posttoday
‘บิ๊กป๊อก’ แจงกมธ.งบ 54 “ทหารไม่ได้ทำร้ายประชาชน”

‘บิ๊กป๊อก’ แจงกมธ.งบ 54 “ทหารไม่ได้ทำร้ายประชาชน”

02 กรกฎาคม 2553

โดย..ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

โดย..ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

หมายเหตุ : พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการกองทัพบก ได้เดินทางมาชี้แจงต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2554 ถึงการปฎิบัติหน้าที่ของกองทัพในระหว่างเหตุการณ์การชุมนุมของคนเสื้อแดงในช่วงเดือนเม.ย.จนถึงเดือนพ.ค. รวมไปถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

‘บิ๊กป๊อก’ แจงกมธ.งบ 54 “ทหารไม่ได้ทำร้ายประชาชน” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา

กองทัพนั้นเป็นกองทัพประชาชนไม่มีสี กำลังพลของเราทั้งหมดไม่ได้เลือกเป็นฝ่ายใคร ท่านเป็นรัฐบาลก็ต้องใช้เรา แต่ยืนยันว่ากองทัพเป็นของประชาชน ในส่วนของกองทัพที่เข้ามาปฎิบัติการนั้นมาดูแลความสงบไม่ได้มาสลายการชุมนุม และยืนยันว่าทำไม่ได้ เพราะเป็นคนไทยด้วยกัน แค่มีความเห็นที่ต่างกัน ส่วนรายละเอียดขอให้ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) ชี้แจงจะดีกว่า

ส่วนเรื่องพลแม่นปืนหรือสไนปเปอร์นั้นยอมรับว่าทุกหน่วยของกองทัพบกมีการฝึกพลซุ่มยิงเพื่อไว้ใช้ในราชการสงครามเหมือนกันทุกประเทศ แต่ในสถานการณ์ที่กรุงเทพฯ ในฐานะที่เป็นคนไทยด้วยกันอยากจะเรียนว่าเราไม่ได้จัดพลซุ่มยิงหรือลอบสังหารมาปฎิบัติหน้าที่ มีแต่พลแม่นปืนมาคุ้มกันเจ้าหน้าที่ที่ปฎิบัติงาน

กำลังพลมาจากทุกกองทัพภาคมาโดยคำสั่งของศอฉ.แต่การใช้กำลังเป็นไปตามมติของคณะรัฐมนตรีและมีระเบียบการเคลื่อนกำลังของกระทรวงกลาโหม ส่วนยุทโธปกรณ์ที่นำมามีเพียงอาวุธปืนเล็กประจำกาย ปืนพก ปืนลูกซอง ไม่ได้ใช้เอ็ม 79 ปืนกล การใช้มีกฎของการใช้อย่างละเอียดถึงตัวพลทหารว่าจะใช้อย่างไรได้บ้าง ส่วนเรื่องผู้เสียชีวิตทหารเสียชีวิตจำนวน 8 นายหนึ่งในมีทหารอากาศ 1 นาย บาดเจ็บ 417 นาย

การดำเนินการยืนยันว่าทหารไมได้ทำร้ายประชาชนอย่างแน่นอน ขณะเดียวกันเราเชื่อมั่นว่าผู้มาชุมนุมเป็นผู้ชุมนุมที่บริสุทธิ์ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้เข้าใจว่าต้องมีการพิสูจน์กันมากมาย จะให้ผมพูดออกไปก็คงไม่ได้  เหตุการณ์นี้จะเรียกว่าอะไรก็แล้วแต่ต้องให้พิสูจน์ออกมาให้เราอย่าไปเก็งกันเองผมเองไม่ได้บอกว่าคนสีไหนเป็นคนยิงทหาร แต่ว่ามันมีการบาดเจ็บล้มตายถ้าจะมีการกล่าวอ้างยิ่งเราอยู่ในระดับสูงของประเทศ ควรอยู่บนหลักที่ไม่อนุมานกันเอาเอง คิดเอาเอง ผมว่าควรอยู่ด้วยพยานหลักฐานต้องให้มีการพิสูจน์กัน คิดว่าการที่เราพูดกันเองนอกจากเรื่องไม่จบแล้ว ความเสียหายจะเกิดขึ้นกับประเทศชาติ แล้วนำไปสู่ความแปลกแยกและก็แตกแยก

สำหรับกรณีที่กมธ.มีการตั้งข้อสังเกตุและมีความเป็นห่วงว่าจะเกิดเหตุการณ์สร้างความแตกแยกในภาคอีสานเหมือนกับที่เกิดขึ้นใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เห็นว่าทุกท่านที่มีเกียรติที่กำหนดนโยบายของชาติและผมผู้ปฎิบัติการ คงไม่อยากให้เหตุการณ์อย่างนั้นเกิด

