posttoday
ซีเกมส์-ซีโกง  มหกรรมทีใครทีมัน

ซีเกมส์-ซีโกง มหกรรมทีใครทีมัน

14 มิถุนายน 2558

หลายปีมาแล้วที่มีเสียงวิจารณ์ถึงคุณภาพและมาตรฐานของมหกรรมกีฬาซีเกมส์ เมื่อมักจะมีปัญหาการตัดสินค้านสายตาให้เห็นทุกครั้ง

โดย...กองบรรณาธิการโพสต์ทูเดย์

หลายปีมาแล้วที่มีเสียงวิจารณ์ถึงคุณภาพและมาตรฐานของมหกรรมกีฬาซีเกมส์ เมื่อมักจะมีปัญหาการตัดสินค้านสายตาให้เห็นทุกครั้ง เช่นเดียวกับการบรรจุกีฬาพื้นบ้าน ที่บางครั้งก็มากจนเกินงาม บ้างก็แทบไม่เคยรู้จักมาก่อนเลย

ช่วงหลังอาจจะเริ่มมีการพูดถึง “การจัดระเบียบกีฬาพื้นบ้าน” มากขึ้น หลังจากความล้มเหลวของการพัฒนานักกีฬาในแถบนี้สะท้อนให้เห็นชัดขึ้นจากกีฬาโอลิมปิก 2012 ที่ลอนดอน ซึ่งชาติอาเซียนไม่มีเหรียญทองติดมือเลย แต่สุดท้ายเจ้าภาพก็ยังคงใช้ความได้เปรียบในเรื่องเหล่านี้ เพื่อเป้าหมายคว้าเหรียญทองให้มากที่สุดเช่นเคย

แม้กระทั่งประเทศที่ขึ้นชื่อในการเป็นแบบอย่างของการพัฒนาในอันดับต้นๆ ของโลกอย่างสิงคโปร์ ที่เป็นเจ้าภาพซีเกมส์ ครั้งที่ 28 อยู่ในตอนนี้ ก็ยังไม่วายอาศัยกลเม็ดต่างๆ เพื่อโอกาสในการคว้าเหรียญทองของตัวเองให้มากที่สุด

ไม่บ่อยนักที่จะได้เห็นทัพนักกีฬาจากแดนลอดช่องโกยเหรียญทองถึง 50 เหรียญ เมื่อครั้งล่าสุดที่ทำได้ต้องย้อนไปตอนเป็นเจ้าภาพเมื่อปี 1993 แต่ครั้งนี้พวกเขาทำผลงานทะลุกว่า 70 เหรียญทองเข้าไปแล้ว

แถมยังลุ้นครองเจ้าทองสมัยแรกอีกด้วย!

สกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) คนล่าสุด มองว่ามหกรรมกีฬาซีเกมส์เวลานี้ไม่ได้จัดเพื่อมิตรภาพมากว่า 10 ปีแล้ว แต่เป็นการยกชาติตัวเองขึ้นเป็นมหาอำนาจด้านกีฬา เพื่อไว้ใช้ข่มกันเองในแถบอาเซียนมากกว่า

“ซีเกมส์แรกๆ จัดอยู่ไม่กี่ประเทศไง ทุกครั้งแต่ละชาติก็มาแชร์ความเป็นเพื่อน ได้มิตรภาพได้เหงื่อ ใครแพ้ก็ไปฝึกมาแข่งขันกันใหม่ หลังๆ มันไม่เหมือนเดิมแล้ว ผมคิดว่าสัก 15 ปีหลังมานี้ แข่งกันมองเรื่องเจ้าเหรียญทองเป็นที่ตั้ง พอได้ก็เรียกตัวเองว่ามหาอำนาจ ซึ่งบางครั้งตัวเลขมันก็ไม่ได้สะท้อนอย่างนั้น มันต้องมาไล่เรียงดูว่ากีฬาสากลเป็นอย่างไร มาตรฐานไปถึงไหนแล้ว” ผู้ว่าการ กกท.ป้ายแดง กล่าว

