
หยุดเพื่อจัดระเบียบ
สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ทำหน้าที่แข็งขันในการตรวจสอบสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล
สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ทำหน้าที่แข็งขันในการตรวจสอบสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (สำนักงานสลากฯ) ที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาแก้ไขปัญหาการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคาคู่ละ 80 บาท หากเห็นว่ามาตรการที่ออกมาเพื่อจะแก้ไขปัญหาทั้งหมดทำแล้วไม่ได้ผล
ประเด็นที่ สตง.ตั้งขึ้นมาเป็นข้อสังเกตคือคณะกรรมการ สลากฯ อนุมัติให้สำนักงานสลากฯ ลดรายได้นำส่งรัฐจาก 28% เหลือไม่ต่ำกว่า 20% และนำเงินดังกล่าวไปตั้งเป็นกองทุนพัฒนาสังคม 3% ที่เหลืออีก 5% เอาไปจ่ายเป็นส่วนลดให้ผู้ค้าสลากรายย่อยจาก 7% เป็น 12% และให้ส่วนลดผู้ค้ารายใหญ่ นิติบุคคล สมาคม มูลนิธิจาก 9% เป็น 14%
มาตรการนี้ทำให้รัฐเสียรายได้ปีละประมาณ 1,500-2,000 ล้านบาท แลกกับการที่ผู้ค้าสลากทั้งรายย่อยและรายใหญ่จะขายสลากที่ราคาคู่ละ 80 บาท และรัฐก็จะส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจจับและลงโทษผู้ขายสลากเกินราคาอย่างเด็ดขาดตามกฎหมาย
แต่ในช่วงที่ผ่านมาก็ยังพบการขายสลากเกินราคาอยู่เป็นระยะมีทั้งขายเกินคู่ละ 80 บาท โดยตรง และใช้เทคนิคการตั้งกล่องทิปให้ผู้ซื้อสลากหยอดให้ตามความสมัครใจ แต่ขายสลากตามราคา
ทางสำนักงานสลากฯ ไม่ติดใจกรณีที่ผู้ค้านำเอากล่องทิปมาตั้งให้ลูกค้าใส่ราคาสลากส่วนเกิน เพราะถือว่าให้ตามความสมัครใจให้โดยเสน่หา ขอให้ขายสลากตามราคาที่กำหนดก็พอ แต่ สตง.เห็นว่านี่เป็นการเลี่ยงกฎหมายของผู้ค้า เพราะทิปก็เป็นเงินที่ประชาชนต้องจ่ายและนับรวมเป็นต้นทุนในการซื้อสลากอยู่ดี จึงถือว่าทำผิดกฎหมายหากสำนักงานสลากฯ ปล่อยให้ทำเช่นนี้ถือว่าปล่อยปละละเลย
ความเห็นของ สตง.เป็นสิ่งที่บอร์ดสำนักงานสลากฯ ควรฟัง โดยเฉพาะเรื่องการจะทำให้รัฐเสียหายจากการลดเงินนำส่งไปกระจายให้ผู้ค้า แต่ก็ยังแก้ไขปัญหาสลากแพงไม่ได้ มาตรการนี้อาจไม่จูงใจเท่าที่ควรก็ควรเลิกและไปหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างอื่นแทน
คณะกรรมการสลากฯ ไม่ควรดื้อดึงที่จะทำนโยบายที่ใช้ทรัพยากรมาก แต่สิ่งที่ได้กลับมาไม่คุ้มค่าหากเห็นว่าไม่ประสบความสำเร็จก็ควรจะหาวิธีอื่นที่ทำแล้วรัฐไม่เสียหาย การแก้ไขปัญหาสลากแพงมาจากปัญหาเรื่องโควตาและระบบการค้าช่วง ที่ผู้ได้โควตาบางคนไม่ขายเอง นำเอาสลากไปขายต่อให้รายใหญ่ซื้อนำไปรวมชุด
หากไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้จริง ก็ควรจะดำเนินการตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้เคยกล่าวไว้ว่า น่าจะหยุดขายสลากสักพักเพื่อจัดระเบียบทั้งระบบ ทำให้ผู้ค้ารายใหญ่รู้ว่ารัฐบาลเอาจริง แนวทางนี้อาจจะได้ผลดีกว่าไปตามจับผู้ค้าย่อยที่ขายสลากเกินราคา