แม้ว่าผมจะไม่ได้เกิดจากภาคอีสานแต่ช่วงชีวิตราชการของผมปฎิบัติราชการสนามชายแดนกับคนอีสาน กองทัพเรามีคนอีสานเกินครึ่ง ผมคอยดูแลเขาและให้ความยุติธรรมเช่นเดียวกับคนไทยทั่วๆไป และเรียนว่าเหตุการณ์ที่เกิดจะขึ้นความแปลกแยกในคนอีสานนั้น เรามาช่วยกันทำอย่าให้มันเกิดกองทัพจะไม่เป็นตัวทำเช่นนั้น

ถ้าหากมีวันเช่นนั้นผมว่าเราน่าจะเสียโอกาสที่มาเราอยู่ในจุดที่เราร่วมทำกันได้แต่เราไม่ได้ทำ ผมไม่เป็นศัตรูกับพี่น้องประชาชน ลูกน้องและผู้ใต้บังคับบัญชาของผมยังสามารถเข้าไปในหมู่บ้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือโดยนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเข้าไปสู่ประชาชน ไม่ได้เข้าไปบี้ประชาชน พูดง่ายๆ คือ เป็นมิตรกับประชาชน กองทัพของเราแม้มีคนอีสานเกินครึ่งเราก็ปกครองเขาได้โดยไม่มีความแตกแยกในกองทัพ

 ส่วนที่มีการกล่าวหาว่ากองทัพไม่ได้ทำอะไรในช่วงเหตุการณ์ยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ยืนยันไม่เป็นความจริงเพราะรัฐบาลในขณะนั้นได้สั่งได้สั่งให้พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ เป็นผู้รับผิดชอบสถานการณ์เหมือนกับที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นอยู่ในตอนนี้ แล้วขอให้กองทัพอากาศเป็นผู้จัดกำลังให้ส่วนที่สุวรรณภูมิมอบหมายให้กองทัพเรือจัดกำลังไปให้ แล้วถ้าทั้งสองแห่งกำลังยังไม่พอจะเป็นหน้าที่ของกองทัพบกในการจัดกำลังเข้าไปให้

กองทัพเรือ กองทัพอากาศ จัดไป อย่างละ1 กองร้อย กองทัพบกไม่ได้เกี่ยวข้องจัดไป 3 กองร้อย ไปอยู่ระดับ 3 เราจัดไปให้อยู่ที่คนใช้ว่าจะใช้อย่างไร จะทำแผนอย่างไร ปรากฏว่าผู้รับผิดชอบขณะนั้นเป็นตำรวจและเป็นรุ่นเดียวกับผมก็ไม่ได้สั่งการอะไร ทหารบกก็ไปเฝ้าเครื่องบินป้องกันไม่ให้ถูกเผา อยู่จนเลิกและกลับหน่วยสุดท้าย ถามว่าไปไหมไปครับแต่อยู่คนสั่งและคนควบคุมว่าจะเอาอย่างไร

ถ้าหากจะถามว่าทำอย่างไรและออกแผนอย่างไรก็ต้องไปถามท่านโกวิท ตอนนั้นผมจัดกำลังเสริมให้เท่านั้น อยู่ดีๆจะให้ผมไปสั่งการได้อย่างไรเพราะไม่ได้อยู่ในคำสั่งของศอฉ.ในเวลานั้น พวกท่านเองเป็นผู้ถืออำนาจรัฐผมเองเป็นผู้ปฎิบัติท่านจะฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาลก็อยู่ในอำนาจรัฐทั้งสิ้น ถ้าท่านไม่เข้าใจตรงนี้เกรงว่าอีสานก็จะไม่เข้าใจ ผมเรียนด้วยความสัตย์จริงว่าเป็นเช่นนั้น

สำหรับการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ คำว่าเลี้ยงไข้ไม่น่าจะมองอย่างนั้น ซึ่งการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ยืนยันว่ากรอบนโยบายเหมือนกันทั้ง 3 รัฐบาล เหลือแต่ว่าแต่ละรัฐบาลจะไปควบคุมรายละเอียดอย่างไรเรียนว่าเราที่นั่งอยู่ที่นี่อยากให้ปัญหาชายแดนภาคใต้หมดไป  และ ให้ทุกคนอยู่ร่วมกัน 

งบอกไม่ได้ว่าปัญหาจะสงบลงเมื่อไหร แต่ตอนนี้มีดัชนีชี้วัดว่าเหตุการณ์ความรุนแรงลดลงและกำลังทรงตัวอยู่ โดยการจะแก้ปัญหานี้ได้ต้องทำด้วยการชนะใจของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งเราไม่ได้ใช้มาตรการความมั่นคงเป็นหลัก แต่จะใช้มาตรการทางกฎหมายเข้าไปดำเนินการและเปลี่ยนใจผู้ก่อเหตุความไม่สงบ ทั้งนี้ประชาชนในพื้นที่ให้ความร่วมมือกับภาครัฐจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถเข้าพื้นที่ที่ไม่เคยเข้าได้


 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