นอกจากการเตรียมตัวมาอย่างดีเพื่อให้สมกับการฉลองครบรอบ 50 ปีในการได้รับเอกราชแล้ว ตัวแปรสำคัญที่ทำให้สิงคโปร์ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ซีเกมส์ก็คือ การใช้สิทธิการเป็นเจ้าภาพบรรจุกีฬาที่มีความหวังและตัดรายการความหวังของคู่แข่งออกไป เช่น ครั้งแรกที่ตัดกีฬาโอลิมปิกอย่าง วอลเลย์บอล มวยสากลสมัครเล่น ยกน้ำหนัก และเรือกรรเชียง ออกไป ก่อนจะยอมเพิ่มวอลเลย์บอล มวยสากลสมัครเล่น และเรือกรรเชียง ตามคำร้องขอของชาติสมาชิกในภายหลัง

อย่างไรก็ตาม การตัดยกน้ำหนักออกไปก็สามารถตัดทอนความหวังเหรียญทองของทัพไทยที่เป็นคู่แข่งสำคัญออกไปได้ไม่น้อย

หัวเรือใหญ่ กกท.เชื่อว่าสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้มหกรรมซีเกมส์ออกแนวทีใครทีมัน สืบเนื่องจากไม่มีหน่วยงานที่ดูแลชัดเจนเหมือนกับโอลิมปิกที่มีคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) และเอเชียนเกมส์ ที่มีสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (โอซีเอ) ทำหน้าที่คอยควบคุม แต่ซีเกมส์มีแค่มนตรีซีเกมส์ ซึ่งหมุนเวียนประธานไปตามเจ้าภาพ ทำให้รูปแบบเลยดูไร้มาตรฐานอย่างที่เห็น

“ดังนั้น ผมคิดว่ามนตรีซีเกมส์ทั้งของเราและชาติอื่นน่าจะมีน้ำหนักการต่อรองมากกว่านี้ ไม่เช่นนั้นมันก็เวียนกันอยู่แบบนี้ ไม่ไปไหน”บิ๊กเสือ กล่าว

อันที่จริงแล้ว กีฬาซีเกมส์ก็มีกรอบระเบียบการบรรจุกีฬาไว้เหมือนกัน เช่น กลุ่มที่ 1 ซึ่งเป็นกีฬาบังคับหรือที่มีการชิงชัยเหรียญจำนวนมาก คือ กรีฑา ว่ายน้ำ และยิงปืน และกลุ่ม 2 ชนิดกีฬาที่อยู่ในเอเชียนเกมส์และโอลิมปิก ต้องไม่ต่ำกว่า 14-15 ชนิด และกลุ่มสุดท้าย กีฬาพื้นบ้านให้ได้ 2-8 ชนิดกีฬา

ซีเกมส์-ซีโกง  มหกรรมทีใครทีมัน สกล วรรณพงษ์

เจริญ วรรธนะสิน หนึ่งในมนตรีซีเกมส์ของไทย ยอมรับว่า มนตรีซีเกมส์มีอำนาจในการตัดสินใจก็จริง แต่ในทางปฏิบัติเป็นเรื่องยากเหลือเกิน แม้หลายครั้งไม่เห็นด้วย แต่ก็ไม่อยากกร่าง อะไรยอมได้ก็ต้องยอม เพื่อความสัมพันธ์

“เรามีอำนาจก็จริง แต่เวลาไปโหวตก็แค่เหลือเสียงเดียว เมื่อเจ้าภาพหรือชาติไหนที่ต้องการจะบรรจุกีฬาพื้นบ้านอะไรก็ไปล็อบบี้กับชาติเล็กๆ ให้ออกเสียงให้ เราก็ทำอะไรไม่ได้”

ยกตัวอย่าง กฎข้อหนึ่งที่ระบุว่า จำนวนเหรียญของชนิดกีฬาไม่ควรเกิน 5 เปอร์เซ็นต์ของเหรียญรวมทั้งหมด แต่มีเจ้าภาพจัดให้
ชิงชัยวูซูกว่า 20-30 เหรียญ หรือล่าสุดได้มีการถกเถียงกันเรื่องการพยายามปรับกฎกีฬาใดมีส่งมาแค่ 4 ชาติไม่จัดแข่งให้เหลือเพียง 3 ชาติ ซึ่งทางไทยไม่เห็นด้วย และต้องการเพิ่มให้ 5 ชาติมากกว่า

“เพราะแบบนี้ ซีเกมส์ถึงไม่เป็นที่นับถือของทั่วโลก และเหมือนเป็นละครสัตว์เข้าไปทุกที กฎมีแต่เลี่ยงๆ กัน” เจริญ กล่าว

นอกจากการจัดสรรโควตากีฬาตามที่ชาติตัวเองถนัด และยัดเยียดกีฬาพื้นบ้านจนหนำใจ การโอนสัญชาติเพื่อความสำเร็จทางลัดก็นับเป็นสิ่งใหม่ที่เริ่มมีให้เห็นมากขึ้น

“วิ่ง 100 เมตรชายของฟิลิปปินส์ที่เพิ่งโอนสัญชาติมาจากสหรัฐเลยนะ เทเบิลเทนนิสเจ้าภาพก็จีนทั้งโค้ชและผู้เล่น บาสเกตบอลเห็นว่ามีตัวคอลเลจในอเมริกามาแข่ง”ผู้ว่าการ กกท. กล่าว

นี่ยังไม่รวมถึงกีฬาที่ตัดสินด้วยสายตา และมักจะถูกนำมาเป็นกลยุทธ์ขาประจำในการเอาชนะคู่แข่งของเจ้าภาพ ไม่ว่าจะด้วยทางตรงที่ต้องเจอกันเอง หรือทางอ้อมที่คู่แข่งเจอกับชาติอื่น

อย่างเช่น มวยสากลสมัครเล่น ซึ่งเป็นกีฬาความหวังหลักของไทย แต่ครั้งนี้ทำได้เพียง 2 เหรียญทอง ซึ่งส่วนหนึ่งมีข้อกังขาเรื่องการตัดสินที่ค้านสายตา แม้จะไม่เจอกับเจ้าภาพโดยตรง แต่ก็ส่งผลต่อการแย่งตำแหน่งเจ้าเหรียญทองได้ไม่น้อย

“เจ้าภาพได้เปรียบแน่นอนในเรื่องการเชิญกรรมการมาตัดสิน เขาจะเลือกเชิญคนที่สนิทคุ้นเคยมาตัดสิน อาจจะเอื้อเขาบ้าง เพราะเขาเป็นคนออกค่าใช้จ่าย ทั้งตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก และอาจจะมีเบี้ยเลี้ยงด้วย” ธนา ไชยประสิทธิ์ หัวหน้าคณะนักกีฬา ยืนยันเรื่องนี้

ผู้ว่าสกล มองว่า ถ้าจะเอาแบบแฟร์ๆ ต้องตั้งกีฬาสากลมาเลยว่าจะมีกี่ชนิดกี่เหรียญ กำหนดให้ชัดและใช้เป็นมาตรฐานทุกครั้งที่จัดไม่ว่าใครเป็นเจ้าภาพเหมือนกับกีฬาโอลิมปิก ส่วนกีฬาพื้นบ้านใส่ได้อย่าเกิน 2 ชนิดกำลังสวย ถ้าเป็นแบบนี้พัฒนาทั้งอาเซียนแน่

ทั้งนี้ กีฬาโอลิมปิกจะกำหนด 28 ชนิดกีฬาชัดเจน ชิง 302 เหรียญทองทุกครั้ง ยกเว้นครั้งล่าสุดที่ลอนดอน แข่งเพียง 26 ชนิดกีฬา เพราะมีการโหวตตัดเบสบอลและซอฟต์บอลออกไป และไม่ได้บรรจุอะไรเข้ามาเพิ่ม เพราะคะแนนโหวต 2 กีฬาที่จะเข้าแทนอย่างคาราเต้ และสควอช ไม่ถึง 2 ใน 3 ส่วนเอเชียนเกมส์ก็ยังมีบรรจุกีฬาพื้นบ้านเข้าไปบ้าง แต่ก็ยังเน้นกีฬาสากลเป็นหลัก

“แต่เมื่อเป็นแบบนี้แล้ว เราต้องโฟกัสมาที่ตัวเอง เร่งพัฒนากีฬาและใส่ใจมาตรฐาน เรื่องมิตรภาพเอาไว้ก่อน แต่ไม่ใช่ไร้น้ำใจนักกีฬา หมายความว่ากีฬาที่จับเวลาต้องพยายามลดเวลาตั้งแต่ซ้อม สรุปง่ายๆ คือทุกทัวร์นาเมนต์ต้องทำให้ดีกว่าเดิม”

ที่สำคัญ ไทย ในฐานะผู้นำด้านกีฬาของภูมิภาค ต้องสร้างมาตรฐานในการเป็นเจ้าภาพครั้งต่อไป และทำให้เห็นว่า “ไม่ต้องโกงก็ครองเจ้าเหรียญทองได้” อย่าให้เขาพูดได้ว่า “ว่าแต่เขา อิเหนาเป็นเอง”

ซีเกมส์-ซีโกง  มหกรรมทีใครทีมัน อุดมพร พลศักดิ์

ตุกติกเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ต้องยกมาตรฐานให้สูงกว่านี้

“อร” หรือ อุดมพร พลศักดิ์ ตำนานนักกีฬายกน้ำหนักหญิงของเมืองไทย ผู้ที่ผ่านการแข่งขันซีเกมส์มาแล้ว 3 สมัย และได้เหรียญทองจากเวทีนี้มาถึง 2 ครั้ง มองในมุมของเจ้าภาพที่จัดการแข่งขันว่าในทุกยุคทุกสมัย ก็ต้องได้เปรียบอยู่อย่างเป็นเรื่องธรรมดา

“เวทีการแข่งขันซีเกมส์ แน่นอนว่าเจ้าภาพก็ต้องหวังให้ชาติตัวเองเป็นเจ้าเหรียญทองอยู่แล้ว และอีกทั้งก็ยังมีสิทธิตัดกีฬาที่ชาติตัวเองไม่ถนัดออกไป แม้ว่ากีฬาชนิดนั้นจะเป็นกีฬาระดับสากลก็ตาม อีกทั้งก็เพิ่มกีฬาท้องถิ่นของชาติตนเองเข้าไป เพื่อให้มีสิทธิคว้าเหรียญทองให้ได้มากที่สุด”

เหตุที่หลายชาติเจ้าภาพพยายามอย่างหนักเพื่อให้เป็นเจ้าเหรียญทองนั้น ก็เพราะคำตอบเดียว คือ “เกียรติประวัติ”

ช่วงที่อุดมพรเข้าแข่งขันกีฬาซีเกมส์ เจ้าตัวก็ยังไม่เคยเห็นชัดว่าในกีฬายกน้ำหนักจะมีการโกงกันได้ เพราะเป็น
กีฬาที่ต้องวัดกันด้วยฝีมือความแข็งแรง การฝึกซ้อมของนักกีฬาล้วนๆ จะไม่เหมือนกับมวย เทควันโด หรืออีกหลายชนิดกีฬาที่ต้องตัดสินด้วยสายตาของคณะกรรมการ กระนั้นก็ตามการตุกติกเล็กน้อยของชาติเจ้าภาพที่เธอเคยประสบมาก็มีให้เห็นเช่นกัน

“กีฬาที่อรเล่น คือยกน้ำหนัก กติกาก็มีจะไม่มาก คือท่าต้องถูก และต้องยกขึ้น และอีกอย่างที่สำคัญคือจะกำหนดเวลาการยก 60 วินาที นักกีฬาจะต้องยก บางครั้งชาติเจ้าภาพก็อาจจะยืดเวลาออกไปบ้างด้วยเทคติกต่างๆ ยึดเวลาการยกออกไปเป็น 65 วินาที หรือ 70 วินาที เป็นต้น และอีกเรื่องคือกองเชียร์ที่อาจจะไม่มีมารยาทบ่อยครั้ง เพราะยกน้ำหนักเป็นกีฬาที่ต้องมีสมาธิ”

แต่ทุกวันนี้การโกงคงจะยาก เพราะมีการบันทึกวิดีโอการแข่งขันไว้และหากเห็นข้อผิดพลาดทีมงานก็สามารถนำไปคัดค้านได้ กระนั้น อุดมพร บอกว่า การโกงในเกมการกีฬาที่เกิดขั้น แม้นักกีฬาจะรู้แต่ก็พูดอะไรไม่ได้ เพราะกลายเป็นเรื่องชาชินที่ชาติเจ้าภาพจะต้องมีลูกเล่น อยู่ที่ว่าจะเล่นแบบโจ่งแจ้ง หรือโกงแบบเงียบๆ แต่หากนักกีฬามีการฝึกซ้อมที่ฟิตอย่างสมบูรณ์ แน่วแน่ตั้งใจ การโกงก็ไม่อาจทำอะไรได้

“สนามซีเกมส์คือเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้หน้าใหม่มาโลดแล่น สร้างความมั่นใจและผลักดันตัวเองให้มีสถิติที่ดี เพื่อก้าวต่อไปในระดับใหญ่กว่าอย่างเอเชียนเกมส์และโอลิมปิก อนาคตเชื่อว่าเวทีนี้จะมีประโยชน์อย่างมาก แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องในชาติอาเซียน จะผลักดันให้เป็นมาตรฐานที่สูงและสากล เพื่อสร้างเด็กไปเวทีระดับโลก ต่อกรกับนักกีฬาของชาติมหาอำนาจได้” อุดมพร ย้ำ

ซีเกมส์-ซีโกง  มหกรรมทีใครทีมัน ธนากร ศรีชาพันธุ์

แต่อีกมุมของ ธนากร ศรีชาพันธุ์ หรือ “เบิ้ม” พี่ใหญ่จากตระกูลนักเทนนิส “ศรีชาพันธุ์” ที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติมาอย่างมากมาย และผ่านสนามของซีเกมส์มาแล้วเช่นกัน มองว่าการโกงในเกมกีฬาซีเกมส์นั้นอาจจะเป็นข้อแก้ตัวของนักกีฬาบางคน เพื่อปลอบใจตัวเองหลังจากพ่ายแพ้

“แน่นอนว่าชาติเจ้าภาพก็ต้องทำหน้าที่มากกว่าแค่เข้ามาร่วมการแข่งขัน แต่ก็ต้องดูแลการแข่งขันทั้งหมดให้สมบูรณ์ เพราะถือเป็นหน้าเป็นตา แต่เรื่องการโกงหากเราจะมองว่าแพ้เพราะถูกโกง หากเป็นเช่นนั้นกีฬาก็คงไม่มีการพัฒนา เพราะผมมองว่าทุกคนมีโอกาสแข่งขัน หากเราพร้อมจริง ฟิตจริง การโกงก็ทำอะไรไม่ได้ อีกทั้งหากจะมองแค่เพียงว่าถูกโกงเมื่อแพ้ จะมีการคัดค้านกันตลอด ต่อไปคงไม่มีการแข่งขันกีฬา มันจะเป็นประเด็นที่สร้างการถดถอย”

ธนากร บอกอีกว่า กีฬาทุกชนิดทั้งที่ชนะกันด้วยสถิติ หรือการให้คะแนนจากคณะกรรมการก็ย่อมจะมีข้อผิดพลาดบ้าง เช่น เทนนิสในระดับใหญ่อย่างแกรนด์สแลม ความผิดพลาดก็ยังเกิดขึ้น ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงเรื่องซีเกมส์

กระนั้นการแข่งขันกีฬาซีเกมส์จากอดีตที่ธนากรเคยโลดแล่นบนคอร์ตเทนนิส และในห้วงปัจจุบันที่แข่งขันกัน ธนากรมองว่าซีเกมส์มีการพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ ด้วยว่าจากเดิมที่นักกีฬาจะเป็นตัวแทนของชาติเข้าแข่งขันเท่านั้น แต่ทุกวันนี้นักกีฬาอาชีพก็เข้ามาแข่งขันด้วย รวมถึงนักกีฬาก็ใช้เวทีนี้ผลักดันสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองจนเป็นนักกีฬาอาชีพก็มี

แต่ข้อด้อยตามมุมมองของนักกีฬาเทนนิสผู้นี้เกี่ยวกับซีเกมส์ก็มีเช่นกัน

“การให้นักกีฬาที่อยู่ในระดับสูงแล้ว อย่างไปเล่นโอลิมปิก แต่ยังกลับมาวนเวียนเล่นซีเกมส์อยู่ อย่างนี้ผมไม่เห็นด้วย เพราะจะเป็นการปิดกั้นโอกาสเด็กใหม่ หรือคลื่นลูกใหม่ที่ต้องการเวทีเพื่อแข่งขันเช่นกัน หากรุ่นพี่ หรือรุ่นใหญ่ยังคงเล่นอยู่ เด็กก็ไม่อาจเกิดได้ แม้ว่าโอกาสจะชนะจะยาก แต่ก็ต้องเปิดช่องให้เด็กแสดงฝีมือ เวทีซีเกมส์จึงเหมาะสมทุกอย่างที่จะสร้างความเชื่อมั่น และเป็นแรงผลักดันให้พัฒนาสู่ระดับที่สูงขึ้นไปอย่างเอเชียนเกมส์ หรือโอลิมปิก” ธนากร ทิ้งท้าย

ซีเกมส์-ซีโกง  มหกรรมทีใครทีมัน มนัส บุญจำนงค์

เช่นเดียวกับ มนัส บุญจำนงค์ หนึ่งในตำนานขุนพลนักชกเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกปี 2004 ที่ยอมรับตรงไปตรงมาว่า ทุกวงการกีฬามีการโกงเกิดขึ้นเป็นอย่างปกติ ไม่ว่าจะเป็นซีเกมส์ หรือแม้แต่โอลิมปิกก็ไม่แตกต่างกัน กล่าวคือประเทศเจ้าภาพย่อมต้องการเป็น เจ้าเหรียญทองเพื่อหน้าและศักดิ์ศรี การบรรจุกีฬาที่ประเทศตัวเองถนัดลงในรายการการแข่งขัน จึงไม่ใช่เรื่องเกินความคาดหมายใดๆ

“บ้านใครบ้านมัน ทีใครทีมัน ตรงนี้เราต้องทำใจและยอมรับมันให้ได้” มนัส กล่าวชัด

สำหรับวงการมวยที่ “มนัส” คร่ำหวอด เขาวิพากษ์ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ที่ ผู้บริหารของสมาคมมวยและเกมการเมืองภายในที่ถ่วงการพัฒนาของวงการ ส่วนตัวเชื่อว่าในกีฬาประเภทอื่นๆ ก็ประสบปัญหาเดียวกัน แม้ว่าศักยภาพของนักกีฬามีสูง รวมทั้งเทคโนโลยีและวิวัฒนาการการกีฬาที่ประเทศไทยเป็นอันดับ 1 ในระดับซีเกมส์ แต่เมื่อดูจากผลการแข่งขันแล้วก็ไม่แน่ใจว่ากีฬาประเทศไทยพัฒนาขึ้นหรือไม่

“ปัญหาเด็กเส้นมีทุกที่ เด็กใครเด็กมัน ถามว่าเด็กที่ซ้อมหนักๆ แต่ไม่ได้ลงแข่งแล้วเขาจะเป็นนักกีฬาไปเพื่ออะไร ทำไมไม่ให้โอกาสเขา แบบนี้เด็กมันก็ท้อหมด ซ้อมแทบตายได้เบี้ยเลี้ยงวันละ 300 บาท ในขณะที่คนที่ได้หลักแสนบาทกลับใช้การอะไรไม่ได้ก็มี”มนัส กล่าวชัด

เขาอธิบายอีกว่า ในอดีตกีฬาซีเกมส์ใช้ทีมชุดบีไม่ต้องถึงชุดเอ แต่ปัจจุบันมันแตกต่างกันมาก ประเทศไทยยึดติดกับความสำเร็จของมวย เมื่อแพ้ก็ไปกล่าวหาว่าถูกโกง ซึ่งอยากให้ดูจากผลงานและข้อเท็จจริงว่าระดับมวยไทยทุกวันนี้เป็นอย่างไรกันแน่

“ทุกวันนี้ก็มีคนติดต่อผมเข้ามา เพราะผมใช้งานได้ทันที ผมก็มีสิทธิเรียกค่าตัวใช่หรือไม่ ผมบอกเขาว่าเอามาให้ผม 1.5 ล้านบาทสิ แล้วค่าเบี้ยเลี้ยงเดือนละ 1 แสนบาท แล้วผมจะกลับไปชกและทำให้ดีที่สุดอย่างแน่นอน”มนัส ระบุ

ซีเกมส์-ซีโกง  มหกรรมทีใครทีมัน

เจ้าเหรียญทอง แลกงบประมาณ

นอกจากเรื่องของศักดิ์ศรีและหน้าตาของประเทศ ที่ทำให้แต่ละชาติซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ต่างก็ต้องการเป็นเจ้าเหรียญทอง

ธนา ไชยประสิทธิ์ หัวหน้าคณะนักกีฬาไทย มองว่าอีกเรื่องที่สำคัญคือ ต้องการโชว์ศักยภาพให้รัฐบาลรู้ว่า งบประมาณที่เอามานั้น ได้นำไปพัฒนาวงการกีฬาจริง ทำให้ง่ายต่อการของบประมาณครั้งต่อไป

เช่นเดียวกับ เจริญ วรรธนะสิน หนึ่งในมนตรีซีเกมส์ของไทยที่ยอมรับว่า ปัจจัยส่วนหนึ่งที่ทำให้หลายชาติ ต้องพยายามทุกวิถีทาง เพื่อให้เป็นเจ้าเหรียญทอง มากกว่าจะคำนึงถึงการบริหารกีฬาเพื่อกีฬาอย่างแท้จริง เป็นผลมาจากนักการเมือง

“การของบประมาณของหลายชาติ มักจะเจอคำถามว่า เอาเงินไปแล้วจะเป็นเจ้าซีเกมส์ได้มั้ยซึ่งเขาก็ต้องตอบว่าได้เพื่อให้ได้งบประมาณ และหลังจากนั้นก็ต้องมาทำทุกอย่างเพื่อให้เป็นไปตามนั้น” เจริญ กล่าว

ทั้งนี้ มีรัฐมนตรีบางชาติ เคยให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อดังว่า พร้อมจะบรรจุแต่กีฬาที่มีความหวังในการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ อย่างไม่อายกันเลยทีเดียว

ธารา พฤกษ์ชอุ่ม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทในเครือแกรนด์สปอร์ต กล่าวว่า การได้เป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาช่วยสร้างความภาคภูมิใจให้กับประเทศ เช่นเดียวกับการได้เป็นเจ้าเหรียญทอง แต่ทั้งการจะเป็นเจ้าภาพในการแข่งขันกีฬาประเภทต่างๆ ได้ ประเทศนั้นๆ ก็ต้องมีศักยภาพที่เพียงพอ ทั้งศักยภาพด้านเศรษฐกิจ และความสามารถของนักกีฬา โดยเฉพาะการแข่งขันกีฬารายการใหญ่ๆ เช่น ฟุตบอลโลก ถ้าหากประเทศที่ต้องการเป็นเจ้าภาพไม่เคยเข้ารอบลึกของการแข่งขัน และมีสภาพเศรษฐกิจไม่ดีพอ การได้รับเลือกก็มีโอกาสสำเร็จยาก

สำหรับกีฬาซีเกมส์ ถือเป็นประเภทกีฬาที่ไม่น่าจะมีนัยสำคัญมากนัก เนื่องจากจะมีการหมุนเวียนสับเปลี่ยนกันเป็นเจ้าภาพในการแข่งขัน ซึ่งล่าสุดกีฬาซีเกมส์ที่ประเทศสิงคโปร์เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน คนไทยก็เดินทางไปชมการแข่งขันมาก จากเดิมอาจมีคนเดินทางไปน้อย เพราะเดินทางลำบาก ซึ่งนอกจากคนไทยแล้วก็ยังมีคนจากประเทศต่างๆ เดินทางเข้าประเทศสิงคโปร์ ส่งผลให้เม็ดเงินและเศรษฐกิจ หมุนเวียนในประเทศเจ้าภาพได้มากขึ้น

ขณะที่การเข้าสนับสนุนการแข่งขันกีฬาสำคัญๆ ของแกรนด์สปอร์ต ช่วยกระตุ้นให้ผู้บริโภคสนใจแบรนด์สินค้าได้เป็นอย่างดี เป็นการสร้างภาพลักษณ์สินค้า แต่ไม่ช่วยเพิ่มยอดขาย

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69