีกครั้ง ซึ่งสงสัยว่าถ้าทำประชามติไม่ผ่านอีกจะทำอย่างไรต่อไป

นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิกสนช. กล่าวว่า กรณีที่สปช.ต้องพ้นจากตำแหน่งภายหลังลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ มีข้อสงสัยว่ากมธ.ยกร่างฯที่เป็นสมาชิกสปช.ยังสามารถดำรงตำแหน่งกมธ.ยกร่างฯต่อไปได้หรือไม่ เช่นเดียวกับ การตั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศจำนวน 200 คน และให้มีอำนาจเหมือนกับสปช.ทุกประการ และมีสิทธิคุ้มครองและประโยชน์ตามรัฐธรรมนูญ เสมือนหนึ่งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองคล้ายกับสมาชิกสนช. จึงสงสัยว่าเมื่อสภาขับเคลื่อนฯจะต้องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเหมือนกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่ ที่สำคัญสภาขับเคลื่อนฯจะมีวาระการดำรงตำแหน่งเท่าไหร เนื่องจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้บัญญัติเอาไว้

พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สมาชิกสนช. กล่าวว่า ยืนยันว่ามีความเห็นด้วยกับการทำประชามติ เพราะมีบรรทัดฐานมาจากการทำประชามติรัฐธรรมนูญพ.ศ.2550 ซึ่งการทำประชามติในครั้งนั้นทำให้รัฐธรรมนูญพ.ศ.2550 ได้รับการคุ้มครองตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จึงคิดว่าควรสร้างภูมิคุ้มกันให้กับรัฐธรรมนูญในอนาคต อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวมีข้อสังเกต คือ รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวพ.ศ.2557 ได้กำหนดให้ผู้ที่เคยถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งห้ามมาดำรงตำแหน่งสมาชิกสนช. และยังวางหลักการตามมาตรา 35 (4) ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวพ.ศ.2557 ยังวางหลักการเรื่องการยกร่างรัฐธรรมนูญที่ต้องให้มีกลไกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันและการตรวจสอบมิให้ผู้เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายว่ากระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ หรือเคยกระทำการอันทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรม เข้าดำรงตำแหน่งทางการเมืองเด็ดขาดเอาไว้

"ผมไม่ทราบจะเป็นด้วยสถานการณ์เปลี่ยนหรือแนวความคิดเปลี่ยนหรือเช่นไร จึงมีการแก้ไขเพื่อลดมาตรการที่เด็ดขาดนี้ลงไป โดยความรู้สึกของผมนั้นมันเหมือนกับเป็นการส่งสัญญาณไปถึงคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญว่าในการกำหนดคุณสมบัติผู้มาดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ไม่จำเป็นต้องใช้ความเด็ดขาด ซึ่งผมคิดว่ามาตรการนี้เราคงไม่สามารถจะป้องกันคนไม่ดีไม่ให้มีโอกาสเข้ามาบริหารประเทศได้" พล.อ.สมเจตน์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง